ฟินแลนด์

สาธารณรัฐฟินแลนด์ (Republic of Finland) เป็นประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป มีความสำคัญในฐานะที่เป็นประตูการค้า (gateway) ไปสู่รัสเซีย โดยการค้าของยุโรปกับรัสเซียส่วนใหญ่จะผ่านทางฟินแลนด์ นอกจากนี้ ประเทศในกลุ่มบอลติก (เอสโทเนีย ลัตเวีย และลิทัวเนีย) ก็ยังเป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญของฟินแลนด์ ดังนั้น การเข้าไปเจาะตลาดฟินแลนด์จึงหมายถึงการเปิดประตูไปสู่ตลาดอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกด้วย

ข้อมูลทั่วไป

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

สาธารณรัฐฟินแลนด์ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทวีปยุโรป มีพรมแดนติดกับทะเลบอลติก อ่าวโบธเนีย และอ่าวฟินแลนด์ อยู่ระหว่างสวีเดนและรัสเซีย มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 338,145 ตารางกิโลเมตร สภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ต่ำ ที่ราบ และลูกฟูกกระจัดกระจายสลับกับทะเลสาบและภูเขาเตี้ยๆ

สาธารณรัฐฟินแลนด์ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทวีปยุโรป มีพรมแดนติดกับทะเลบอลติก อ่าวโบธเนีย และอ่าวฟินแลนด์ อยู่ระหว่างสวีเดนและรัสเซีย มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 338,145 ตารางกิโลเมตร สภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ต่ำ ที่ราบ และลูกฟูกกระจัดกระจายสลับกับทะเลสาบและภูเขาเตี้ยๆ

ประชากร

5.4 ล้านคน (ไทย 67.6 ล้านคน)

การเมืองการปกครอง

ฟินแลนด์มีรูปแบบการปกครองแบบ สาธารณรัฐ ระบอบประชาธิปไตยกึ่งประธานาธิบดี มีรัฐสภา และมีประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศ นายกรัฐมนตรีมีหน้าที่บริหารประเทศ แบ่งการปกครองออกเป็น 6 จังหวัด ได้แก่ ฟินแลนด์ใต้ (Southern Finland) ฟินแลนด์ตะวันออก (Eastern Finland) ฟินแลนด์ตะวันตก (Western Finland) โอวลุ (Oulun) แลปแลนด์ หรือ ลัปปิ (Lapland, Lappi) และโอลันด์ (Aland) มีเมืองหลวงคือ กรุงเฮลซิงกิ (Helsinki)

ภาษา

ฟินแลนด์ สวีเดน

ศาสนา

คริสต์นิกายลูเธอรัน ร้อยละ 81.8 นิกายกรีก ออร์ธอร์ดอกซ์ ร้อยละ 1.1 นิกายอื่นๆ ร้อยละ 1.2 ไม่นับถือศาสนาใดๆ (ร้อยละ 15.9)

สกุลเงิน

ยูโร (1 ยูโร ประมาณ 38.67 บาท ณ วันที่ 2 พฤษภาคม 2556)

ข้อมูลทั่วไปประเทศฟินแลนด์

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

สาธารณรัฐฟินแลนด์ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทวีปยุโรป มีพรมแดนติดกับทะเลบอลติก อ่าวโบธเนีย และอ่าวฟินแลนด์ อยู่ระหว่างสวีเดนและรัสเซีย มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 338,145 ตารางกิโลเมตร สภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ต่ำ ที่ราบ และลูกฟูกกระจัดกระจายสลับกับทะเลสาบและภูเขาเตี้ยๆ

สาธารณรัฐฟินแลนด์ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทวีปยุโรป มีพรมแดนติดกับทะเลบอลติก อ่าวโบธเนีย และอ่าวฟินแลนด์ อยู่ระหว่างสวีเดนและรัสเซีย มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 338,145 ตารางกิโลเมตร สภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ต่ำ ที่ราบ และลูกฟูกกระจัดกระจายสลับกับทะเลสาบและภูเขาเตี้ยๆ

ประชากร

5.4 ล้านคน (ไทย 67.6 ล้านคน)

การเมืองการปกครอง

ฟินแลนด์มีรูปแบบการปกครองแบบ สาธารณรัฐ ระบอบประชาธิปไตยกึ่งประธานาธิบดี มีรัฐสภา และมีประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศ นายกรัฐมนตรีมีหน้าที่บริหารประเทศ แบ่งการปกครองออกเป็น 6 จังหวัด ได้แก่ ฟินแลนด์ใต้ (Southern Finland) ฟินแลนด์ตะวันออก (Eastern Finland) ฟินแลนด์ตะวันตก (Western Finland) โอวลุ (Oulun) แลปแลนด์ หรือ ลัปปิ (Lapland, Lappi) และโอลันด์ (Aland) มีเมืองหลวงคือ กรุงเฮลซิงกิ (Helsinki)

ภาษา

ฟินแลนด์ สวีเดน

ศาสนา

คริสต์นิกายลูเธอรัน ร้อยละ 81.8 นิกายกรีก ออร์ธอร์ดอกซ์ ร้อยละ 1.1 นิกายอื่นๆ ร้อยละ 1.2 ไม่นับถือศาสนาใดๆ (ร้อยละ 15.9)

สกุลเงิน

ยูโร (1 ยูโร ประมาณ 38.67 บาท ณ วันที่ 2 พฤษภาคม 2556)

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

ฟินแลนด์มีผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) อยู่ที่ 198.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีรายได้ประชาชาติต่อหัวอยู่ที่ 36,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ สินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องจักรและเครื่องมือต่างๆ เคมีภัณฑ์ โลหะ ไม้ซุง กระดาษ และเยื่อกระดาษ โดยมีตลาดหลัก คือ สวีเดน เยอรมนี รัสเซีย สหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ จีน และสหราชอาณาจักร ส่วนสินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องบริโภค ปิโตรเลียมและผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม เคมีภัณฑ์ อุปกรณ์ขนส่ง แร่เหล็กและเหล็กกล้า เครื่องจักร เส้นด้ายสำหรับงานถักทอและผ้า และธัญพืช โดยมีประเทศคู่ค้าหลัก คือ รัสเซีย เยอรมนี สวีเดน เนเธอร์แลนด์ และจีน

สำหรับความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างฟินแลนด์กับไทยนั้น ในปี 2550 ไทยและฟินแลนด์มีมูลค่าการค้ารวม 804.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้าราว 169.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่นๆ เตาอบไมโครเวฟและเครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ ส่วนสินค้าที่ไทยนำเข้าจากฟินแลนด์ ได้แก่ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ สื่อบันทึกข้อมูล ภาพ เสียง เคมีภัณฑ์ กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ ปุ๋ยและยากำจัดศัตรูพืชและสัตว์

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

ระเบียบเกี่ยวกับใบอนุญาตนำเข้า (Import License)

ปกติสินค้านำเข้าโดยทั่วไปไม่ได้มีข้อกำหนดที่ต้องมีใบอนุญาตนำเข้า เว้นแต่สินค้าบางประเภท อาทิ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เภสัชภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ อาวุธ และสินค้าที่อียูกำหนดโควตาการนำเข้า เช่น สิ่งทอ เป็นต้น ต้องมีใบอนุญาตนำเข้า

ส่วนการนำเข้าสินค้าอาหาร การส่งสินค้าอาหารเข้าไปยังประเทศฟินแลนด์หรือ ประเทศสมาชิกอียู สินค้าประเภทอาหาร ที่ส่งมานั้น ไม่ว่ามาจากประเทศสมาชิกอียูเอง หรือ จากประเทศที่สาม จะถูกควบคุมภายใต้กฎหมายที่เรียกว่า European Food Law โดยสหภาพยุโรป ได้ให้ความสำคัญใน การควบคุมด้านสุขอนามัย (Veterinary and Health Control) เพื่อปกป้องสุขอนามัยของผู้บริโภค และมาตรการตรวจสอบสินค้าอาหารเนื้อสัตว์ทุกชนิด (รวมทั้งอาหารทะเล) สหภาพยุโรปได้จัดตั้งหน่วยงานที่มีอำนาจในการกำกับดูแล การตรวจสอบคือ EU’s Food Veterinary Office [FVO] โดย FVO จะส่งผู้แทนไปยังประเทศต่างๆ ที่เป็นผู้ส่งออกอาหารไปยังสหภาพยุโรปเพื่อตรวจสอบโรงงานร่วมกับหน่วยงานของรัฐบาลของประเทศนั้นๆ (Competent Authority) เพื่อจัดทำรายชื่อโรงงาน (Establishment List) ให้การรับรองว่าเป็นสินค้าที่ผลิตจากโรงงานที่ได้รับการรับรอง ในส่วนของประเทศฟินแลนด์ หน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการควบคุมตรวจด้านสุขอนามัยในอาหาร คือ National Food Administration ซึ่งนอกจากจะใช้มาตรฐานสุขอนามัยของอียูแล้ว ยังมีหน้าที่ตามกฎหมายภายในคือ กฎหมาย Food Act , Health Protection Act ที่กำหนดให้ความคุ้มครองด้านความปลอดภัย ในอาหาร แก่ผู้บริโภค

ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ศุลกากรฟินแลนด์เข้มงวดในการตรวจสอบสินค้าอาหารที่นำเข้าประเทศมาก เมื่อเทียบกับการตรวจสอบสินค้าของประเทศสมาชิกอียูอื่นๆ ดังนั้น ในการส่งออกสินค้าอาหารมายังฟินแลนด์จึงต้องมีความเข้มงวดในด้านสุขอนามัย และมีใบรับรองการตรวจสอบความปลอดภัยระดับสารตกค้างที่เรียกว่า Health Certificate กำกับมาพร้อมกับสินค้าอาหารที่ส่งออกด้วย

ข้อกำหนดด้านฉลากและการหีบห่อ (Labeling and Packaging)

สินค้าอาหารมีกฎระเบียบกำหนดให้ต้องติดฉลากเป็นภาษาท้องถิ่น ตั้งแต่ หีบห่อ ระบุส่วนผสมในอาหาร สิ่งที่ใส่เพิ่มลงไปในอาหาร น้ำหนักสุทธิ วันที่ผลิตและวันหมดอายุ ประเทศที่ผลิต โดยหน่วยงานที่ทำหน้าที่ดูแลตรวจสอบให้ความคุ้มครองแก่ผู้บริโภคในเรื่องนี้คือ Ministry of Trade and Industry

มาตรฐานทางเทคนิคและใบรับรองคุณภาพสินค้า (Technical standards and certification)

มาตรฐานทางเทคนิคเป็นมาตรฐานที่แต่ละประเทศกำหนดขึ้นและเพิ่มเงื่อนไขหรือคุณภาพจากมาตรฐานทั่วไปของสหภาพยุโรป โดยถือเป็นข้อยกเว้นให้ประเทศสมาชิกอียูสามารถทำได้ตามกฎระเบียบที่ประเทศนั้นๆกำหนดอาทิ การวางเงื่อนไขที่คำนึงถึงสุขอนามัย (health) ความปลอดภัย (safety) สิ่งแวดล้อม (environment side) แต่อย่างไรก็ตามข้อกำหนดที่แตกต่างจากกฎระเบียบมาตรฐานของอียูเหล่านี้จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการของสหภาพยุโรปเป็นประเทศๆไป แต่อย่างไรก็ตามในอนาคตทางสหภาพยุโรปมีเป้าหมายที่ให้กฎระเบียบทางด้านเทคนิคของทุกประเทศในสหภาพเป็นระเบียบเดียวกันและบังคับใช้เหมือนกันในทุกประเทศของสหภาพยุโรปโดยไม่มีข้อยกเว้นภายใต้มาตรฐานเดียวคือ CE- marking

สำหรับฟินแลนด์มีกฎหมาย Product Safety Act กำหนดในเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยในสินค้า และ บริการเพื่อให้ความคุ้มครองแก่ผู้บริโภค โดย หน่วยงานที่ดูแลในเรื่องนี้คือ National Consumer Administration

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

ระเบียบเกี่ยวกับใบอนุญาตนำเข้า (Import License)

ปกติสินค้านำเข้าโดยทั่วไปไม่ได้มีข้อกำหนดที่ต้องมีใบอนุญาตนำเข้า เว้นแต่สินค้าบางประเภท อาทิ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เภสัชภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ อาวุธ และสินค้าที่อียูกำหนดโควตาการนำเข้า เช่น สิ่งทอ เป็นต้น ต้องมีใบอนุญาตนำเข้า

ส่วนการนำเข้าสินค้าอาหาร การส่งสินค้าอาหารเข้าไปยังประเทศฟินแลนด์หรือ ประเทศสมาชิกอียู สินค้าประเภทอาหาร ที่ส่งมานั้น ไม่ว่ามาจากประเทศสมาชิกอียูเอง หรือ จากประเทศที่สาม จะถูกควบคุมภายใต้กฎหมายที่เรียกว่า European Food Law โดยสหภาพยุโรป ได้ให้ความสำคัญใน การควบคุมด้านสุขอนามัย (Veterinary and Health Control) เพื่อปกป้องสุขอนามัยของผู้บริโภค และมาตรการตรวจสอบสินค้าอาหารเนื้อสัตว์ทุกชนิด (รวมทั้งอาหารทะเล) สหภาพยุโรปได้จัดตั้งหน่วยงานที่มีอำนาจในการกำกับดูแล การตรวจสอบคือ EU’s Food Veterinary Office [FVO] โดย FVO จะส่งผู้แทนไปยังประเทศต่างๆ ที่เป็นผู้ส่งออกอาหารไปยังสหภาพยุโรปเพื่อตรวจสอบโรงงานร่วมกับหน่วยงานของรัฐบาลของประเทศนั้นๆ (Competent Authority) เพื่อจัดทำรายชื่อโรงงาน (Establishment List) ให้การรับรองว่าเป็นสินค้าที่ผลิตจากโรงงานที่ได้รับการรับรอง ในส่วนของประเทศฟินแลนด์ หน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการควบคุมตรวจด้านสุขอนามัยในอาหาร คือ National Food Administration ซึ่งนอกจากจะใช้มาตรฐานสุขอนามัยของอียูแล้ว ยังมีหน้าที่ตามกฎหมายภายในคือ กฎหมาย Food Act , Health Protection Act ที่กำหนดให้ความคุ้มครองด้านความปลอดภัย ในอาหาร แก่ผู้บริโภค

ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ศุลกากรฟินแลนด์เข้มงวดในการตรวจสอบสินค้าอาหารที่นำเข้าประเทศมาก เมื่อเทียบกับการตรวจสอบสินค้าของประเทศสมาชิกอียูอื่นๆ ดังนั้น ในการส่งออกสินค้าอาหารมายังฟินแลนด์จึงต้องมีความเข้มงวดในด้านสุขอนามัย และมีใบรับรองการตรวจสอบความปลอดภัยระดับสารตกค้างที่เรียกว่า Health Certificate กำกับมาพร้อมกับสินค้าอาหารที่ส่งออกด้วย

ข้อกำหนดด้านฉลากและการหีบห่อ (Labeling and Packaging)

สินค้าอาหารมีกฎระเบียบกำหนดให้ต้องติดฉลากเป็นภาษาท้องถิ่น ตั้งแต่ หีบห่อ ระบุส่วนผสมในอาหาร สิ่งที่ใส่เพิ่มลงไปในอาหาร น้ำหนักสุทธิ วันที่ผลิตและวันหมดอายุ ประเทศที่ผลิต โดยหน่วยงานที่ทำหน้าที่ดูแลตรวจสอบให้ความคุ้มครองแก่ผู้บริโภคในเรื่องนี้คือ Ministry of Trade and Industry

มาตรฐานทางเทคนิคและใบรับรองคุณภาพสินค้า (Technical standards and certification)

มาตรฐานทางเทคนิคเป็นมาตรฐานที่แต่ละประเทศกำหนดขึ้นและเพิ่มเงื่อนไขหรือคุณภาพจากมาตรฐานทั่วไปของสหภาพยุโรป โดยถือเป็นข้อยกเว้นให้ประเทศสมาชิกอียูสามารถทำได้ตามกฎระเบียบที่ประเทศนั้นๆกำหนดอาทิ การวางเงื่อนไขที่คำนึงถึงสุขอนามัย (health) ความปลอดภัย (safety) สิ่งแวดล้อม (environment side) แต่อย่างไรก็ตามข้อกำหนดที่แตกต่างจากกฎระเบียบมาตรฐานของอียูเหล่านี้จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการของสหภาพยุโรปเป็นประเทศๆไป แต่อย่างไรก็ตามในอนาคตทางสหภาพยุโรปมีเป้าหมายที่ให้กฎระเบียบทางด้านเทคนิคของทุกประเทศในสหภาพเป็นระเบียบเดียวกันและบังคับใช้เหมือนกันในทุกประเทศของสหภาพยุโรปโดยไม่มีข้อยกเว้นภายใต้มาตรฐานเดียวคือ CE- marking

สำหรับฟินแลนด์มีกฎหมาย Product Safety Act กำหนดในเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยในสินค้า และ บริการเพื่อให้ความคุ้มครองแก่ผู้บริโภค โดย หน่วยงานที่ดูแลในเรื่องนี้คือ National Consumer Administration

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

รัฐบาลฟินแลนด์มีนโยบายส่งเสริมให้นักธุรกิจฟินแลนด์ไปลงทุนในต่างประเทศ และสนับสนุนให้ผลิตสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสื่อสารโทรคมนาคมซึ่งมีบทบาทสำคัญมากขึ้นแก่เศรษฐกิจฟินแลนด์

สำหรับประเทศไทยนั้นได้มีการลงทุนกับฟินแลนด์ในความตกลงเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2537 ซึ่งความตกลงมีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2539 อย่างไรก็ตาม การลงทุนของฟินแลนด์ในประเทศไทยมีปริมาณน้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับมูลค่าการลงทุนของฟินแลนด์ในต่างประเทศ โดยมีธุรกิจที่เข้ามาลงทุนในไทย เช่น บริษัท แอ๊ดวานซ์ อะโกร จำกัด (มหาชน) ผลิตเยื่อกระดาษและไฟฟ้า บริษัท เอ.ที. ไบโอพาวเวอร์ จำกัด ผลิตไฟฟ้าจากชีวมวล และบริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด เป็นต้น

สิทธิประโยชน์

ประเทศฟินแลนด์มีระบบการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (Generalized System of Preference: GSP) คือ มาตรการการลดหย่อนภาษี/ยกเว้นภาษีนำเข้าที่ประเทศพัฒนาแล้วให้แก่ประเทศกำลังพัฒนาหรือประเทศพัฒนาน้อยที่สุด ซึ่งปัจจุบัน ไทยใช้สิทธิประโยชน์ GSP สหภาพยุโรปซึ่งฟินแลนด์เป็นสมาชิก โดยสินค้าสำคัญที่มีการใช้สิทธิ GSP ในกลุ่มนี้ ได้แก่ ยานยนต์ขนส่ง ถุงมือยาง เครื่องปรับอากาศชนิดติดผนัง/หน้าต่าง เลนส์แว่นตา ยางนอกรถยนต์ กุ้งสด/แช่แข็ง และของปรุงต่างๆ จากกุ้ง เป็นต้น

นอกจากนี้ ไทยยังมีอนุสัญญาระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐฟินแลนด์เพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงการรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ (อนุสัญญาภาษีซ้อน) ด้วย

ประเด็นท้าทายในการทำธุรกิจ

การประกอบธุรกิจและลงทุนในฟินแลนด์ยังมีอุปสรรคที่สำคัญ ดังนี้

  1. เป็นตลาดขนาดเล็กด้วยประชากรเพียง 5.3 ล้านคน
  2. การค้าระหว่างประเทศในฟินแลนด์ส่วนใหญ่เป็นการค้าระหว่างกลุ่มประเทศนอร์ดิกส์ (Nordic Economic Model) และยุโรป
  3. มีต้นทุนในการดำเนินธุรกิจค่อนข้างสูง เช่น ภาษี ค่าแรง เป็นต้น
  4. มีมาตรฐานสินค้าและบริการค่อนข้างสูง
  5. เป็นตลาดที่อยู่ห่างจากไทยค่อนข้างมาก
  6. ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจในยุโรป ทำให้คาดหมายว่าอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงนี้จะเป็นไปอย่างช้าๆ และเปราะบาง

ข่าวเศรษฐกิจ / เรื่องเด่น / ข่าวประชาสัมพันธ์ในฟินแลนด์

  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สำนักข่าววายอีเอล จากฟินแลนด์รายงานว่า สภากรุงเฮลซิงกิ เมืองของฟินแลนด์ ตัดสินใจสร้างห้องซาวน่า สำหรับห้องสมุดประจำเมืองแห่งใหม่นี้ แม้ว่าก่อนหน้านี้แผนการสร้างดังกล่าวจะมีเสียงค้านจากผู้อำนวยการห้องสมุด ประจำกรุงเฮลซิงกิ แต่การสร้างห้องซาวน่ากลับได้รับการสนับสนุนคณะกรรมาธิการด้านวัฒนธรรมของเมือง...


    

สาระน่ารู้

  • สหภาพการค้าแห่งนอร์เวย์ (The Norwegian Confederation of Trade Unions (LO)) – เป็นองค์กรคนงานที่ใหญ่ที่สุดและมีอิทธิพลมากที่สุดในนอร์เวย์
  • One Galle Face is Colombo's first internationally developed integrated lifestyle destination that makes living, working, entertainment and hospitality possible all in one location. Hong Kong's leisure entity Shanri-La Hotels and Resorts foresees the completion of this project by 2018 with a hefty investment of over US$ 600 million. The twin towers will be used for residence, which consist of 50 floors each, 16 penthouses and 8 duplex and simplex units. The target market is expatriates, international investors and the expanding population of Sri Lanka.
  • Following the tremendous success of the Exhibition 2018 and the 36th Annual Sessions, which took place at the Bandaranaike Memorial International Conference Hall in Colombo from February 22 to 25 earlier this year, the SLIA is proud to prsent  the next edition in a superior manner.<br />
    <br />
    Save the date :February 20th to 24th, 2019
  • The Institution of Engineers, Sri Lanka is the successor to the ‘Engineering Association of Ceylon’, which was founded in 1906. In 1968, the Institution of Engineers, Sri Lanka was made an incorporated body of the government, by an Act of Parliament. The IESL being the Apex body for engineering professionals in Sri Lanka, having a membership of more than 20,000, is called upon to represent the profession at many national forums and contribute to national development. By virtue of agreements it has entered into with the International Engineers’ Alliance (IEA) for mutual recognition of competencies, members assessed to have such competencies by IESL are eligible to practice engineering in the member countries including Japan, Australia, United Kingdom, Singapore, Pakistan, India, USA, Canada and South Korea.<br />
    <br />
    IESL with the Vision to be among the leading professional institutions of engineering and technology in the world, has Missioned Techno Sri Lanka’s for “Bringing out and Unleashing the Country’s Multi – Disciplinary Engineering Talents, to Drive Sri Lanka into Technological Excellence for Revolutionary Uplifting of Peoples’ Living Conditions and Prosperity”. Engineers are driven by passion to look beyond the regular, push borders and create the impossible. This is also reflective of the fact that Engineers over centuries are really innovators, who think beyond the realm and invent solutions for mankind, ahead of their time. That’s what engineering is all about and it’s the reason Engineers will always be the ingenious inventors and imaginative innovators throughout time.<br />
    <br />
    The flagship event of IESL, Techno Sri Lanka, since its inception in 1985 has grown to be the largest and the only engineering and technology exhibition held annually in Colombo. Techno, living up to its standards, has provided the means for uplifting peoples’ living conditions and has become an ideal venue for industry professionals, business heads, technologists and keen public to come together on a single global platform.<br />
    <br />
    The world is changing; engineers are in the forefront of this change. Expectations are very high in today’s society. However, the Planet’s resources are fast depleting and engineers have to be smart and innovative to achieve high goals with very low resource consumption. Technology should reach the masses and make them do things differently, as doing ‘business as usual’ will not leave a healthy planet for our children and grandchildren. We need ‘sustainable technologies’ that will revolutionize the day-to-day activities, such as mobile technology, nanotechnology, household solar PV technology and perhaps other inventions and breakthroughs to satisfy the society’s expectations and still not be blamed by our future generations for not leaving them a livable Planet Earth.<br />
    <br />
    Considering these facts, Techno Sri Lanka has redefined its Theme for the year 2018, aiming to fulfill the expectations of all stakeholders.
  • 01. - 03. November 2018 | Trade fair for hotels, hospitality, tourism and food businesses<br />
    <br />
    The Hotel, Hospitality & Food Asia in Sri Lanka has been designed by the dynamic development of the hotel and catering industry and the tourism and food companies to take account of South Asia. She is a specifically targeted at this sector business-to-business event. This exhibition is communication and information platform in the industry and provides the exhibiting companies the opportunity to present to an audience of experts here. Visitors can find information here thoroughly and comprehensively about the latest developments, trends, products and services in various fields. HHF Sri Lanka is the leading marketplace for regional networking and distribution, as well as a new basis for the procurement of products. The program will be held a culinary competition and other live features.<br />
    <br />
    The Hotel Hospitality & Food Asia will take place on 3 days from Thursday, 01. November to Saturday, 03. November 2018 in Colombo.
  • Infotel theme will be Towards a Digital Economy, is aligning with national priorities of enhancing the digital infrastructure of the country for facilitating a digitally empowered ecosystem while improving the Citizens’ engagement in a digital society.




เอกสารอ้างอิง

ดาวน์โหลด

ติดต่อหน่วยงาน

European Union - EU
สหภาพยุโรป

เป็นการรวมกลุ่มระหว่างประเทศ ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมแบบเหนือรัฐ (supranational) ที่ใหญ่ที่สุดและก้าวหน้าที่สุดในโลก โดยปัจจุบันมีสมาชิก 27 ประเทศ ทั้งนี้ ในปี 2554 สหภาพยุโรปถือเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับที่ 4 ของไทย
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์
876 Chaussee de Waterloo, 1000, Brussels, Belgium
Tel: (+32) 2 629 0035
Website : www2.thaieurope.net