บรูไน

บรูไน (Brunei) เป็นประเทศที่มีความมั่นคงสูง ทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจ ซึ่งรายได้หลักของบรูไนมาจากการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติ ที่สามารถผลิตได้มากเป็นอันดับ 4 ของโลก ทั้งนี้ บรูไนส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติกว่า 90 % ของการส่งออกทั้งหมด รายได้จากการส่งออกน้ำมันดังกล่าว มีหน่วยงานที่เรียกว่า Brunei Investment Agency (BIA) นำไปลงทุนในต่างประเทศ หรือร่วมทุนกับต่างประเทศ ทั้งในรูปการถือหุ้น การซื้อพันธบัตรในประเทศต่าง ๆ ด้วยเหตุนี้ทำให้บรูไนมีดุลการค้าเกินดุลมาโดยตลอด อย่างไรก็ตามรัฐบาลของบูรไนยังมีความกังวลเกี่ยวกับทรัพยากรในประเทศที่อาจหมดลงในอนาคต จึงมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนในประเทศอย่างต่อเนื่อง จุดนี้เป็นช่องทางและโอกาสของนักลงทุนที่มีศักยภาพในตลาดบูรไน ซึ่งเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อเป็นอันดับ 2 ของอาเซียนรองจากสิงคโปร์

ข้อมูลทั่วไป

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

บรูไน ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะบอร์เนียว มีพื้นที่ทั้งหมด 5,765 ตารางกิโลเมตร โดยมีความยาวชายฝั่งทะเล 161 กิโลเมตร ทั้งนี้พื้นที่ทางตะวันออก ตะวันตกและทิศใต้ อยู่ติดกับเขตซาราวักของมาเลเซีย ขณะที่ภูมิอากาศของบูรไนจะเป็นเขตร้อนชื้น มีฝนตกชุกตลอดปี แต่จะตกหนักสุดในช่วงเดินกันยายน-มกราคม และเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม อากาศเย็นสบายในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน และมีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีอยู่ที่ 23-32 องศาเซลเซียส

ประชากร

ในปัจจุบันนี้ บูรไนมีประชากรประมาณ 401,890 คน ประกอบด้วยชาวมาเลย์ 67 % ชาวจีน 15 % ชนเผ่าพื้นเมือง 6 % และชนเผ่าอื่นๆ 12 %

การเมืองการปกครอง

รัฐธรรมนูญปัจจุบันที่ได้รับการแก้ไขล่าสุดเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2527 กำหนดให้สุลต่านทรงเป็นอธิปัตย์ คือเป็นทั้งประมุขนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นชาวบรูไนเชื้อสายมาเลย์โดยกำเนิด และจะต้องเป็นมุสลิมนิกายสุหนี่ นอกจากนี้ บรูไนไม่มีสภาที่ได้รับเลือกจากประชาชน อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนกันยายน 2547 ได้มีการจัดการประชุมของสภาเป็นครั้งแรก ตั้งแต่บรูไนประกาศเอกราช

ภาษา

ภาษาราชการของบูรไน คือ ภาษามาเลย์ นอกจากนั้นยังใช้ภาษาอังกฤษและจีนในการสื่อสารได้ด้วย

ศาสนา

ชาวบรูไนนับถือศาสนาอิสลาม 67 % ศาสนาพุทธ 13 % ศาสนาคริสต์ 10 % และอื่นๆ 10 % เป็นศาสนาหรือลัทธิอื่นๆ ตามความเชื่อของชนพื้นเมือง

สกุลเงิน

สกุลเงินของบรูไน เรียกว่า "ดอลลาร์บรูไน" มีตัวย่อคือ BND โดยในปัจจุบันมีอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 1 ดอลลาร์บูรไน ต่อ 24 บาท (28 ม.ค. 2556)

ข้อมูลทั่วไปประเทศบรูไน

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

บรูไน ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะบอร์เนียว มีพื้นที่ทั้งหมด 5,765 ตารางกิโลเมตร โดยมีความยาวชายฝั่งทะเล 161 กิโลเมตร ทั้งนี้พื้นที่ทางตะวันออก ตะวันตกและทิศใต้ อยู่ติดกับเขตซาราวักของมาเลเซีย ขณะที่ภูมิอากาศของบูรไนจะเป็นเขตร้อนชื้น มีฝนตกชุกตลอดปี แต่จะตกหนักสุดในช่วงเดินกันยายน-มกราคม และเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม อากาศเย็นสบายในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน และมีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีอยู่ที่ 23-32 องศาเซลเซียส

ประชากร

ในปัจจุบันนี้ บูรไนมีประชากรประมาณ 401,890 คน ประกอบด้วยชาวมาเลย์ 67 % ชาวจีน 15 % ชนเผ่าพื้นเมือง 6 % และชนเผ่าอื่นๆ 12 %

การเมืองการปกครอง

รัฐธรรมนูญปัจจุบันที่ได้รับการแก้ไขล่าสุดเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2527 กำหนดให้สุลต่านทรงเป็นอธิปัตย์ คือเป็นทั้งประมุขนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นชาวบรูไนเชื้อสายมาเลย์โดยกำเนิด และจะต้องเป็นมุสลิมนิกายสุหนี่ นอกจากนี้ บรูไนไม่มีสภาที่ได้รับเลือกจากประชาชน อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนกันยายน 2547 ได้มีการจัดการประชุมของสภาเป็นครั้งแรก ตั้งแต่บรูไนประกาศเอกราช

ภาษา

ภาษาราชการของบูรไน คือ ภาษามาเลย์ นอกจากนั้นยังใช้ภาษาอังกฤษและจีนในการสื่อสารได้ด้วย

ศาสนา

ชาวบรูไนนับถือศาสนาอิสลาม 67 % ศาสนาพุทธ 13 % ศาสนาคริสต์ 10 % และอื่นๆ 10 % เป็นศาสนาหรือลัทธิอื่นๆ ตามความเชื่อของชนพื้นเมือง

สกุลเงิน

สกุลเงินของบรูไน เรียกว่า "ดอลลาร์บรูไน" มีตัวย่อคือ BND โดยในปัจจุบันมีอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 1 ดอลลาร์บูรไน ต่อ 24 บาท (28 ม.ค. 2556)

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

ข้อมูลเศรษฐกิจการค้า

บรูไนมีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประมาณ 51,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีรายได้ต่อหัว 53,100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งระบบเศรษฐกิจของบรูไนเป็นแบบตลาดเสรี ภายใต้การดูแลของรัฐ รายได้หลักของประเทศมาจากน้ำมัน ประมาณ 48% และก๊าซธรรมชาติ ประมาณ 43 % และเนื่องจากสินค้าส่งออกหลักของบรูไน คือ น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ทำให้บรูไนมีดุลการค้าเกินดุลมาโดยตลอด สินค้าส่วนใหญ่ส่งออกไปยังญี่ปุ่น อังกฤษ ไทย สิงคโปร์ ไต้หวัน สหรัฐ ฟิลิปปินส์ และสาธารณรัฐเกาหลี ตามลำดับ ในขณะที่สินค้านำเข้าส่วนใหญ่มาจากสิงคโปร์ อังกฤษ สหรัฐฯ และมาเลเซีย โดยเป็นสินค้าประเภทเครื่องจักรอุตสาหกรรม รถยนต์ เครื่องมือ เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ และสินค้าเกษตร เช่น ข้าวและผลไม้

สำหรับการค้าระหว่างไทย-บรูไนนั้น ยังคงเติบโตขึ้นตลอด โดยสินค้าส่งออกที่สำคัญจากไทยไปยังบรูไน ได้แก่ รถยนต์อุปกรณ์และส่วนประกอบ ข้าว อัญมณีและเครื่องประดับ หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ น้ำตาลทราย ปูนซิเมนต์ เสื้อผ้าสำเร็จรูป เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่อง ผลไม้สดแช่เย็น แช่แข็งและแห้ง และ ผลิตภัณฑ์ยาง ส่วนสินค้าสำคัญที่ไทยนำเข้าจากบรูไน คือ น้ำมันดิบ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ สินแร่โลหะอื่นๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ผลิตภัณฑ์สิ่งทออื่นๆ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เยื่อกระดาษและเศษกระดาษ ผลิตภัณฑ์โลหะ เสื้อผ้าสำเร็จรูป และเครื่องใช้เบ็ดเตล็ด

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

ข้อมูลเศรษฐกิจการค้า

บรูไนมีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประมาณ 51,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีรายได้ต่อหัว 53,100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งระบบเศรษฐกิจของบรูไนเป็นแบบตลาดเสรี ภายใต้การดูแลของรัฐ รายได้หลักของประเทศมาจากน้ำมัน ประมาณ 48% และก๊าซธรรมชาติ ประมาณ 43 % และเนื่องจากสินค้าส่งออกหลักของบรูไน คือ น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ทำให้บรูไนมีดุลการค้าเกินดุลมาโดยตลอด สินค้าส่วนใหญ่ส่งออกไปยังญี่ปุ่น อังกฤษ ไทย สิงคโปร์ ไต้หวัน สหรัฐ ฟิลิปปินส์ และสาธารณรัฐเกาหลี ตามลำดับ ในขณะที่สินค้านำเข้าส่วนใหญ่มาจากสิงคโปร์ อังกฤษ สหรัฐฯ และมาเลเซีย โดยเป็นสินค้าประเภทเครื่องจักรอุตสาหกรรม รถยนต์ เครื่องมือ เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ และสินค้าเกษตร เช่น ข้าวและผลไม้

สำหรับการค้าระหว่างไทย-บรูไนนั้น ยังคงเติบโตขึ้นตลอด โดยสินค้าส่งออกที่สำคัญจากไทยไปยังบรูไน ได้แก่ รถยนต์อุปกรณ์และส่วนประกอบ ข้าว อัญมณีและเครื่องประดับ หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ น้ำตาลทราย ปูนซิเมนต์ เสื้อผ้าสำเร็จรูป เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่อง ผลไม้สดแช่เย็น แช่แข็งและแห้ง และ ผลิตภัณฑ์ยาง ส่วนสินค้าสำคัญที่ไทยนำเข้าจากบรูไน คือ น้ำมันดิบ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ สินแร่โลหะอื่นๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ผลิตภัณฑ์สิ่งทออื่นๆ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เยื่อกระดาษและเศษกระดาษ ผลิตภัณฑ์โลหะ เสื้อผ้าสำเร็จรูป และเครื่องใช้เบ็ดเตล็ด

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

รูปแบบการประกอบธุรกิจในบรูไนสามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ผู้จัดจำหน่าย ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัท และสาขาบริษัทต่างประเทศ โดยธุรกิจทุกประเภทต้องจดทะเบียนชื่อธุรกิจ ยกเว้นเฉพาะการใช้ชื่อเต็มของเจ้าของกิจการ ซึ่งผู้ประกอบการ 2 ประเภทแรก ได้แก่ ผู้จัดจำหน่วยและห้างหุ้นส่วนไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ แต่ต้องจดทะเบียนชื่อประกอบธุรกิจ ขณะที่ชาวต่างชาติสามารถยื่นสมัครประกอบธุรกิจในลักษณะนี้เช่นเดียวกัน โดยต้องผ่านความเห็นชอบจากกรมตรวจคนเข้าเมืองก่อน

สำหรับรูปแบบบริษัทต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งบริษัท สำหรับบริษัทจำกัดและบริษัท (มหาชน) จำกัด ต้องมีคณะกรรมการบริหารในบริษัทเป็นชาวบรูไนไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่ง โดยบริษัท (มหาชน) จำกัด ต้องมีผู้ถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 7 คน และบริษัทเอกชนต้องมีผู้ถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 2 คน ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นไม่จำเป็นต้องมีสัญชาติบรูไน อนึ่ง บริษัทภายนอกประเทศบรูไนสามารถจัดตั้งสำนักงานในบรูไนได้โดยต้องจดทะเบียน ภายใต้มาตรา 299 ของกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งบริษัท

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

รูปแบบการประกอบธุรกิจในบรูไนสามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ผู้จัดจำหน่าย ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัท และสาขาบริษัทต่างประเทศ โดยธุรกิจทุกประเภทต้องจดทะเบียนชื่อธุรกิจ ยกเว้นเฉพาะการใช้ชื่อเต็มของเจ้าของกิจการ ซึ่งผู้ประกอบการ 2 ประเภทแรก ได้แก่ ผู้จัดจำหน่วยและห้างหุ้นส่วนไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ แต่ต้องจดทะเบียนชื่อประกอบธุรกิจ ขณะที่ชาวต่างชาติสามารถยื่นสมัครประกอบธุรกิจในลักษณะนี้เช่นเดียวกัน โดยต้องผ่านความเห็นชอบจากกรมตรวจคนเข้าเมืองก่อน

สำหรับรูปแบบบริษัทต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งบริษัท สำหรับบริษัทจำกัดและบริษัท (มหาชน) จำกัด ต้องมีคณะกรรมการบริหารในบริษัทเป็นชาวบรูไนไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่ง โดยบริษัท (มหาชน) จำกัด ต้องมีผู้ถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 7 คน และบริษัทเอกชนต้องมีผู้ถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 2 คน ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นไม่จำเป็นต้องมีสัญชาติบรูไน อนึ่ง บริษัทภายนอกประเทศบรูไนสามารถจัดตั้งสำนักงานในบรูไนได้โดยต้องจดทะเบียน ภายใต้มาตรา 299 ของกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งบริษัท

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

รัฐบาลบรูไนตระหนักดีว่าทรัพยากรพลังงานที่ครอบครองอยู่นั้นกำลังจะหมดไปในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า จึงเร่งปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจโดยมีการประกาศแผนพัฒนาในระยะยาวชื่อว่า วิสัยทัศน์บรูไน ปี 2578 (Wawasan 2035-Vision Brunei 2035) แผนพัฒนาฉบับนี้แสดงให้เห็นว่าบรูไนเปลี่ยนไปให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาคเศรษฐกิจอื่น นอกจากภาคพลังงาน ไม่ต้องพึ่งน้ำมันเพียงอย่างเดียว รวมไปถึงการส่งเสริมให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศ

ตั้งแต่รัฐบาลบรูไนเร่งปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจใหม่ ก็มีความพยายามที่จะออกมาตรการต่างๆ กระตุ้นการลงทุนในภาคส่วนอื่น นอกจากภาคพลังงาน เพื่อสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจ เช่น นโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติ โดยการให้สิทธิพิเศษหลายประการแก่นักลงทุนต่างชาติ ดังเช่น การให้สิทธิพิเศษด้านภาษี บรูไนไม่มีการเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและห้างหุ้นส่วน ไม่มีเก็บภาษีส่งออก ภาษีขาย ภาษีการผลิต สำหรับภาษีนิติบุคคลนั้นยังมีการเรียกเก็บอยู่ แต่เป็นการเรียกเก็บจากนิติบุคคลที่เป็นบริษัทเท่านั้น

สิทธิประโยชน์

บรูไนมีนโยบายให้ความสำคัญกับการลงทุนจากต่างประเทศซึ่งมีบทบาทในการพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของประเทศ รัฐบาลจึงอนุญาตการลงทุนจากต่างประเทศเกือบทุกสาขา รวมถึงการอนุญาตให้ต่างชาติถือหุ้นได้ 100 % ในทุกสาขา ยกเว้น อุตสาหกรรมที่ใช้ทรัพยากรภายในประเทศและสาขาที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางอาหารแห่งชาติ ซึ่งยังต้องมีผู้ถือหุ้นภายในประเทศ โดยต้องมีอย่างน้อย 30 % ในสาขาการเกษตร ประมง และการแปรรูปอาหาร อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีคำนิยามที่ชัดเจนว่าสาขาใดที่จะต้องมีผู้ถือหุ้นภายในประเทศ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของทางการ

นอกจากนี้ รัฐบาลบรูไนยังได้ให้สิทธิพิเศษทางภาษี เพื่อส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติ เช่น โครงการผู้บุกเบิก (The Pioneer Status Programme) บริษัทจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยปกติ 30 % สาหรับบริษัทที่ไม่ได้ทำธุรกิจน้ำมัน เป็นเวลาถึง 8 ปี และได้รับยกเว้นภาษีนาเข้าเครื่องจักร อุปกรณ์ที่ใช้ในโรงงาน

ประเด็นท้าทายในการทำธุรกิจ

ปัญหาทางการค้าที่ภาคเอกชนไทยประสบในการทำธุรกิจที่ประเทศบรูไน ได้แก่

  1. บรูไนขาดแคลนแรงงานจนต้องจ้างแรงงานต่างชาติเป็นจำนวนมาก
  2. ขั้นตอนและกระบวนการสั่งซื้อ รวมถึงขนส่งสินค้าของบรูไนมีความลำบาก โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ที่มีชาวสิงคโปร์ร่วมลงทุนอยู่ด้วย การนำเข้ามักจะขึ้นอยู่กับนักธุรกิจสิงคโปร์ ซึ่งจะต้องมีการขนส่งผ่านทางสิงคโปร์ก่อน
  3. การขนส่งสินค้าทางเรือมีอุปสรรคมาก เนื่องจากเรือที่บรรทุกสินค้าไปบรูไนมีสินค้าเฉพาะเที่ยวขาไป แต่ไม่มีสินค้าในเที่ยวขากลับ ประกอบกับประเภทของเรือที่ใช้บรรทุกสินค้าในการส่งออกและนำเข้ามีความแตกต่างกัน โดยสินค้าที่ไทยนำเข้าจากบรูไนส่วนใหญ่จะเป็นน้ำมันดิบ ซึ่งต้องใช้เรือในการขนส่งน้ำมันโดยเฉพาะ นอกจากนั้น สินค้าต่างๆ ที่ไทยส่งออกไปยังบรูไนมีจานวนไม่มาก ทาให้การขนส่งส่วนใหญ่ต้องผ่านการขนถ่ายสินค้าที่สิงคโปร์ก่อน เป็นเหตุให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายสูง
  4. บรูไนมีข้อบังคับในการนำเข้าสินค้าประเภทอาหารที่เคร่งครัดมาก ซึ่งจะต้องเป็นอาหารฮาลาลเท่านั้น โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ ได้แก่ เนื้อโค กระบือ แพะ แกะ และไก่ บางครั้งเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่รับผิดชอบของบรูไน คือ กระทรวงศาสนา (Ministry of Religious Affairs) และกรมเกษตร กระทรวงอุตสาหกรรม (Ministry of Industry and Primary Resources) จะต้องไปตรวจโรงงาน เพื่อตรวจสอบกรรมวิธีการผลิต การเก็บรักษา ฯลฯ หากผ่านการตรวจสอบและได้รับการรับรองแล้ว จึงจะสามารถส่งสินค้าไปจำหน่ายในบรูไนได้ ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้ทำให้เกิดความล่าช้าและไม่คล่องตัวในการนำเข้าสินค้าอาหารไปยังบรูไน
  5. จากปัญหาวิกฤติทางเศรษฐกิจภายในประเทศของบรูไน ส่งผลให้ธุรกิจการก่อสร้างในบรูไนลดลงประมาณ 70 % ทำให้การนำเข้าสินค้าประเภทวัสดุก่อสร้างลดลงมาก ซึ่งผลจากการที่บริษัทก่อสร้างในบรูไนต้องปิดกิจการลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการล้มละลายของบริษัทก่อสร้างรายใหญ่ที่สุดคือ บริษัท AMEDEO ทำให้ต้องส่งคนงานกลับไปเป็นจำนวนมากจนส่งผลกระทบให้การนำเข้าสินค้าเครื่องอุปโภค-บริโภคต่างๆ ในบรูไนลดลงด้วย

ประเด็นท้าทายในการทำธุรกิจ

ปัญหาทางการค้าที่ภาคเอกชนไทยประสบในการทำธุรกิจที่ประเทศบรูไน ได้แก่

  1. บรูไนขาดแคลนแรงงานจนต้องจ้างแรงงานต่างชาติเป็นจำนวนมาก
  2. ขั้นตอนและกระบวนการสั่งซื้อ รวมถึงขนส่งสินค้าของบรูไนมีความลำบาก โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ที่มีชาวสิงคโปร์ร่วมลงทุนอยู่ด้วย การนำเข้ามักจะขึ้นอยู่กับนักธุรกิจสิงคโปร์ ซึ่งจะต้องมีการขนส่งผ่านทางสิงคโปร์ก่อน
  3. การขนส่งสินค้าทางเรือมีอุปสรรคมาก เนื่องจากเรือที่บรรทุกสินค้าไปบรูไนมีสินค้าเฉพาะเที่ยวขาไป แต่ไม่มีสินค้าในเที่ยวขากลับ ประกอบกับประเภทของเรือที่ใช้บรรทุกสินค้าในการส่งออกและนำเข้ามีความแตกต่างกัน โดยสินค้าที่ไทยนำเข้าจากบรูไนส่วนใหญ่จะเป็นน้ำมันดิบ ซึ่งต้องใช้เรือในการขนส่งน้ำมันโดยเฉพาะ นอกจากนั้น สินค้าต่างๆ ที่ไทยส่งออกไปยังบรูไนมีจานวนไม่มาก ทาให้การขนส่งส่วนใหญ่ต้องผ่านการขนถ่ายสินค้าที่สิงคโปร์ก่อน เป็นเหตุให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายสูง
  4. บรูไนมีข้อบังคับในการนำเข้าสินค้าประเภทอาหารที่เคร่งครัดมาก ซึ่งจะต้องเป็นอาหารฮาลาลเท่านั้น โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ ได้แก่ เนื้อโค กระบือ แพะ แกะ และไก่ บางครั้งเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่รับผิดชอบของบรูไน คือ กระทรวงศาสนา (Ministry of Religious Affairs) และกรมเกษตร กระทรวงอุตสาหกรรม (Ministry of Industry and Primary Resources) จะต้องไปตรวจโรงงาน เพื่อตรวจสอบกรรมวิธีการผลิต การเก็บรักษา ฯลฯ หากผ่านการตรวจสอบและได้รับการรับรองแล้ว จึงจะสามารถส่งสินค้าไปจำหน่ายในบรูไนได้ ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้ทำให้เกิดความล่าช้าและไม่คล่องตัวในการนำเข้าสินค้าอาหารไปยังบรูไน
  5. จากปัญหาวิกฤติทางเศรษฐกิจภายในประเทศของบรูไน ส่งผลให้ธุรกิจการก่อสร้างในบรูไนลดลงประมาณ 70 % ทำให้การนำเข้าสินค้าประเภทวัสดุก่อสร้างลดลงมาก ซึ่งผลจากการที่บริษัทก่อสร้างในบรูไนต้องปิดกิจการลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการล้มละลายของบริษัทก่อสร้างรายใหญ่ที่สุดคือ บริษัท AMEDEO ทำให้ต้องส่งคนงานกลับไปเป็นจำนวนมากจนส่งผลกระทบให้การนำเข้าสินค้าเครื่องอุปโภค-บริโภคต่างๆ ในบรูไนลดลงด้วย

    

สาระน่ารู้

  • สหภาพการค้าแห่งนอร์เวย์ (The Norwegian Confederation of Trade Unions (LO)) – เป็นองค์กรคนงานที่ใหญ่ที่สุดและมีอิทธิพลมากที่สุดในนอร์เวย์
  • One Galle Face is Colombo's first internationally developed integrated lifestyle destination that makes living, working, entertainment and hospitality possible all in one location. Hong Kong's leisure entity Shanri-La Hotels and Resorts foresees the completion of this project by 2018 with a hefty investment of over US$ 600 million. The twin towers will be used for residence, which consist of 50 floors each, 16 penthouses and 8 duplex and simplex units. The target market is expatriates, international investors and the expanding population of Sri Lanka.
  • Following the tremendous success of the Exhibition 2018 and the 36th Annual Sessions, which took place at the Bandaranaike Memorial International Conference Hall in Colombo from February 22 to 25 earlier this year, the SLIA is proud to prsent  the next edition in a superior manner.<br />
    <br />
    Save the date :February 20th to 24th, 2019
  • The Institution of Engineers, Sri Lanka is the successor to the ‘Engineering Association of Ceylon’, which was founded in 1906. In 1968, the Institution of Engineers, Sri Lanka was made an incorporated body of the government, by an Act of Parliament. The IESL being the Apex body for engineering professionals in Sri Lanka, having a membership of more than 20,000, is called upon to represent the profession at many national forums and contribute to national development. By virtue of agreements it has entered into with the International Engineers’ Alliance (IEA) for mutual recognition of competencies, members assessed to have such competencies by IESL are eligible to practice engineering in the member countries including Japan, Australia, United Kingdom, Singapore, Pakistan, India, USA, Canada and South Korea.<br />
    <br />
    IESL with the Vision to be among the leading professional institutions of engineering and technology in the world, has Missioned Techno Sri Lanka’s for “Bringing out and Unleashing the Country’s Multi – Disciplinary Engineering Talents, to Drive Sri Lanka into Technological Excellence for Revolutionary Uplifting of Peoples’ Living Conditions and Prosperity”. Engineers are driven by passion to look beyond the regular, push borders and create the impossible. This is also reflective of the fact that Engineers over centuries are really innovators, who think beyond the realm and invent solutions for mankind, ahead of their time. That’s what engineering is all about and it’s the reason Engineers will always be the ingenious inventors and imaginative innovators throughout time.<br />
    <br />
    The flagship event of IESL, Techno Sri Lanka, since its inception in 1985 has grown to be the largest and the only engineering and technology exhibition held annually in Colombo. Techno, living up to its standards, has provided the means for uplifting peoples’ living conditions and has become an ideal venue for industry professionals, business heads, technologists and keen public to come together on a single global platform.<br />
    <br />
    The world is changing; engineers are in the forefront of this change. Expectations are very high in today’s society. However, the Planet’s resources are fast depleting and engineers have to be smart and innovative to achieve high goals with very low resource consumption. Technology should reach the masses and make them do things differently, as doing ‘business as usual’ will not leave a healthy planet for our children and grandchildren. We need ‘sustainable technologies’ that will revolutionize the day-to-day activities, such as mobile technology, nanotechnology, household solar PV technology and perhaps other inventions and breakthroughs to satisfy the society’s expectations and still not be blamed by our future generations for not leaving them a livable Planet Earth.<br />
    <br />
    Considering these facts, Techno Sri Lanka has redefined its Theme for the year 2018, aiming to fulfill the expectations of all stakeholders.
  • 01. - 03. November 2018 | Trade fair for hotels, hospitality, tourism and food businesses<br />
    <br />
    The Hotel, Hospitality & Food Asia in Sri Lanka has been designed by the dynamic development of the hotel and catering industry and the tourism and food companies to take account of South Asia. She is a specifically targeted at this sector business-to-business event. This exhibition is communication and information platform in the industry and provides the exhibiting companies the opportunity to present to an audience of experts here. Visitors can find information here thoroughly and comprehensively about the latest developments, trends, products and services in various fields. HHF Sri Lanka is the leading marketplace for regional networking and distribution, as well as a new basis for the procurement of products. The program will be held a culinary competition and other live features.<br />
    <br />
    The Hotel Hospitality & Food Asia will take place on 3 days from Thursday, 01. November to Saturday, 03. November 2018 in Colombo.
  • Infotel theme will be Towards a Digital Economy, is aligning with national priorities of enhancing the digital infrastructure of the country for facilitating a digitally empowered ecosystem while improving the Citizens’ engagement in a digital society.




เอกสารอ้างอิง
  • ศูนย์ศึกษาความร่วมมือระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. ประเทศบรูไนดารุสซาลาม (ออนไลน์). สืบค้นจาก: http://www.apecthai.org/apec/th/profile1.php?continentid=2&country=b5&name=%BA%C3%D9%E4%B9%B4%D2%C3%D8%CA%AB%D2%C5%D2%C1 [17 กรกฎาคม 2556]
  • ศูนย์ข้อมูลการลงทุนไทยในต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน. บรูไนดารุสซาลาม (ออนไลน์). สืบค้นจาก: http://toi.boi.go.th [17 กรกฎาคม 2556]
  • สานักอาเซียน กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์. ข้อมูลพื้นฐานของประเทศบรูไน. 2553
  • THE WORLD BANK 2012. GDP per capita (current US$) (ออนไลน์). สืบค้นจาก: http://data.worldbank.org/indicator/NY.GDP.PCAP.CD/countries [17 กรกฎาคม 2556 ]