มองโกเลีย

สาธารณรัฐมองโกเลีย (Republic of Mongolia) เป็นประเทศในทวีปเอเชียที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล มองโกเลียเคยเป็นศูนย์กลางของจักรวรรดิมองโกลในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 13 ซึ่งต่อมาได้ยึดอำนาจเข้าปกครองจีน และได้รับเอกราชจากการช่วยเหลือของสหภาพโซเวียต ซึ่งส่งผลให้สหภาพโซเวียตเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญของมองโกเลีย และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในสหภาพโซเวียตทำให้ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศลดลง และส่งผลกระทบให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจขึ้นในมองโกเลียในช่วงที่มองโกเลียกำลังเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบบสังคมนิยมมาสู่ระบบตลาดเสรี มองโกเลียจึงเร่งเปิดประตูสู่นานาชาติมากขึ้น

ข้อมูลทั่วไป

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

มองโกเลีย เป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของโลก รองจากประเทศคาซัคสถาน พื้นที่ของประเทศทั้งหมด 1.5 ล้าน ตารางกิโลเมตร (ใหญ่กว่าประเทศไทย 3 เท่า) ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง ภูเขา และทุ่งหญ้า พรมแดนทางเหนือติดกับประเทศรัสเซีย และทางใต้ติดกับประเทศจีน ไม่มีอาณาเขตติดทะเล และมีพื้นที่ที่สามารถใช้สำหรับการเกษตรได้น้อยกว่า 1% สภาพภูมิอากาศเป็นแบบทะเลทราย คือระหว่างวันและแต่ละฤดูกาลอุณหภูมิจะต่างกันมาก มักมีภัยธรรมชาติรุนแรง เช่น พายุฝุ่น ไฟไหม้ทุ่งหญ้าและไฟไหม้ป่า ความแห้งแล้ง และอากาศหนาวอย่างรุนแรง

ประชากร

มองโกเลียมีประชากรเพียง 3.179 ล้านคน มีหลากหลายเชื้อชาติ ได้แก่ มองโกล 94.9% (ส่วนใหญ่เป็นพวก Khalkha) คาซัค 5% รัสเซียและจีน 0.1%

การเมืองการปกครอง

เนื่องด้วยหลุดอาณานิคมจากจีนเพราะจะช่วยเหลือของสหภาพโซวียต ทำให้ประเทศมองโกลต้องสถาปนาการปกครองเป็นระบอบคอมมิวนิสต์ด้วย แต่เมื่อสหภาพโซเวียตสิ้นสุดลงลัทธิคอมมิวนิสต์ก็หายไปจากมองโกเลียเช่นกัน ซึ่งต่อมามองโกเลียได้นำระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภามาใช้ และแบ่งอำนาจของสภาพออกเป็น 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายบริหาร มีประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐ นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารและเป็นผู้เสนอชื่อคณะรัฐมนตรี และรัฐสภา (the State Grate Hural) เป็นผู้รับรองรายชื่อคณะรัฐมนตรี รัฐสภาเป็นผู้เสนอชื่อผู้เข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี และได้รับเลือกตั้งโดยวิธีการลงคะแนนเสียง (Popular Vote) วาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี สามารถดำรงตำแหน่งติดต่อกันเป็นวาระที่ 2 ได้

ฝ่ายนิติบัญญัติ รัฐสภาแบบสภาเดียว (Unicameral State Great Hural) สมาชิกจำนวน 76 ที่นั่ง มาจากการเลือกตั้ง (Popular vote) วาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี และฝ่ายตุลาการ โดยมีศาลสูงสุดคือ ศาลฎีกา (Supreme Court) ซึ่งกฎหมายของมองโกเลียมีลักษณะผสมผสานกันระหว่างระบบกฎหมายของโซเวียต เยอรมนี และสหรัฐอเมริกา ร่วมกับการใช้ประมวลกฎหมายสากลและตัดสินตามกรณีที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ภาษา

ใช้ภาษามองโกล (Mongol Khalkha) เป็นภาษาราชการ 90% ที่เหลือคือภาษา Turkic และภาษา Russia

ศาสนา

ประชากรชาวมองโกเลียส่วนมากนับถือศาสนาพุทธนิกายวัชรยานแบบทิเบต (นิกายลามะ) 50% นับถือเทพและภูตผีผ่านคนทรง (Shamanist) และศาสนาคริสต์ 6% อิสลาม 4% ไม่นับถือศาสนาใดๆ 40%

สกุลเงิน

ตูริก (Tugriks-MNT)

ข้อมูลทั่วไปประเทศมองโกเลีย

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

มองโกเลีย เป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของโลก รองจากประเทศคาซัคสถาน พื้นที่ของประเทศทั้งหมด 1.5 ล้าน ตารางกิโลเมตร (ใหญ่กว่าประเทศไทย 3 เท่า) ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง ภูเขา และทุ่งหญ้า พรมแดนทางเหนือติดกับประเทศรัสเซีย และทางใต้ติดกับประเทศจีน ไม่มีอาณาเขตติดทะเล และมีพื้นที่ที่สามารถใช้สำหรับการเกษตรได้น้อยกว่า 1% สภาพภูมิอากาศเป็นแบบทะเลทราย คือระหว่างวันและแต่ละฤดูกาลอุณหภูมิจะต่างกันมาก มักมีภัยธรรมชาติรุนแรง เช่น พายุฝุ่น ไฟไหม้ทุ่งหญ้าและไฟไหม้ป่า ความแห้งแล้ง และอากาศหนาวอย่างรุนแรง

ประชากร

มองโกเลียมีประชากรเพียง 3.179 ล้านคน มีหลากหลายเชื้อชาติ ได้แก่ มองโกล 94.9% (ส่วนใหญ่เป็นพวก Khalkha) คาซัค 5% รัสเซียและจีน 0.1%

การเมืองการปกครอง

เนื่องด้วยหลุดอาณานิคมจากจีนเพราะจะช่วยเหลือของสหภาพโซวียต ทำให้ประเทศมองโกลต้องสถาปนาการปกครองเป็นระบอบคอมมิวนิสต์ด้วย แต่เมื่อสหภาพโซเวียตสิ้นสุดลงลัทธิคอมมิวนิสต์ก็หายไปจากมองโกเลียเช่นกัน ซึ่งต่อมามองโกเลียได้นำระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภามาใช้ และแบ่งอำนาจของสภาพออกเป็น 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายบริหาร มีประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐ นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารและเป็นผู้เสนอชื่อคณะรัฐมนตรี และรัฐสภา (the State Grate Hural) เป็นผู้รับรองรายชื่อคณะรัฐมนตรี รัฐสภาเป็นผู้เสนอชื่อผู้เข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี และได้รับเลือกตั้งโดยวิธีการลงคะแนนเสียง (Popular Vote) วาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี สามารถดำรงตำแหน่งติดต่อกันเป็นวาระที่ 2 ได้

ฝ่ายนิติบัญญัติ รัฐสภาแบบสภาเดียว (Unicameral State Great Hural) สมาชิกจำนวน 76 ที่นั่ง มาจากการเลือกตั้ง (Popular vote) วาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี และฝ่ายตุลาการ โดยมีศาลสูงสุดคือ ศาลฎีกา (Supreme Court) ซึ่งกฎหมายของมองโกเลียมีลักษณะผสมผสานกันระหว่างระบบกฎหมายของโซเวียต เยอรมนี และสหรัฐอเมริกา ร่วมกับการใช้ประมวลกฎหมายสากลและตัดสินตามกรณีที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ภาษา

ใช้ภาษามองโกล (Mongol Khalkha) เป็นภาษาราชการ 90% ที่เหลือคือภาษา Turkic และภาษา Russia

ศาสนา

ประชากรชาวมองโกเลียส่วนมากนับถือศาสนาพุทธนิกายวัชรยานแบบทิเบต (นิกายลามะ) 50% นับถือเทพและภูตผีผ่านคนทรง (Shamanist) และศาสนาคริสต์ 6% อิสลาม 4% ไม่นับถือศาสนาใดๆ 40%

สกุลเงิน

ตูริก (Tugriks-MNT)

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

สภาวะทางเศรษฐกิจของมองโกเลียในช่วงแรกที่เริ่มปรับเปลี่ยนสู่ระบบตลาดเสรีนั้นมีความผันผวนอย่างมาก และได้เริ่มปรับตัว มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา โดยในปี 2548 มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจร้อยละ 5.5 และอัตราเงินเฟ้อร้อยละ 11 ปัจจุบันมองโกเลียถือได้ว่าเป็น new market economy ซึ่งเปิดให้ต่างชาติเข้าไปลงทุนได้ 100% ในด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน คมนาคม โดยเฉพาะด้านอุตสาหกรรมเหมืองแร่ เนื่องจากมองโกเลียอุดมไปด้วยแร่ธาตุ ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ ได้แก่ ทองแดง ถ่านหิน โมลิบดีนัม ดีบุก ทังสเตน และทองคำ โดยเฉพาะถ่านหิน ทองคำ และทองแดง อันเป็นรายได้หลักสำคัญ

ประชากรชาวมองโกเลียประมาณ 47% อยู่ในภาคเกษตรกรรม แต่สามารถผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคใช้ภายในประเทศเพียง 30% และต้องนำเข้าจากต่างประเทศ 70% ดังนั้น รัฐบาลมองโกเลียจึงกำหนดให้การพัฒนาเกษตรกรรมเป็นความสำคัญเร่งด่วนและกำหนดแผนในการพัฒนาการเกษตร โดยมุ่งเน้นการพัฒนาด้านปศุสัตว์ให้ทันสมัย

คู่ค้าที่สำคัญของมองโกเลียคือ จีน และรัสเซีย โดยจีนเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของมองโกเลีย สินค้าส่งออกที่สำคัญ เช่น ทองแดง เสื้อผ้า ปศุสัตว์ ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ แคชเมียร์ ขนแกะ และรัสเซียเป็นตลาดนำเข้าอันดับ 1 สินค้านำเข้าที่สำคัญ เช่น เครื่องจักรและอุปกรณ์ น้ำมัน รถยนต์ ผลิตภัณฑ์อาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค อุปกรณ์ก่อสร้าง เป็นต้น

ดัชนีเศรษฐกิจของมองโกเลีย

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) 6.125 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
GDP รายบุคคล 3,600 ดอลลาร์สหรัฐฯ
อัตราการเจริญเติบโต GDP 6.1%
GDP แยกตามภาคการผลิต ภาคการเกษตร 19.7%
ภาคอุตสาหกรรม 35.1%
ภาคการบริการ 45.2%
มูลค่าการส่งออก 2.899 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
สินค้าส่งออก แร่โมลิบดีนัม ทองแดง ขนสัตว์ เครื่องหนัง พรมขนสัตว์ เนื้อสัตว์ ไม้ท่อน (แร่โมลิบดีนัม และทองแดงเป็นสินค้าออกที่สำคัญ มีมูลค่าครึ่งหนึ่งของสินค้าออกทั้งหมด)
ประเทศคู่ค้า (ส่งออก) ที่สำคัญ จีน 84.8% แคนาดา 3.6% รัสเซีย 2.7%
มูลค่าการนำเข้า 3.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
สินค้านำเข้า น้ำมัน โลหะ เครื่องจักรกล วัสดุก่อสร้าง ยานพาหนะ อาหาร น้ำตาล ชา (น้ำมันเป็นสินค้านำเข้าที่สาคัญมีประมาณครึ่งหนึ่งของสินค้านำเข้าทั้งหมด)
ประเทศคู่ค้า (นำเข้า)ที่สาคัญ รัสเซีย 33.2%
จีน 30.5%
ญี่ปุ่น 6%
เกาหลีใต้ 5.5%

มองโกเลียถือเป็นคู่ค้าอันดับที่ 8 ของไทยในภูมิภาคเอเชียตะวันออก การค้าไทย-มองโกเลียตลอดปี 2554 มีมูลค่ารวม 18.05 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มากกว่าปี 2553 ในอัตราร้อยละ 30 โดยไทยส่งออก 12.73 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และนำเข้า 5.32 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบรถยนต์ กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ ผลิตภัณฑ์อลูมิเนียม ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ สินค้านำเข้าที่สำคัญของไทย ได้แก่ สินแร่โลหะ เศษโลหะ แร่และผลิตภัณฑ์จากแร่ เสื้อผ้าสำเร็จรูป ชา กาแฟ และเครื่องเทศ

มองโกเลียอาจจะเป็นประเทศที่หลายคนมองข้ามเพราะคิดว่าตลาดมีขนาดเล็ก ไม่มีทางออกทะเล แต่ในความเป็นจริงแล้วมองโกเลียเป็นประเทศที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง มีแร่ธาตุที่อุดมสมบูรณ์เศรษฐกิจก็มีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด ล่าสุดปี 2555 GDP เติบโตสูงถึงร้อยละ 12.6 และคาดว่าจะเติบโตด้วยตัวเลขสองหลักไปอีกเป็น 10 ปี การเมืองมีความมั่นคงสูงถือเป็นตลาดใหม่สำหรับการค้าและการลงทุนของไทยที่ไม่อาจมองข้ามได้เลย

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

สภาวะทางเศรษฐกิจของมองโกเลียในช่วงแรกที่เริ่มปรับเปลี่ยนสู่ระบบตลาดเสรีนั้นมีความผันผวนอย่างมาก และได้เริ่มปรับตัว มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา โดยในปี 2548 มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจร้อยละ 5.5 และอัตราเงินเฟ้อร้อยละ 11 ปัจจุบันมองโกเลียถือได้ว่าเป็น new market economy ซึ่งเปิดให้ต่างชาติเข้าไปลงทุนได้ 100% ในด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน คมนาคม โดยเฉพาะด้านอุตสาหกรรมเหมืองแร่ เนื่องจากมองโกเลียอุดมไปด้วยแร่ธาตุ ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ ได้แก่ ทองแดง ถ่านหิน โมลิบดีนัม ดีบุก ทังสเตน และทองคำ โดยเฉพาะถ่านหิน ทองคำ และทองแดง อันเป็นรายได้หลักสำคัญ

ประชากรชาวมองโกเลียประมาณ 47% อยู่ในภาคเกษตรกรรม แต่สามารถผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคใช้ภายในประเทศเพียง 30% และต้องนำเข้าจากต่างประเทศ 70% ดังนั้น รัฐบาลมองโกเลียจึงกำหนดให้การพัฒนาเกษตรกรรมเป็นความสำคัญเร่งด่วนและกำหนดแผนในการพัฒนาการเกษตร โดยมุ่งเน้นการพัฒนาด้านปศุสัตว์ให้ทันสมัย

คู่ค้าที่สำคัญของมองโกเลียคือ จีน และรัสเซีย โดยจีนเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของมองโกเลีย สินค้าส่งออกที่สำคัญ เช่น ทองแดง เสื้อผ้า ปศุสัตว์ ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ แคชเมียร์ ขนแกะ และรัสเซียเป็นตลาดนำเข้าอันดับ 1 สินค้านำเข้าที่สำคัญ เช่น เครื่องจักรและอุปกรณ์ น้ำมัน รถยนต์ ผลิตภัณฑ์อาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค อุปกรณ์ก่อสร้าง เป็นต้น

ดัชนีเศรษฐกิจของมองโกเลีย

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) 6.125 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
GDP รายบุคคล 3,600 ดอลลาร์สหรัฐฯ
อัตราการเจริญเติบโต GDP 6.1%
GDP แยกตามภาคการผลิต ภาคการเกษตร 19.7%
ภาคอุตสาหกรรม 35.1%
ภาคการบริการ 45.2%
มูลค่าการส่งออก 2.899 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
สินค้าส่งออก แร่โมลิบดีนัม ทองแดง ขนสัตว์ เครื่องหนัง พรมขนสัตว์ เนื้อสัตว์ ไม้ท่อน (แร่โมลิบดีนัม และทองแดงเป็นสินค้าออกที่สำคัญ มีมูลค่าครึ่งหนึ่งของสินค้าออกทั้งหมด)
ประเทศคู่ค้า (ส่งออก) ที่สำคัญ จีน 84.8% แคนาดา 3.6% รัสเซีย 2.7%
มูลค่าการนำเข้า 3.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
สินค้านำเข้า น้ำมัน โลหะ เครื่องจักรกล วัสดุก่อสร้าง ยานพาหนะ อาหาร น้ำตาล ชา (น้ำมันเป็นสินค้านำเข้าที่สาคัญมีประมาณครึ่งหนึ่งของสินค้านำเข้าทั้งหมด)
ประเทศคู่ค้า (นำเข้า)ที่สาคัญ รัสเซีย 33.2%
จีน 30.5%
ญี่ปุ่น 6%
เกาหลีใต้ 5.5%

มองโกเลียถือเป็นคู่ค้าอันดับที่ 8 ของไทยในภูมิภาคเอเชียตะวันออก การค้าไทย-มองโกเลียตลอดปี 2554 มีมูลค่ารวม 18.05 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มากกว่าปี 2553 ในอัตราร้อยละ 30 โดยไทยส่งออก 12.73 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และนำเข้า 5.32 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบรถยนต์ กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ ผลิตภัณฑ์อลูมิเนียม ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ สินค้านำเข้าที่สำคัญของไทย ได้แก่ สินแร่โลหะ เศษโลหะ แร่และผลิตภัณฑ์จากแร่ เสื้อผ้าสำเร็จรูป ชา กาแฟ และเครื่องเทศ

มองโกเลียอาจจะเป็นประเทศที่หลายคนมองข้ามเพราะคิดว่าตลาดมีขนาดเล็ก ไม่มีทางออกทะเล แต่ในความเป็นจริงแล้วมองโกเลียเป็นประเทศที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง มีแร่ธาตุที่อุดมสมบูรณ์เศรษฐกิจก็มีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด ล่าสุดปี 2555 GDP เติบโตสูงถึงร้อยละ 12.6 และคาดว่าจะเติบโตด้วยตัวเลขสองหลักไปอีกเป็น 10 ปี การเมืองมีความมั่นคงสูงถือเป็นตลาดใหม่สำหรับการค้าและการลงทุนของไทยที่ไม่อาจมองข้ามได้เลย

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

ในด้านการลงทุนมองโกเลียนับเป็นโอกาสใหม่สำหรับนักลงทุนไทย เนื่องจากมองโกเลียมีทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ และมีนโยบายและกฎระเบียบที่เอื้ออำนวยต่อการลงทุน อาทิ

- รัฐบาลมองโกเลียให้การสนับสนุนการลงทุนของภาคเอกชนและการเข้าถึงตลาดใหม่ๆ เพื่อคงไว้ซึ่งการเติบโตด้านเศรษฐกิจ โดยอนุญาตให้ต่างชาติสามารถเข้าไปลงทุนได้ร้อยละ 100 ในด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานและการคมนาคม

- ในด้านอุตสาหกรรมเหมืองแร่ รัฐบาลมองโกเลียได้ออกมาตรการต่าง ๆ เช่น การลดภาษีประกอบการ เพื่อจูงใจให้นักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ของมองโกเลียมากขึ้นด้วย เนื่องจากมองโกเลียเป็นแหล่งวัตถุดิบสำคัญ เพราะอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติและแร่ธาตุหายาก เช่น ทองแดง ทองคำ และยูเรเนียม

มองโกเลียเติบโตสูงเพราะการลงทุนจากต่างชาติ อัตราเศรษฐกิจเติบโตราว 17% ส่วนช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเติบโตถึง 21% ขณะที่ประเทศอื่น ๆ เติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 5-7% ตัวเลขที่สูงนี้เป็นเพราะการลงทุนสาขาเหมืองแร่จากต่างชาติ เพราะมองโกเลียมีทรัพยากรมาก ทั้งถ่านหิน ทองคำ และทองแดง เนื่องจากเพิ่งเปิดประเทศให้ลงทุนในสาขานี้เต็มที่ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จึงโตเร็วมาก เพราะทุกคนต่างก็เข้ามาลงทุนในมองโกเลียเพราะแร่ธาตุ ในอนาคตแร่ธาตุมีวันหมด เหมืองจะกลายเป็นพื้นที่ว่างเปล่า มองโกเลียจึงมีนโยบายกระจายรายได้ทางเศรษฐกิจไปยังการลงทุนด้านอื่น ๆ เช่น ด้านการเกษตร และการท่องเที่ยว

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

ในด้านการลงทุนมองโกเลียนับเป็นโอกาสใหม่สำหรับนักลงทุนไทย เนื่องจากมองโกเลียมีทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ และมีนโยบายและกฎระเบียบที่เอื้ออำนวยต่อการลงทุน อาทิ

- รัฐบาลมองโกเลียให้การสนับสนุนการลงทุนของภาคเอกชนและการเข้าถึงตลาดใหม่ๆ เพื่อคงไว้ซึ่งการเติบโตด้านเศรษฐกิจ โดยอนุญาตให้ต่างชาติสามารถเข้าไปลงทุนได้ร้อยละ 100 ในด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานและการคมนาคม

- ในด้านอุตสาหกรรมเหมืองแร่ รัฐบาลมองโกเลียได้ออกมาตรการต่าง ๆ เช่น การลดภาษีประกอบการ เพื่อจูงใจให้นักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ของมองโกเลียมากขึ้นด้วย เนื่องจากมองโกเลียเป็นแหล่งวัตถุดิบสำคัญ เพราะอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติและแร่ธาตุหายาก เช่น ทองแดง ทองคำ และยูเรเนียม

มองโกเลียเติบโตสูงเพราะการลงทุนจากต่างชาติ อัตราเศรษฐกิจเติบโตราว 17% ส่วนช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเติบโตถึง 21% ขณะที่ประเทศอื่น ๆ เติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 5-7% ตัวเลขที่สูงนี้เป็นเพราะการลงทุนสาขาเหมืองแร่จากต่างชาติ เพราะมองโกเลียมีทรัพยากรมาก ทั้งถ่านหิน ทองคำ และทองแดง เนื่องจากเพิ่งเปิดประเทศให้ลงทุนในสาขานี้เต็มที่ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จึงโตเร็วมาก เพราะทุกคนต่างก็เข้ามาลงทุนในมองโกเลียเพราะแร่ธาตุ ในอนาคตแร่ธาตุมีวันหมด เหมืองจะกลายเป็นพื้นที่ว่างเปล่า มองโกเลียจึงมีนโยบายกระจายรายได้ทางเศรษฐกิจไปยังการลงทุนด้านอื่น ๆ เช่น ด้านการเกษตร และการท่องเที่ยว

สิทธิประโยชน์

- ประเทศมองโกเลียแม้จะเป็นตลาดเล็ก มีประชากรเพียงไม่ถึงสามล้านคน และกำลังซื้อในขณะนี้อาจจะไม่สูงมากนัก แต่เป็นตลาดที่มีความต้องการสินค้าจากต่างประเทศสูง โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคประจำวันเป็นสินค้าที่พึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศถึงกว่าร้อยละ 90 และราคาไม่แพงเนื่องจากมองโกเลียไม่มีนโยบายกีดกันการนำเข้า ไม่มีการตั้งกำแพงภาษี การจัดเก็บศุลกากรอยู่ในอัตราต่ำ ภาษีเงินได้โดยทั่วไปมีอัตราต่ำ ยกเว้นนิติบุคคลที่มีรายรับสูงจะเสียภาษีในอัตราที่สูงกว่าอัตราทั่วไป

- ปัจจุบันรัฐบาลไม่มีมาตรการปกป้องอุตสาหกรรมการผลิตภายในเพื่อทดแทนการนำเข้า มองโกเลียดำเนินนโยบายเป็นมิตรกับทุกประเทศ ไม่มีการเลือกปฏิบัติระหว่างผู้ประกอบการและนักลงทุนที่เป็นชาวต่างชาติกับคนในท้องถิ่น เศรษฐกิจมองโกเลียเติบโตอย่างก้าวกระโดดมาตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ในปี 2555 อัตราการเติบโตของจีดีพีสูงร้อยละ 12.6 นับเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการของไทยในการขยายตลาดเข้าสู่พื้นที่นี้ตามนโยบายการสร้างตลาดใหม่ๆ ให้แก่สินค้าและบริการส่งออกของไทยด้วย

- การเปิดสายการบินตรงจากไทยสู่มองโกเลียทำให้การขนส่งสินค้าอาหารไปยังมองโกเลียสะดวกมากยิ่งขึ้น

- ความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับมองโกเลียในด้านการค้าการลงทุนมีจุดแข็งคือทั้งสองฝ่ายไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะเป็นคู่แข่งของกันและกัน แต่กลับสามารถสนับสนุนซึ่งกันและกันได้อย่างลงตัว มองโกเลียมีทรัพยากรวัตถุดิบที่ประเทศไทยต้องการ อาทิ เหมืองแร่และถ่านหิน ในขณะที่มองโกเลียมีความต้องการนำเข้าสินค้าอาหาร ข้าว น้ำตาล ผักผลไม้สด เครื่องปรุงรส และขาดแคลนองค์ความรู้ด้านวิชาการและเทคโนโลยีอุตสาหกรรมการส่งออกและบริการที่หลายสาขาประเทศไทยมีความก้าวหน้า

สิทธิประโยชน์

- ประเทศมองโกเลียแม้จะเป็นตลาดเล็ก มีประชากรเพียงไม่ถึงสามล้านคน และกำลังซื้อในขณะนี้อาจจะไม่สูงมากนัก แต่เป็นตลาดที่มีความต้องการสินค้าจากต่างประเทศสูง โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคประจำวันเป็นสินค้าที่พึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศถึงกว่าร้อยละ 90 และราคาไม่แพงเนื่องจากมองโกเลียไม่มีนโยบายกีดกันการนำเข้า ไม่มีการตั้งกำแพงภาษี การจัดเก็บศุลกากรอยู่ในอัตราต่ำ ภาษีเงินได้โดยทั่วไปมีอัตราต่ำ ยกเว้นนิติบุคคลที่มีรายรับสูงจะเสียภาษีในอัตราที่สูงกว่าอัตราทั่วไป

- ปัจจุบันรัฐบาลไม่มีมาตรการปกป้องอุตสาหกรรมการผลิตภายในเพื่อทดแทนการนำเข้า มองโกเลียดำเนินนโยบายเป็นมิตรกับทุกประเทศ ไม่มีการเลือกปฏิบัติระหว่างผู้ประกอบการและนักลงทุนที่เป็นชาวต่างชาติกับคนในท้องถิ่น เศรษฐกิจมองโกเลียเติบโตอย่างก้าวกระโดดมาตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ในปี 2555 อัตราการเติบโตของจีดีพีสูงร้อยละ 12.6 นับเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการของไทยในการขยายตลาดเข้าสู่พื้นที่นี้ตามนโยบายการสร้างตลาดใหม่ๆ ให้แก่สินค้าและบริการส่งออกของไทยด้วย

- การเปิดสายการบินตรงจากไทยสู่มองโกเลียทำให้การขนส่งสินค้าอาหารไปยังมองโกเลียสะดวกมากยิ่งขึ้น

- ความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับมองโกเลียในด้านการค้าการลงทุนมีจุดแข็งคือทั้งสองฝ่ายไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะเป็นคู่แข่งของกันและกัน แต่กลับสามารถสนับสนุนซึ่งกันและกันได้อย่างลงตัว มองโกเลียมีทรัพยากรวัตถุดิบที่ประเทศไทยต้องการ อาทิ เหมืองแร่และถ่านหิน ในขณะที่มองโกเลียมีความต้องการนำเข้าสินค้าอาหาร ข้าว น้ำตาล ผักผลไม้สด เครื่องปรุงรส และขาดแคลนองค์ความรู้ด้านวิชาการและเทคโนโลยีอุตสาหกรรมการส่งออกและบริการที่หลายสาขาประเทศไทยมีความก้าวหน้า

ประเด็นท้าทายในการทำธุรกิจ

  1. มองโกเลียเป็นตลาดขนาดเล็ก มีอำนาจซื้อต่ำ
  2. ข้อจำกัดด้านที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของมองโกเลียที่ไม่มีทางออกทางทะเล และอยู่ห่างไกลจากประเทศไทย
  3. ข้อมูลข่าวสารด้านเศรษฐกิจ การค้า และการตลาดของมองโกเลียมีจำกัด การติดต่อสื่อสารไม่สะดวก

    

สาระน่ารู้

  • สหภาพการค้าแห่งนอร์เวย์ (The Norwegian Confederation of Trade Unions (LO)) – เป็นองค์กรคนงานที่ใหญ่ที่สุดและมีอิทธิพลมากที่สุดในนอร์เวย์
  • One Galle Face is Colombo's first internationally developed integrated lifestyle destination that makes living, working, entertainment and hospitality possible all in one location. Hong Kong's leisure entity Shanri-La Hotels and Resorts foresees the completion of this project by 2018 with a hefty investment of over US$ 600 million. The twin towers will be used for residence, which consist of 50 floors each, 16 penthouses and 8 duplex and simplex units. The target market is expatriates, international investors and the expanding population of Sri Lanka.
  • Following the tremendous success of the Exhibition 2018 and the 36th Annual Sessions, which took place at the Bandaranaike Memorial International Conference Hall in Colombo from February 22 to 25 earlier this year, the SLIA is proud to prsent  the next edition in a superior manner.<br />
    <br />
    Save the date :February 20th to 24th, 2019
  • The Institution of Engineers, Sri Lanka is the successor to the ‘Engineering Association of Ceylon’, which was founded in 1906. In 1968, the Institution of Engineers, Sri Lanka was made an incorporated body of the government, by an Act of Parliament. The IESL being the Apex body for engineering professionals in Sri Lanka, having a membership of more than 20,000, is called upon to represent the profession at many national forums and contribute to national development. By virtue of agreements it has entered into with the International Engineers’ Alliance (IEA) for mutual recognition of competencies, members assessed to have such competencies by IESL are eligible to practice engineering in the member countries including Japan, Australia, United Kingdom, Singapore, Pakistan, India, USA, Canada and South Korea.<br />
    <br />
    IESL with the Vision to be among the leading professional institutions of engineering and technology in the world, has Missioned Techno Sri Lanka’s for “Bringing out and Unleashing the Country’s Multi – Disciplinary Engineering Talents, to Drive Sri Lanka into Technological Excellence for Revolutionary Uplifting of Peoples’ Living Conditions and Prosperity”. Engineers are driven by passion to look beyond the regular, push borders and create the impossible. This is also reflective of the fact that Engineers over centuries are really innovators, who think beyond the realm and invent solutions for mankind, ahead of their time. That’s what engineering is all about and it’s the reason Engineers will always be the ingenious inventors and imaginative innovators throughout time.<br />
    <br />
    The flagship event of IESL, Techno Sri Lanka, since its inception in 1985 has grown to be the largest and the only engineering and technology exhibition held annually in Colombo. Techno, living up to its standards, has provided the means for uplifting peoples’ living conditions and has become an ideal venue for industry professionals, business heads, technologists and keen public to come together on a single global platform.<br />
    <br />
    The world is changing; engineers are in the forefront of this change. Expectations are very high in today’s society. However, the Planet’s resources are fast depleting and engineers have to be smart and innovative to achieve high goals with very low resource consumption. Technology should reach the masses and make them do things differently, as doing ‘business as usual’ will not leave a healthy planet for our children and grandchildren. We need ‘sustainable technologies’ that will revolutionize the day-to-day activities, such as mobile technology, nanotechnology, household solar PV technology and perhaps other inventions and breakthroughs to satisfy the society’s expectations and still not be blamed by our future generations for not leaving them a livable Planet Earth.<br />
    <br />
    Considering these facts, Techno Sri Lanka has redefined its Theme for the year 2018, aiming to fulfill the expectations of all stakeholders.
  • 01. - 03. November 2018 | Trade fair for hotels, hospitality, tourism and food businesses<br />
    <br />
    The Hotel, Hospitality & Food Asia in Sri Lanka has been designed by the dynamic development of the hotel and catering industry and the tourism and food companies to take account of South Asia. She is a specifically targeted at this sector business-to-business event. This exhibition is communication and information platform in the industry and provides the exhibiting companies the opportunity to present to an audience of experts here. Visitors can find information here thoroughly and comprehensively about the latest developments, trends, products and services in various fields. HHF Sri Lanka is the leading marketplace for regional networking and distribution, as well as a new basis for the procurement of products. The program will be held a culinary competition and other live features.<br />
    <br />
    The Hotel Hospitality & Food Asia will take place on 3 days from Thursday, 01. November to Saturday, 03. November 2018 in Colombo.
  • Infotel theme will be Towards a Digital Economy, is aligning with national priorities of enhancing the digital infrastructure of the country for facilitating a digitally empowered ecosystem while improving the Citizens’ engagement in a digital society.




เอกสารอ้างอิง