นิวซีแลนด์

นิวซีแลนด์ แม้จะได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีประชากรน้อยนิดเพียง 4 ล้านคนเศษ แต่จัดว่าเป็นประเทศที่มีความล้ำหน้าทางด้านนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์สร้างสรรค์และเทคโนโลยีที่ก้าวไกลในระดับสากล ซึ่งอุตสาหกรรมหลักๆ คือ การแปรรูปอาหาร ไม้ สิ่งทอ เครื่องจักร ปุ๋ย ซีเมนต์ แผ่นเหล็ก อะลูมิเนียม และกษตรกรรม แต่อุตสาหกรรมที่ทำรายได้เป็นอันแรกของนิวซีแลนด์คืออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้านิวซีแลนด์ประมาณปีละ 2-3 ล้านคน ด้วยระบบการรักษาความปลอดภัยและดูแลสิ่งแวดล้อมได้ดี ประกอบกับภูมิประเทศที่สวยงามตามแบบธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในนิวซีแลนด์ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ

ทั้งนี้ จากการปฏิรูประบบเศรษฐกิจแบบครอบคลุมในปลายทศวรรษที่ 1980 และต้นทศวรรษที่ 1990 ทำให้นิวซีแลนด์มีระบบเศรษฐกิจแบบเปิด และได้พัฒนาเป็นประเทศที่มีความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก

ข้อมูลทั่วไป

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

นิวซีแลนด์ตั้งอยู่ในทวีปโอเชียเนีย บริเวณภาคพื้นแปซิฟิกตอนใต้ กึ่งกลางระหว่างเส้นศูนย์สูตรและขั้วโลกใต้ มีพื้นที่ 270,534 ตารางกิโลเมตร ขนาดพื้นที่ใกล้เคียงกับประเทศญี่ปุ่น อังกฤษ หรือรัฐโคโลราโดของสหรัฐอเมริกา ประเทศนิวซีแลนด์ไม่มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศใดๆ และถูกล้อมรอบโดยมหาสมุทรแปซิฟิก เมืองหลวงคือกรุงเวลลิงตัน (Wellington) ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะเหนือ

ประเทศที่อยู่ใกล้ที่สุดคือประเทศออสเตรเลีย กั้นกลางด้วยทะเลแทสมัน พื้นที่โดยส่วนใหญ่เป็นภูเขาและที่ราบขนาดใหญ่ติดชายฝั่งทะเล นิวซีแลนด์นั้นประกอบด้วย 2 เกาะหลัก คือ เกาะเหนือ และเกาะใต้ โดยมีช่องแคบคุก (Cook Strait) คั่นกลางระหว่างเกาะ นอกจากนั้นยังมีเกาะเล็กๆ กระจายอยู่ทั่วไป

ภูมิอากาศในนิวซีแลนด์เป็นแบบอบอุ่นชุ่มชื้นตลอดปี ฤดูร้อนอากาศค่อนข้างเย็น ฤดูหนาวไม่หนาวจัดมาก มีฝนตกตลอดปี ได้รับอิทธิพลจากลมประจำที่พัดผ่าน คือลมฝ่ายตะวันตก ภูมิอากาศในแต่ละภูมิภาคมีความแตกต่างกันชัดเจน ประกอบด้วย 4 ฤดูกาล คือ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว และฤดูใบไม้ผลิ

ประชากร

ประชากรทั้งหมดประมาณ 4.434 ล้านคน เป็นชาวยุโรป 58.6% ชาวเอเชีย 8% ชนพื้นเมือง (เมารี) 7.4% ชาวเกาะแปซิฟิกใต้ 4.6% ลูกผสม (mixed) 9.7% ชนชาติอื่นๆ 13.5%

การเมืองการปกครอง

นิวซีแลนด์มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยรบบรัฐสภา (Parliamentary Democracy) การแบ่งส่วนบริหารประกอบด้วย 16 ภูมิภาค และ 1 อาณาเขตการปกครอง หัวหน้ารัฐบาลคือนายกรัฐมนตรี และมีคณะรัฐมนตรีซึ่งประกอบด้วยรัฐมนตรีไม่เกิน 24 คน โดยสมาชิกคณะรัฐมนตรีมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ฝ่ายนิติบัญญัติมีรัฐสภาเป็นแบบสภาเดี่ยว คือ สภาผู้แทนราษฎร มีสมาชิก 120 คน (70 คน มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต และ 50 คน มาจาก Party list) มีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี ฝ่ายตุลาการประกอบด้วย 3 ศาล คือ ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา โดยมีอำนาจตัดสินทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา อำนาจทางตุลาการเป็นอำนาจอิสระ รัฐธรรมนูญของนิวซีแลนด์เป็นแบบไม่เป็นลายลักษณ์อักษร คือไม่มีกฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่งที่บัญญัติถึงระบบการเมืองการปกครอง

ภาษา

ภาษาอังกฤษ ภาษาเมารี และภาษาสัญลักษณ์นิวซีแลนด์ (New Zealand Sign Language) เป็นภาษาราชการ

ศาสนา

ชาวนิวซีแลนด์นับถือศาสนาคริสต์

สกุลเงิน

ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD) (1 NZD ประมาณ 0.78 USD หรือ 25.78 บาท)

ข้อมูลทั่วไปประเทศนิวซีแลนด์

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

นิวซีแลนด์ตั้งอยู่ในทวีปโอเชียเนีย บริเวณภาคพื้นแปซิฟิกตอนใต้ กึ่งกลางระหว่างเส้นศูนย์สูตรและขั้วโลกใต้ มีพื้นที่ 270,534 ตารางกิโลเมตร ขนาดพื้นที่ใกล้เคียงกับประเทศญี่ปุ่น อังกฤษ หรือรัฐโคโลราโดของสหรัฐอเมริกา ประเทศนิวซีแลนด์ไม่มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศใดๆ และถูกล้อมรอบโดยมหาสมุทรแปซิฟิก เมืองหลวงคือกรุงเวลลิงตัน (Wellington) ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะเหนือ

ประเทศที่อยู่ใกล้ที่สุดคือประเทศออสเตรเลีย กั้นกลางด้วยทะเลแทสมัน พื้นที่โดยส่วนใหญ่เป็นภูเขาและที่ราบขนาดใหญ่ติดชายฝั่งทะเล นิวซีแลนด์นั้นประกอบด้วย 2 เกาะหลัก คือ เกาะเหนือ และเกาะใต้ โดยมีช่องแคบคุก (Cook Strait) คั่นกลางระหว่างเกาะ นอกจากนั้นยังมีเกาะเล็กๆ กระจายอยู่ทั่วไป

ภูมิอากาศในนิวซีแลนด์เป็นแบบอบอุ่นชุ่มชื้นตลอดปี ฤดูร้อนอากาศค่อนข้างเย็น ฤดูหนาวไม่หนาวจัดมาก มีฝนตกตลอดปี ได้รับอิทธิพลจากลมประจำที่พัดผ่าน คือลมฝ่ายตะวันตก ภูมิอากาศในแต่ละภูมิภาคมีความแตกต่างกันชัดเจน ประกอบด้วย 4 ฤดูกาล คือ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว และฤดูใบไม้ผลิ

ประชากร

ประชากรทั้งหมดประมาณ 4.434 ล้านคน เป็นชาวยุโรป 58.6% ชาวเอเชีย 8% ชนพื้นเมือง (เมารี) 7.4% ชาวเกาะแปซิฟิกใต้ 4.6% ลูกผสม (mixed) 9.7% ชนชาติอื่นๆ 13.5%

การเมืองการปกครอง

นิวซีแลนด์มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยรบบรัฐสภา (Parliamentary Democracy) การแบ่งส่วนบริหารประกอบด้วย 16 ภูมิภาค และ 1 อาณาเขตการปกครอง หัวหน้ารัฐบาลคือนายกรัฐมนตรี และมีคณะรัฐมนตรีซึ่งประกอบด้วยรัฐมนตรีไม่เกิน 24 คน โดยสมาชิกคณะรัฐมนตรีมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ฝ่ายนิติบัญญัติมีรัฐสภาเป็นแบบสภาเดี่ยว คือ สภาผู้แทนราษฎร มีสมาชิก 120 คน (70 คน มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต และ 50 คน มาจาก Party list) มีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี ฝ่ายตุลาการประกอบด้วย 3 ศาล คือ ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา โดยมีอำนาจตัดสินทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา อำนาจทางตุลาการเป็นอำนาจอิสระ รัฐธรรมนูญของนิวซีแลนด์เป็นแบบไม่เป็นลายลักษณ์อักษร คือไม่มีกฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่งที่บัญญัติถึงระบบการเมืองการปกครอง

ภาษา

ภาษาอังกฤษ ภาษาเมารี และภาษาสัญลักษณ์นิวซีแลนด์ (New Zealand Sign Language) เป็นภาษาราชการ

ศาสนา

ชาวนิวซีแลนด์นับถือศาสนาคริสต์

สกุลเงิน

ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD) (1 NZD ประมาณ 0.78 USD หรือ 25.78 บาท)

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

นิวซีแลนด์มีภาคเกษตรกรรมขนาดใหญ่ซึ่งเป็นฐานการผลิตหลักของประเทศ สินค้าส่งออกสำคัญของนิวซีแลนด์ ได้แก่ สินค้าโภคภัณฑ์ที่ได้จากการเกษตร ประมง และป่าไม้ เช่น นมและผลิตภัณท์ ผัก ผลไม้ ปลา และไม้ เป็นต้น นอกจากนี้ภาคบริการโดยเฉพาะการท่องเที่ยวเป็นอีกแหล่งรายได้ที่สำคัญของนิวซีแลนด์ ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมเริ่มมีบทบาทเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งการขยายตัวทางเศรษฐกิจของนิวซีแลนด์อยู่ที่ระดับร้อยละ 3 โดย GDP ของประเทศอยู่ที่ 163.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ รายได้ต่อหัวประมาณ 30,217 เหรียญสหรัฐฯ อัตราการเจริญเติบโตของ GDP คือ 1.5% และแยกกตามสาขาเป็น เกษตร 4.6% อุตสาหกรรม 24.4% และบริการ 71%

ทั้งนี้ สินค้าเกษตรที่สำคัญคือ นม และผลิตภัณฑ์นม เนื้อสัตว์ (วัว แกะ ปลา) ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ มันฝรั่ง ขนแกะ เมล็ดพืช และผักและผลไม้ สินค้าอุตสาหกรรมคือ อาหารแปรรูป ไม้และผลิตภัณฑ์ กระดาษ สิ่งทอ เครื่องจักร อุปกรณ์ขนส่ง เหมืองแร่ การท่องเที่ยว โดยการค้ารวมมีมูลค่ารวม 74,669.19 ล้านเหรียญสหรัฐฯ การส่งออกคิดเป็นมูลค่า 37,738.24 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ นมและผลิตภัณฑ์ เนื้อสัตว์ ไม้ เชื้อเพลิง เครื่องจักร และตลาดส่งออกหลักคือ ออสเตรเลีย จีน สหรัฐ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้

ในด้านการนำเข้านิวซีแลนด์นำเข้าสินค้ามูลค่า 36,930.95 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้านำเข้าหลักได้แก่ เชื้อเพลิง เครื่องจักร เครื่องจักรไฟฟ้า ยานยนต์ พลาสติก โดยแหล่งนำเข้าหลักคือ จีน ออสเตรเลีย สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และสิงคโปร์

สำหรับประเทศไทยนิวซีแลนด์ป็นคู่ค้าอันดับที่ 36 ของไทย มีมูลค่าการค้าระหว่างกัน 1,442.54 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ร้อยละ 0.32 ของมูลค่าการค้ารวมทั้งหมดของไทย) และนิวซีแลนด์เป็นตลาดส่งออกที่สำคัญอันดับที่ 38 ของไทย โดยไทยส่งออกไปนิวซีแลนด์เป็นมูลค่า 854.75 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ร้อยละ 0.37 ของการส่งออกทั้งหมด) และนำเข้าจากนิวซีแลนด์เป็นมูลค่า 587.79 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ร้อยละ 0.26 ของการนำเข้าทั้งหมด) ซึ่งสินค้าส่งออกที่สำคัญ เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง อาหารทะเลกระป๋องแปรรูป เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์พลาสติก เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ ข้าว เป็นต้น

ส่วนสินค้าที่ไทยนำเข้าจากนิวซีแลนด์ เช่น นม และผลิตภัณฑ์นม อาหารปรุงแต่งสาหรับใช้เลี้ยงทารก ไม้ซุง ไม้แปรรูป ผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผักและผลไม้ เยื่อกระดาษและเศษกระดาษ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูป เนื้อสัตว์สำหรับการบริโภค สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เป็นต้น

นิวซีแลนด์มีข้อได้เปรียบทางการค้ามากเนื่องจากมีระบบการเมืองที่มั่นคงและมีระบบกฎหมายที่โปร่งใส สร้างความเชื่อมั่นในการประกอบธุรกิจ แต่หากมองในแง่โอกาสทางการค้าข้อจำกัดสำคัญของนิวซีแลนด์คือ จำนวนประชากรน้อย และมีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่ห่างไกล นอกจากนี้นิวซีแลนด์กำลังเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนแรงงาน โดยสัดส่วนประชากรนิวซีแลนด์ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่สัดส่วนประชากรวัยทำงานมีแนวโน้มลดลง และเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวรัฐบาลนิวซีแลนด์ได้พยายามสนับสนุนให้สตรีเข้าทำงานในภาคเศรษฐกิจมากขึ้น รวมทั้งมีแนวโน้มจ้างงานแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้นด้วย

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

นิวซีแลนด์มีภาคเกษตรกรรมขนาดใหญ่ซึ่งเป็นฐานการผลิตหลักของประเทศ สินค้าส่งออกสำคัญของนิวซีแลนด์ ได้แก่ สินค้าโภคภัณฑ์ที่ได้จากการเกษตร ประมง และป่าไม้ เช่น นมและผลิตภัณท์ ผัก ผลไม้ ปลา และไม้ เป็นต้น นอกจากนี้ภาคบริการโดยเฉพาะการท่องเที่ยวเป็นอีกแหล่งรายได้ที่สำคัญของนิวซีแลนด์ ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมเริ่มมีบทบาทเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งการขยายตัวทางเศรษฐกิจของนิวซีแลนด์อยู่ที่ระดับร้อยละ 3 โดย GDP ของประเทศอยู่ที่ 163.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ รายได้ต่อหัวประมาณ 30,217 เหรียญสหรัฐฯ อัตราการเจริญเติบโตของ GDP คือ 1.5% และแยกกตามสาขาเป็น เกษตร 4.6% อุตสาหกรรม 24.4% และบริการ 71%

ทั้งนี้ สินค้าเกษตรที่สำคัญคือ นม และผลิตภัณฑ์นม เนื้อสัตว์ (วัว แกะ ปลา) ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ มันฝรั่ง ขนแกะ เมล็ดพืช และผักและผลไม้ สินค้าอุตสาหกรรมคือ อาหารแปรรูป ไม้และผลิตภัณฑ์ กระดาษ สิ่งทอ เครื่องจักร อุปกรณ์ขนส่ง เหมืองแร่ การท่องเที่ยว โดยการค้ารวมมีมูลค่ารวม 74,669.19 ล้านเหรียญสหรัฐฯ การส่งออกคิดเป็นมูลค่า 37,738.24 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ นมและผลิตภัณฑ์ เนื้อสัตว์ ไม้ เชื้อเพลิง เครื่องจักร และตลาดส่งออกหลักคือ ออสเตรเลีย จีน สหรัฐ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้

ในด้านการนำเข้านิวซีแลนด์นำเข้าสินค้ามูลค่า 36,930.95 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้านำเข้าหลักได้แก่ เชื้อเพลิง เครื่องจักร เครื่องจักรไฟฟ้า ยานยนต์ พลาสติก โดยแหล่งนำเข้าหลักคือ จีน ออสเตรเลีย สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และสิงคโปร์

สำหรับประเทศไทยนิวซีแลนด์ป็นคู่ค้าอันดับที่ 36 ของไทย มีมูลค่าการค้าระหว่างกัน 1,442.54 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ร้อยละ 0.32 ของมูลค่าการค้ารวมทั้งหมดของไทย) และนิวซีแลนด์เป็นตลาดส่งออกที่สำคัญอันดับที่ 38 ของไทย โดยไทยส่งออกไปนิวซีแลนด์เป็นมูลค่า 854.75 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ร้อยละ 0.37 ของการส่งออกทั้งหมด) และนำเข้าจากนิวซีแลนด์เป็นมูลค่า 587.79 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ร้อยละ 0.26 ของการนำเข้าทั้งหมด) ซึ่งสินค้าส่งออกที่สำคัญ เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง อาหารทะเลกระป๋องแปรรูป เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์พลาสติก เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ ข้าว เป็นต้น

ส่วนสินค้าที่ไทยนำเข้าจากนิวซีแลนด์ เช่น นม และผลิตภัณฑ์นม อาหารปรุงแต่งสาหรับใช้เลี้ยงทารก ไม้ซุง ไม้แปรรูป ผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผักและผลไม้ เยื่อกระดาษและเศษกระดาษ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูป เนื้อสัตว์สำหรับการบริโภค สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เป็นต้น

นิวซีแลนด์มีข้อได้เปรียบทางการค้ามากเนื่องจากมีระบบการเมืองที่มั่นคงและมีระบบกฎหมายที่โปร่งใส สร้างความเชื่อมั่นในการประกอบธุรกิจ แต่หากมองในแง่โอกาสทางการค้าข้อจำกัดสำคัญของนิวซีแลนด์คือ จำนวนประชากรน้อย และมีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่ห่างไกล นอกจากนี้นิวซีแลนด์กำลังเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนแรงงาน โดยสัดส่วนประชากรนิวซีแลนด์ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่สัดส่วนประชากรวัยทำงานมีแนวโน้มลดลง และเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวรัฐบาลนิวซีแลนด์ได้พยายามสนับสนุนให้สตรีเข้าทำงานในภาคเศรษฐกิจมากขึ้น รวมทั้งมีแนวโน้มจ้างงานแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้นด้วย

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

มาตรการภาษีอากร

นิวซีแลนด์เป็นประเทศผู้ส่งออกประเทศหนึ่งที่ได้ลดภาษีนำเข้าต่างๆ ลงตามข้อผูกพัน WTO และ APEC ปัจจุบันอัตราภาษีนำเข้าสินค้าทั่วไปอยู่ระหว่างร้อยละ 0-14 สินค้ายานพาหนะ รถยนต์และส่วนประกอบ สิ่งทอ เสื้อผ้า รองเท้า และพรม เป็นกลุ่มสินค้าที่มีอัตราภาษีนำเข้ามากกว่าร้อยละ 20 การเก็บภาษีนำเข้าส่วนใหญ่จะคิดเป็นร้อยละจากมูลค่า f.o.b (ad valorem) ของสินค้านำเข้า นอกจากนี้นิวซีแลนด์ยังเก็บภาษีสินค้าและบริการจากสินค้านำเข้าอีกร้อยละ 12.5

ตัวอย่างโครงสร้างภาษีนำเข้าของนิวซีแลนด์

  • ชิ้นส่วนยางสำหรับยานพาหนะและอุปกรณ์ประกอบของแท้ อัตราภาษีนำเข้าร้อยละ 10
  • สิ่งทอและเครื่องแต่งตัวที่ทำด้วยผ้า อัตราภาษีนำเข้าร้อยละ 15

ในปัจจุบันมาตรการภาษีไม่ใช่อุปสรรคสำหรับไทยมากนัก ยกเว้นการใช้ภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด ซึ่งสินค้าไทย 3 รายการยังอยู่ในข่ายต้องเสียภาษี Anti Dumping ได้แก่ รองเท้าชายลำลอง (ที่มิใช่แบบ Sport Casual) นมข้นหวาน/นมข้นจืด และพลาสเตอร์บอร์ด (Plasterboard)

มาตรการไม่ใช่ภาษี

มาตรการที่ไม่ใช่ภาษีของนิวซีแลนด์เป็นมาตรการด้าน Technical (TBT) โดยควบคุมการนำเข้าสินค้าเกษตร โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์นม เนย เนื้อสัตว์ ไข่ ผัก ผลไม้สด เพื่อป้องกันโรคระบาดสัตว์ และแมลง ศัตรูพืชโรคพืช เพราะนิวซีแลนด์เป็นประเทศเกษตรกรรม และผลผลิตเกษตรถือเป็นสินค้าเศรษฐกิจที่สำคัญ สินค้าที่ไทยประสบปัญหามายาวนานได้แก่ นมข้นหวาน/นมข้นจืด และเนื้อไก่ต้มสุก สำหรับสินค้ นม/เนยนิวซีแลนด์ได้ลดข้อจำกัดในด้านแหล่งวัตถุดิบและรายการสินค้าลงมาก ปัจจุบันผู้ผลิตไทยที่สามารถส่งออกสินค้านม/เนยทุกชนิดสำหรับผู้บริโภคไปยังนิวซีแลนด์ได้คือ Foremost และ United Food ส่วนเนื้อไก่ปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าเนื่องจากได้รับการต่อต้านจากผู้ผลิตในประเทศอย่างรุนแรง และนิวซีแลนด์ยังออกระเบียบห้ามใช้ Live Vaccine ในไก่ ซึ่งเป็น Vaccine ที่ประเทศไทยใช้อยู่ในปัจจุบันด้วย

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

มาตรการภาษีอากร

นิวซีแลนด์เป็นประเทศผู้ส่งออกประเทศหนึ่งที่ได้ลดภาษีนำเข้าต่างๆ ลงตามข้อผูกพัน WTO และ APEC ปัจจุบันอัตราภาษีนำเข้าสินค้าทั่วไปอยู่ระหว่างร้อยละ 0-14 สินค้ายานพาหนะ รถยนต์และส่วนประกอบ สิ่งทอ เสื้อผ้า รองเท้า และพรม เป็นกลุ่มสินค้าที่มีอัตราภาษีนำเข้ามากกว่าร้อยละ 20 การเก็บภาษีนำเข้าส่วนใหญ่จะคิดเป็นร้อยละจากมูลค่า f.o.b (ad valorem) ของสินค้านำเข้า นอกจากนี้นิวซีแลนด์ยังเก็บภาษีสินค้าและบริการจากสินค้านำเข้าอีกร้อยละ 12.5

ตัวอย่างโครงสร้างภาษีนำเข้าของนิวซีแลนด์

  • ชิ้นส่วนยางสำหรับยานพาหนะและอุปกรณ์ประกอบของแท้ อัตราภาษีนำเข้าร้อยละ 10
  • สิ่งทอและเครื่องแต่งตัวที่ทำด้วยผ้า อัตราภาษีนำเข้าร้อยละ 15

ในปัจจุบันมาตรการภาษีไม่ใช่อุปสรรคสำหรับไทยมากนัก ยกเว้นการใช้ภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด ซึ่งสินค้าไทย 3 รายการยังอยู่ในข่ายต้องเสียภาษี Anti Dumping ได้แก่ รองเท้าชายลำลอง (ที่มิใช่แบบ Sport Casual) นมข้นหวาน/นมข้นจืด และพลาสเตอร์บอร์ด (Plasterboard)

มาตรการไม่ใช่ภาษี

มาตรการที่ไม่ใช่ภาษีของนิวซีแลนด์เป็นมาตรการด้าน Technical (TBT) โดยควบคุมการนำเข้าสินค้าเกษตร โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์นม เนย เนื้อสัตว์ ไข่ ผัก ผลไม้สด เพื่อป้องกันโรคระบาดสัตว์ และแมลง ศัตรูพืชโรคพืช เพราะนิวซีแลนด์เป็นประเทศเกษตรกรรม และผลผลิตเกษตรถือเป็นสินค้าเศรษฐกิจที่สำคัญ สินค้าที่ไทยประสบปัญหามายาวนานได้แก่ นมข้นหวาน/นมข้นจืด และเนื้อไก่ต้มสุก สำหรับสินค้ นม/เนยนิวซีแลนด์ได้ลดข้อจำกัดในด้านแหล่งวัตถุดิบและรายการสินค้าลงมาก ปัจจุบันผู้ผลิตไทยที่สามารถส่งออกสินค้านม/เนยทุกชนิดสำหรับผู้บริโภคไปยังนิวซีแลนด์ได้คือ Foremost และ United Food ส่วนเนื้อไก่ปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าเนื่องจากได้รับการต่อต้านจากผู้ผลิตในประเทศอย่างรุนแรง และนิวซีแลนด์ยังออกระเบียบห้ามใช้ Live Vaccine ในไก่ ซึ่งเป็น Vaccine ที่ประเทศไทยใช้อยู่ในปัจจุบันด้วย

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

นิวซีแลนด์ตระหนักถึงการกำหนดยุทธศาสตร์และนโยบายด้านการต่างประเทศเพื่อตอบสนองสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศในปัจจุบันที่มีความซับซ้อนและมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วมากขึ้น จึงคำนึงถึงการกำหนดแผนยุทธศาสตร์ในการสร้างความสัมพันธ์ด้านการต่างประเทศเพื่อความมุ่งหวังผลประโยชน์ด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจได้รับการปกป้องผ่านความสัมพันธ์ด้านการเมืองและเศรษฐกิจ

- นิวซีแลนด์จะเสริมสร้างความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป เอเชียและประเทศในแถบมหาสมุทรแปซิฟิก

- นิวซีแลนด์จะเจรจาจัดทำ FTA กับประเทศต่างๆ เพื่อเพิ่มโอกาส/ลดอุปสรรคทางการค้าให้แก่ผู้ส่งออก รวมทั้งเพิ่มผลผลิตของนิวซีแลนด์ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและขีดความสามารถในการแข่งขัน

สำหรับประเทศไทย นิวซีแลนด์เปิดให้มีการของไทยในนิวซีแลนด์ในมูลค่าไม่มากนัก คนไทยที่ประกอบธุรกิจและลงทุนในนิวซีแลนด์ส่วนใหญ่เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวร หรือถือสัญชาตินิวซีแลนด์ การลงทุนของไทยในนิวซีแลนด์ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนด้านร้านอาหารไทยและบริษัท Import-export ขนาดเล็กในการสั่งสินค้าประเภทเครื่องปรุงอาหารจากไทย และในระยะหลังมีผู้สนใจเปิดธุรกิจนวดแผนไทยหรือสปา แต่มักประสบปัญหาด้านภาพลักษณ์

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

นิวซีแลนด์ตระหนักถึงการกำหนดยุทธศาสตร์และนโยบายด้านการต่างประเทศเพื่อตอบสนองสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศในปัจจุบันที่มีความซับซ้อนและมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วมากขึ้น จึงคำนึงถึงการกำหนดแผนยุทธศาสตร์ในการสร้างความสัมพันธ์ด้านการต่างประเทศเพื่อความมุ่งหวังผลประโยชน์ด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจได้รับการปกป้องผ่านความสัมพันธ์ด้านการเมืองและเศรษฐกิจ

- นิวซีแลนด์จะเสริมสร้างความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป เอเชียและประเทศในแถบมหาสมุทรแปซิฟิก

- นิวซีแลนด์จะเจรจาจัดทำ FTA กับประเทศต่างๆ เพื่อเพิ่มโอกาส/ลดอุปสรรคทางการค้าให้แก่ผู้ส่งออก รวมทั้งเพิ่มผลผลิตของนิวซีแลนด์ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและขีดความสามารถในการแข่งขัน

สำหรับประเทศไทย นิวซีแลนด์เปิดให้มีการของไทยในนิวซีแลนด์ในมูลค่าไม่มากนัก คนไทยที่ประกอบธุรกิจและลงทุนในนิวซีแลนด์ส่วนใหญ่เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวร หรือถือสัญชาตินิวซีแลนด์ การลงทุนของไทยในนิวซีแลนด์ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนด้านร้านอาหารไทยและบริษัท Import-export ขนาดเล็กในการสั่งสินค้าประเภทเครื่องปรุงอาหารจากไทย และในระยะหลังมีผู้สนใจเปิดธุรกิจนวดแผนไทยหรือสปา แต่มักประสบปัญหาด้านภาพลักษณ์

สิทธิประโยชน์

ส่วนใหญ่การลงทุนด้านบริการของไทยในนิวซีแลนด์ เป็นการลงทุนด้านร้านอาหารไทยและบริษัท Import-Export ขนาดเล็กในการส่งสินค้าประเภทเครื่องปรุงอาหารจากไทย หลังจากได้จัดทำความตกลงฯ ไทย-นิวซีแลนด์แล้วนั้น นิวซีแลนด์จะให้คนไทยเข้าไปลงทุนในธุรกิจทุกประเภทได้ 100% ยกเว้นประมง

และหากเป็นการลงทุนที่มีขนาดเกิน 50 ล้านเหรียญนิวซีแลนด์ จะต้องขออนุญาตจากคณะกรรมการการลงทุนต่างชาติก่อน โดยในอนาคตนิวซีแลนด์จะพิจารณาขยายเพดานการลงทุนที่ต้องขออนุญาตจาก 50

ประเด็นท้าทายในการทำธุรกิจ

นิวซีแลนด์มีมาตรการสุขอนามัยพืชและสัตว์ที่เข้มงวด ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการส่งออกสินค้าเกษตรทั้งสินค้าผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ของไทย สินค้าเกษตรของไทยหลายชนิดไม่สามารถส่งออกไปขายในนิวซีแลนด์ได้ โดยติดขั้นตอนกระบวนการตรวจสอบวิเคราะห์ที่ค่อนข้างล่าช้า เนื่องจากสินค้าที่จำหน่ายในนิวซีแลนด์นั้นจะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบและรับรองโดยหน่วยงานความปลอดภัยทางชีวภาพของนิวซีแลนด์จึงจะสามารถวางขายได้

ปัจจุบันมีสินค้าที่ไทยถูกมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) 2 ชนิด ได้แก่

  1. พลาสเตอร์บอร์ด (Gypsum Plasterboard)
  2. เหล็กเส้นเสริมคอนกรีตแบบตรง และแบบม้วน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 5 มิลลิเมตร แต่ไม่เกิน 40 มิลลิเมตร

ข่าวเศรษฐกิจ / เรื่องเด่น / ข่าวประชาสัมพันธ์ในกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ



    

สาระน่ารู้

  • One Galle Face is Colombo's first internationally developed integrated lifestyle destination that makes living, working, entertainment and hospitality possible all in one location. Hong Kong's leisure entity Shanri-La Hotels and Resorts foresees the completion of this project by 2018 with a hefty investment of over US$ 600 million. The twin towers will be used for residence, which consist of 50 floors each, 16 penthouses and 8 duplex and simplex units. The target market is expatriates, international investors and the expanding population of Sri Lanka.
  • Following the tremendous success of the Exhibition 2018 and the 36th Annual Sessions, which took place at the Bandaranaike Memorial International Conference Hall in Colombo from February 22 to 25 earlier this year, the SLIA is proud to prsent  the next edition in a superior manner.<br />
    <br />
    Save the date :February 20th to 24th, 2019
  • The Institution of Engineers, Sri Lanka is the successor to the ‘Engineering Association of Ceylon’, which was founded in 1906. In 1968, the Institution of Engineers, Sri Lanka was made an incorporated body of the government, by an Act of Parliament. The IESL being the Apex body for engineering professionals in Sri Lanka, having a membership of more than 20,000, is called upon to represent the profession at many national forums and contribute to national development. By virtue of agreements it has entered into with the International Engineers’ Alliance (IEA) for mutual recognition of competencies, members assessed to have such competencies by IESL are eligible to practice engineering in the member countries including Japan, Australia, United Kingdom, Singapore, Pakistan, India, USA, Canada and South Korea.<br />
    <br />
    IESL with the Vision to be among the leading professional institutions of engineering and technology in the world, has Missioned Techno Sri Lanka’s for “Bringing out and Unleashing the Country’s Multi – Disciplinary Engineering Talents, to Drive Sri Lanka into Technological Excellence for Revolutionary Uplifting of Peoples’ Living Conditions and Prosperity”. Engineers are driven by passion to look beyond the regular, push borders and create the impossible. This is also reflective of the fact that Engineers over centuries are really innovators, who think beyond the realm and invent solutions for mankind, ahead of their time. That’s what engineering is all about and it’s the reason Engineers will always be the ingenious inventors and imaginative innovators throughout time.<br />
    <br />
    The flagship event of IESL, Techno Sri Lanka, since its inception in 1985 has grown to be the largest and the only engineering and technology exhibition held annually in Colombo. Techno, living up to its standards, has provided the means for uplifting peoples’ living conditions and has become an ideal venue for industry professionals, business heads, technologists and keen public to come together on a single global platform.<br />
    <br />
    The world is changing; engineers are in the forefront of this change. Expectations are very high in today’s society. However, the Planet’s resources are fast depleting and engineers have to be smart and innovative to achieve high goals with very low resource consumption. Technology should reach the masses and make them do things differently, as doing ‘business as usual’ will not leave a healthy planet for our children and grandchildren. We need ‘sustainable technologies’ that will revolutionize the day-to-day activities, such as mobile technology, nanotechnology, household solar PV technology and perhaps other inventions and breakthroughs to satisfy the society’s expectations and still not be blamed by our future generations for not leaving them a livable Planet Earth.<br />
    <br />
    Considering these facts, Techno Sri Lanka has redefined its Theme for the year 2018, aiming to fulfill the expectations of all stakeholders.
  • 01. - 03. November 2018 | Trade fair for hotels, hospitality, tourism and food businesses<br />
    <br />
    The Hotel, Hospitality & Food Asia in Sri Lanka has been designed by the dynamic development of the hotel and catering industry and the tourism and food companies to take account of South Asia. She is a specifically targeted at this sector business-to-business event. This exhibition is communication and information platform in the industry and provides the exhibiting companies the opportunity to present to an audience of experts here. Visitors can find information here thoroughly and comprehensively about the latest developments, trends, products and services in various fields. HHF Sri Lanka is the leading marketplace for regional networking and distribution, as well as a new basis for the procurement of products. The program will be held a culinary competition and other live features.<br />
    <br />
    The Hotel Hospitality & Food Asia will take place on 3 days from Thursday, 01. November to Saturday, 03. November 2018 in Colombo.
  • Infotel theme will be Towards a Digital Economy, is aligning with national priorities of enhancing the digital infrastructure of the country for facilitating a digitally empowered ecosystem while improving the Citizens’ engagement in a digital society.
  • The Western Region MegapolisDevelopment Plan, also called Western Region Megapolis Planning Project(WRMPP), is a urban planning, zoning and development project aimed at creating a Megapolis in the Western Province of Sri Lanka by 2030 , which would help address the issues of waste management, traffic congestion, slums and environmental pollution. This project is intended to build a Megacity that matches other well-known economic hubs such as Dubai,Singapore,Seoul and Tokyo. For more information, please visit <a class="txttohtmllink" href="http://www.megapolis.gov.lk/">http://www.megapolis.gov.lk/</a>




เอกสารอ้างอิง
  • กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ (จร.). ประเทศนิวซีแลนด์ (ออนไลน์). สืบค้นจาก: www.dtn.go.th/filesupload/files/country/aus/country_profile_NewZealand.pdf [10 มีนาคม 2555]
  • กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์. ความตกลงความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้นไทย-นิวซีแลนด์ Thailand - New Zealand Closer Economic Partnership : TNZCEP (ออนไลน์). สืบค้นจาก: www.thaifta.com/thaifta/Portals/0/factbook_nz.pdf [5 สิงหาคม 2553]
  • กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์. ข้อมูลการค้าไทย – นิวซีแลนด์ (ออนไลน์). สืบค้นจาก: www.thaifta.com/ThaiFTA/Portals/0/nz_trademar54.pdf [17 มีนาคม 2554]
  • THE WORLD BANK 2012. GDP per capita (current US$) (ออนไลน์). สืบค้นจาก: http://data.worldbank.org/indicator/NY.GDP.PCAP.CD/countries [17 กรกฎาคม 2556 ]