สวีเดน

ราชอาณาจักรสวีเดน (Kingdom of Sweden) เป็นประเทศที่มีพื้นที่และจำนวนประชากรมากที่สุดประเทศในกลุ่มประเทศนอร์ดิกส์ 5 ประเทศ แต่สวีเดนมีตลาดภายในขนาดเล็กเมื่อเทียบกับยุโรปอื่น มีระบบเศรษฐกิจแบบพึ่งพาการส่งออกและเป็นประเทศที่มีนวัตกรรมชั้นนำแห่งหนึ่งของโลก สวีเดนมีอุตสาหกรรมดั้งเดิมที่สำคัญได้แก่ อุตสาหกรรมป่าไม้และเหล็ก และอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีสูง อาทิ อุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ อากาศยาน โทรคมนาคม การผลิตอาวุธ และการผลิตเวชภัณฑ์

สวีเดนมีระบบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยมแบบเปิด สวีเดนเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป แต่ไม่ได้เป็นสมาชิก European Monetary System (EMU) โดยยังคงใช้เงินสกุลโครนของตนเองอยู่ และเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีระบบเศรษฐกิจมั่งคั่งมากที่สุดของยุโรป เศรษฐกิจของสวีเดนเติบโตมากกว่า 10 ปี แต่ต้องประสบปัญหาเศรษฐกิจอย่างหนักในปี 2551 ลักษณะสำคัญอีกประการหนึ่งของเศรษฐกิจสวีเดนคือ ภาครัฐบาลมีบทบาทมากในเศรษฐกิจภาคบริการ การขยายเศรษฐกิจภาครัฐบาลเป็นการสร้างงานใหม่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำแหน่งงานสำหรับสตรี

ข้อมูลทั่วไป

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

ประเทศสวีเดนตั้งอยู่บนคาบสมุทรสแกนดิเนเวียทางตอนเหนือของทวีปยุโรป ขนาดพื้นที่ทั้งหมด 449,964 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นลำดับที่ 55 ของโลก  ทิศเหนือติดกับประเทศนอร์เวย์และฟินแลนด์ ทิศตะวันออกติดกับอ่าวบอทเนีย ทิศใต้ติดกับทะเลบอลติก ทิศตะวันตกติดกับประเทศนอร์เวย์

สภาพภูมิอากาศของสวีเดนอยู่เขตอบอุ่นและชื้นแบบชายฝั่งตะวันตก มี 4 ฤดู คือ ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิ และฤดูร้อน ซึ่งในฤดูร้อนจะมีลมเย็น

ประชากร

9.49 ล้านคน (ไทย 67.6 ล้านคน)

การเมืองการปกครอง

ระบบการปกครองของสวีเดนเป็นระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาเดียว โดยมีกษัตริย์เป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ สวีเดนมีรัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษรที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป ประกอบด้วยกฎหมายขั้นมูลฐาน รวม 4 ฉบับ และนำระบบระบบสภาเดียวมาใช้ เรียกว่า "รีคสด๊าก" (Riksdag) ประกอบด้วยสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้ง 349 คน วาระดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี ประธานรัฐสภาเป็นผู้คัดเลือกนายกรัฐมนตรี ฝ่ายตุลาการแยกเป็นอิสระจากฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ

รัฐสภาสวีเดนประกอบด้วย ประธานสภา 1 คน และรองประธานสภา 3 คน กรรมาธิการ 15 คณะ สมัยประชุมรัฐสภาจะมีอยู่ประมาณปีละ 8 เดือน โดยจะมีการปิดสมัยประชุมตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน-กันยายน

ภาษา

สวีดิช

ศาสนา

คริสต์นิกายลูเธอรัน ร้อยละ 87

สกุลเงิน

โครนสวีเดน (1 โครนสวีเดน ประมาณ 4.74 บาทณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2555)

ข้อมูลทั่วไปประเทศสวีเดน

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

ประเทศสวีเดนตั้งอยู่บนคาบสมุทรสแกนดิเนเวียทางตอนเหนือของทวีปยุโรป ขนาดพื้นที่ทั้งหมด 449,964 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นลำดับที่ 55 ของโลก  ทิศเหนือติดกับประเทศนอร์เวย์และฟินแลนด์ ทิศตะวันออกติดกับอ่าวบอทเนีย ทิศใต้ติดกับทะเลบอลติก ทิศตะวันตกติดกับประเทศนอร์เวย์

สภาพภูมิอากาศของสวีเดนอยู่เขตอบอุ่นและชื้นแบบชายฝั่งตะวันตก มี 4 ฤดู คือ ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิ และฤดูร้อน ซึ่งในฤดูร้อนจะมีลมเย็น

ประชากร

9.49 ล้านคน (ไทย 67.6 ล้านคน)

การเมืองการปกครอง

ระบบการปกครองของสวีเดนเป็นระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาเดียว โดยมีกษัตริย์เป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ สวีเดนมีรัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษรที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป ประกอบด้วยกฎหมายขั้นมูลฐาน รวม 4 ฉบับ และนำระบบระบบสภาเดียวมาใช้ เรียกว่า "รีคสด๊าก" (Riksdag) ประกอบด้วยสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้ง 349 คน วาระดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี ประธานรัฐสภาเป็นผู้คัดเลือกนายกรัฐมนตรี ฝ่ายตุลาการแยกเป็นอิสระจากฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ

รัฐสภาสวีเดนประกอบด้วย ประธานสภา 1 คน และรองประธานสภา 3 คน กรรมาธิการ 15 คณะ สมัยประชุมรัฐสภาจะมีอยู่ประมาณปีละ 8 เดือน โดยจะมีการปิดสมัยประชุมตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน-กันยายน

ภาษา

สวีดิช

ศาสนา

คริสต์นิกายลูเธอรัน ร้อยละ 87

สกุลเงิน

โครนสวีเดน (1 โครนสวีเดน ประมาณ 4.74 บาทณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2555)

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

หลังจากปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำเมื่อปี 2552 เศรษฐกิจสวีเดนมีการพัฒนาเป็นไปทางที่ดีขึ้นและรวดเร็ว ภาคการส่งออกได้รับผลประโยชน์จากการขยายตัวของการค้าโดยรวมของโลก ฐานะทางการเงินของครัวเรือนอยู่ในสภาพที่ดี และเกิดการส่งเสริมการบริโภคในตลาด การลงทุนและการจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่ยังมีความเสี่ยงในตลาดแรงงาน ภาคการเงินมีความเข้มแข็ง และมีแนวโน้มว่าเกินดุลคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1 ของ GDP

จากการคาดการณ์ของ EIU (2011) คาดว่าจีดีพีจะเติบโตร้อยละ 2 จนถึงปี 2558 เนื่องจากอัตราการว่างงานที่ลดลง และค่าจ้างแรงงานที่เพิ่มขึ้น สำหรับการค้าระหว่างประเทศของสวีเดนมีมูลค่ารวม 315.26 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็นการนำเข้า 152.26 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และส่งออก 163 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยที่การค้าระหว่างประเทศเยอรมนี นอร์เวย์ และเดนมาร์กมากที่สุด สินค้าส่งออกเป็นประเภทเครื่องจักรกล แร่ธาตุ และเคมีภัณฑ์มากที่สุด ทางด้านการนำเข้านั้นสวีเดนนำเข้าจากเยอรมนี นอร์เวย์ และเดนมาร์กมากที่สุด โดยนำเข้าสินค้าประเภทเครื่องจักรกล แร่ธาตุพลังงาน และเคมีภัณฑ์มากที่สุด

ส่วนมูลค่าการค้าระหว่างไทยและสวีเดนมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2553 โดยในปี 2555 (ม.ค.-ธ.ค.) มีมูลค่าการค้ารวมทั้งสิ้น 1,503.59 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แยกเป็นการส่งออกจากไทยไปยังสวีเดนมูลค่า 576.04 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทั้งนี้ สวีเดนเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญลำดับที่ 45 ของไทย และการนำเข้าของไทยจากสวีเดนปี 2555 (ม.ค.-ธ.ค.) มีมูลค่า 927.54 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

สินค้าที่ไทยส่งออกมายังสวีเดนที่สาคัญส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุตสาหกรรม ได้แก่ เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ รถยนต์ และส่วนประกอบ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ไก่แช่แข็ง เป็นต้น สินค้าที่ไทยนำเข้าจากสวีเดนที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องจักรกลและเครื่องจักรไฟฟ้า พร้อมส่วนประกอบ กระดาษและผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ ยานยนต์ เวชกรรม เภสัชกรรม เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การแพทย์

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

หลังจากปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำเมื่อปี 2552 เศรษฐกิจสวีเดนมีการพัฒนาเป็นไปทางที่ดีขึ้นและรวดเร็ว ภาคการส่งออกได้รับผลประโยชน์จากการขยายตัวของการค้าโดยรวมของโลก ฐานะทางการเงินของครัวเรือนอยู่ในสภาพที่ดี และเกิดการส่งเสริมการบริโภคในตลาด การลงทุนและการจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่ยังมีความเสี่ยงในตลาดแรงงาน ภาคการเงินมีความเข้มแข็ง และมีแนวโน้มว่าเกินดุลคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1 ของ GDP

จากการคาดการณ์ของ EIU (2011) คาดว่าจีดีพีจะเติบโตร้อยละ 2 จนถึงปี 2558 เนื่องจากอัตราการว่างงานที่ลดลง และค่าจ้างแรงงานที่เพิ่มขึ้น สำหรับการค้าระหว่างประเทศของสวีเดนมีมูลค่ารวม 315.26 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็นการนำเข้า 152.26 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และส่งออก 163 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยที่การค้าระหว่างประเทศเยอรมนี นอร์เวย์ และเดนมาร์กมากที่สุด สินค้าส่งออกเป็นประเภทเครื่องจักรกล แร่ธาตุ และเคมีภัณฑ์มากที่สุด ทางด้านการนำเข้านั้นสวีเดนนำเข้าจากเยอรมนี นอร์เวย์ และเดนมาร์กมากที่สุด โดยนำเข้าสินค้าประเภทเครื่องจักรกล แร่ธาตุพลังงาน และเคมีภัณฑ์มากที่สุด

ส่วนมูลค่าการค้าระหว่างไทยและสวีเดนมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2553 โดยในปี 2555 (ม.ค.-ธ.ค.) มีมูลค่าการค้ารวมทั้งสิ้น 1,503.59 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แยกเป็นการส่งออกจากไทยไปยังสวีเดนมูลค่า 576.04 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทั้งนี้ สวีเดนเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญลำดับที่ 45 ของไทย และการนำเข้าของไทยจากสวีเดนปี 2555 (ม.ค.-ธ.ค.) มีมูลค่า 927.54 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

สินค้าที่ไทยส่งออกมายังสวีเดนที่สาคัญส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุตสาหกรรม ได้แก่ เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ รถยนต์ และส่วนประกอบ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ไก่แช่แข็ง เป็นต้น สินค้าที่ไทยนำเข้าจากสวีเดนที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องจักรกลและเครื่องจักรไฟฟ้า พร้อมส่วนประกอบ กระดาษและผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ ยานยนต์ เวชกรรม เภสัชกรรม เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การแพทย์

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

มาตรการทางด้านภาษี

ระเบียบทางศุลกากร เป็นไปตามระบบการจำแนกพิกัด (EU Custom Tariff) และการประเมิณราคาของอียู (EU Rule) ปกติสินค้าที่ผลิตและนำเข้าจากนอกประเทศอียูต้องชำระภาษีก่อนการนำเข้าเฉลี่ยของ EU อยู่ที่ 1.2 แต่อย่างไรก็ตาม โดยเฉลี่ยอัตราภาษีสินค้าอุตสาหกรรมอยู่ที่ร้อยละ 3.9 ยกเว้นสินค้าบางประเภทที่ยังมีอัตราภาษีสูง เช่น รถบรรทุกอยู่ที่ร้อยละ 22 รถยนต์นั่งส่วนบุคคลอยู่ที่ร้อยละ 10 เครื่องใช้ไฟฟ้าร้อยละ 14 สิ่งทอร้อยละ 12 สินค้าเกษตรกรรมร้อยละ 15 คิดเป็น 3 เท่าของอัตราภาษีเฉลี่ยโดยรวมคือ 5.4 สินค้าที่มีภาษีสูงได้แก่ เนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์เนย นม ธัญพืชแปรรูป และไม่แปรรูป ผัก และผลไม้แปรรูป

ส่วนภาษีอัตราที่ลดลง (Reduced) และกรณียกเว้นไม่จัดเก็บภาษี (No Duties at all) จะใช้กับสินค้าบางประเภทที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศซึ่งทาง EU ได้มีข้อตกลงพิเศษระหว่างกัน หรือภายใต้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) ที่อียูให้แก่ประเทศกำลังพัฒนา หรือประเทศที่มีข้อตกลงทางการค้าเสรีระหว่างกัน เช่น ฝ้าย เป็นต้น

มาตรการที่ไม่ใช่ภาษี

1. สินค้าเกษตรกรรมและอาหาร บางประเภทถูกดูแลควบคุม โดยมาตรการสุขภาพอนามัย และสุขภาพอนามัยพืช เช่น ข้าว มันสำปะหลัง ปลา ไก่ กุ้ง โดยมีข้อกำหนดห้ามใช้ส่วนผสมหรือเคมีบางอย่างในการผลิต เพื่อป้องกันการมีสารเคมีตกค้างเกินระดับที่กำหนด

2. มาตรการกฎระเบียบสินค้าอุตสาหกรรมTechnical Barriers to Trade (TBT): กฎระเบียบทางมาตรฐาน และเทคนิคของสหภาพยุโรป กับประเทศสมาชิกยังไม่สอดคล้องกันอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ สินค้าที่วางขายในประเทศสมาชิกจะต้องสอดคล้องกับกฎหมายของประเทศสมาชิก และกฎหมายของสหภาพยุโรป ความสอดคล้องกับกฎระเบียบถูกสร้างขึ้นไดย Conformity Assessment Procedure

3. Directive on Electrical and Electronic Equipment (WEEE): คือ ระเบียบว่าด้วยการจัดการเศษผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ของสหภาพยุโรป สหภาพยุโรป กำหนดระเบียบนี้ขึ้น เพื่อวางมาตรการในการป้องกันการเพิ่มปริมาณของซากผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (WEEE) และการใช้ซ้ำ (Reuse) และการหมุนเวียนนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) โดยผ่านระบบการรับคืน (Return) และการหมุนเวียนนำกลับมาใช้ใหม่ (Recovery) และการจัดเก็บรวบรวม (Collection) ของผู้ผลิต และเพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอันเกิดจากการกำจัดซาก

4. ระเบียบเกี่ยวกับใบอนุญาตการนำเข้า (Import licensing): กฎโดยทั่วไปเป็นไปในลักษณะเดียวกันกับสหภาพยุโรป ซึ่งสวีเดนกำหนดให้สินค้าบางชนิดต้องมีใบอนุญาตการนำเข้า เช่น เหล็กและเหล็กกล้าที่มาจากประเทศนอกกลุ่มสหภาพยุโรป

5. ข้อกำหนดด้านฉลากและการหีบห่อ (Labeling & Packaging): สวีเดนไม่ได้มีข้อกำหนดให้ระบุแหล่งที่มาบนแหล่งบรรจุหีบห่อ สินค้าที่มีการนำเข้าไม่ถูกต้องจะถูกห้ามการนำเข้า สวีเดนมีกฎระเบียบพิเศษสำหรับการติดฉลากยา สารเคมี ผลิตภัณฑ์อาหาร และผลิตภัณฑ์อื่นๆ สวีเดนมีกฎระเบียบทางด้านสุขภาพอนามัยที่เข้มงวด และการตรวจสอบคุณภาพสินค้าที่ซับซ้อน

6. ระบบฉลากอาหารเพื่อสิ่งแวดล้อม (Eco-label): เป็นฉลากอาหารโดยสมัครใจ ที่ผู้ส่งออกสามารถระบุได้ว่าสินค้าตรงกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม

ข้อกำหนดการลงทุนต่างชาติ

สาขาของบริษัทที่ตั้งในสวีเดนต้องมีประธานที่อยู่อาศัยในประเทศกลุ่ม EEA บริษัทและสาขาในสวีเดนต้องได้รับการลงทะเบียนจาก Swedish Companies Registration Office การตั้งเครื่องหมายทางการค้าต้องจดทะเบียนในสวีเดนเพื่อให้ได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย และธนาคารจากประเทศที่ไม่ได้เป็นสมาชิก EEA ต้องได้รับการยินยอมพิเศษจาก Financial Supervision Authority เพื่อการจัดตั้งสาขาในสวีเดน

การจัดตั้งบริษัทจำกัด

การจัดตั้งบริษัทจำกัดสามารถจัดตั้งโดยผู้เดียว หรือมีผู้ร่วมลงทุนก็ได้ โดยต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 1 แสนสวีดิชโครน (ประมาณ 14,477 เหรียญสหรัฐฯ) โดยทุกหุ้นจะต้องถูกชำระเต็มจำนวนก่อนจึงจะสามารถเปิดบริษัทได้ ชื่อธุรกิจที่จดทะเบียนในสวีเดนจะได้รับความคุ้มครองทั่วทั้งสวีเดน บริษัทจะต้องแสดงโดยคณะกรรมการบริษัท และจะต้องยื่นให้แก่ผู้ถือหุ้นบริษัท รายงานประจำปีของบริษัทจะต้องยื่นให้กับ Bolagsverket (The Swedish Companies Registration Office)

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

มาตรการทางด้านภาษี

ระเบียบทางศุลกากร เป็นไปตามระบบการจำแนกพิกัด (EU Custom Tariff) และการประเมิณราคาของอียู (EU Rule) ปกติสินค้าที่ผลิตและนำเข้าจากนอกประเทศอียูต้องชำระภาษีก่อนการนำเข้าเฉลี่ยของ EU อยู่ที่ 1.2 แต่อย่างไรก็ตาม โดยเฉลี่ยอัตราภาษีสินค้าอุตสาหกรรมอยู่ที่ร้อยละ 3.9 ยกเว้นสินค้าบางประเภทที่ยังมีอัตราภาษีสูง เช่น รถบรรทุกอยู่ที่ร้อยละ 22 รถยนต์นั่งส่วนบุคคลอยู่ที่ร้อยละ 10 เครื่องใช้ไฟฟ้าร้อยละ 14 สิ่งทอร้อยละ 12 สินค้าเกษตรกรรมร้อยละ 15 คิดเป็น 3 เท่าของอัตราภาษีเฉลี่ยโดยรวมคือ 5.4 สินค้าที่มีภาษีสูงได้แก่ เนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์เนย นม ธัญพืชแปรรูป และไม่แปรรูป ผัก และผลไม้แปรรูป

ส่วนภาษีอัตราที่ลดลง (Reduced) และกรณียกเว้นไม่จัดเก็บภาษี (No Duties at all) จะใช้กับสินค้าบางประเภทที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศซึ่งทาง EU ได้มีข้อตกลงพิเศษระหว่างกัน หรือภายใต้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) ที่อียูให้แก่ประเทศกำลังพัฒนา หรือประเทศที่มีข้อตกลงทางการค้าเสรีระหว่างกัน เช่น ฝ้าย เป็นต้น

มาตรการที่ไม่ใช่ภาษี

1. สินค้าเกษตรกรรมและอาหาร บางประเภทถูกดูแลควบคุม โดยมาตรการสุขภาพอนามัย และสุขภาพอนามัยพืช เช่น ข้าว มันสำปะหลัง ปลา ไก่ กุ้ง โดยมีข้อกำหนดห้ามใช้ส่วนผสมหรือเคมีบางอย่างในการผลิต เพื่อป้องกันการมีสารเคมีตกค้างเกินระดับที่กำหนด

2. มาตรการกฎระเบียบสินค้าอุตสาหกรรมTechnical Barriers to Trade (TBT): กฎระเบียบทางมาตรฐาน และเทคนิคของสหภาพยุโรป กับประเทศสมาชิกยังไม่สอดคล้องกันอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ สินค้าที่วางขายในประเทศสมาชิกจะต้องสอดคล้องกับกฎหมายของประเทศสมาชิก และกฎหมายของสหภาพยุโรป ความสอดคล้องกับกฎระเบียบถูกสร้างขึ้นไดย Conformity Assessment Procedure

3. Directive on Electrical and Electronic Equipment (WEEE): คือ ระเบียบว่าด้วยการจัดการเศษผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ของสหภาพยุโรป สหภาพยุโรป กำหนดระเบียบนี้ขึ้น เพื่อวางมาตรการในการป้องกันการเพิ่มปริมาณของซากผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (WEEE) และการใช้ซ้ำ (Reuse) และการหมุนเวียนนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) โดยผ่านระบบการรับคืน (Return) และการหมุนเวียนนำกลับมาใช้ใหม่ (Recovery) และการจัดเก็บรวบรวม (Collection) ของผู้ผลิต และเพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอันเกิดจากการกำจัดซาก

4. ระเบียบเกี่ยวกับใบอนุญาตการนำเข้า (Import licensing): กฎโดยทั่วไปเป็นไปในลักษณะเดียวกันกับสหภาพยุโรป ซึ่งสวีเดนกำหนดให้สินค้าบางชนิดต้องมีใบอนุญาตการนำเข้า เช่น เหล็กและเหล็กกล้าที่มาจากประเทศนอกกลุ่มสหภาพยุโรป

5. ข้อกำหนดด้านฉลากและการหีบห่อ (Labeling & Packaging): สวีเดนไม่ได้มีข้อกำหนดให้ระบุแหล่งที่มาบนแหล่งบรรจุหีบห่อ สินค้าที่มีการนำเข้าไม่ถูกต้องจะถูกห้ามการนำเข้า สวีเดนมีกฎระเบียบพิเศษสำหรับการติดฉลากยา สารเคมี ผลิตภัณฑ์อาหาร และผลิตภัณฑ์อื่นๆ สวีเดนมีกฎระเบียบทางด้านสุขภาพอนามัยที่เข้มงวด และการตรวจสอบคุณภาพสินค้าที่ซับซ้อน

6. ระบบฉลากอาหารเพื่อสิ่งแวดล้อม (Eco-label): เป็นฉลากอาหารโดยสมัครใจ ที่ผู้ส่งออกสามารถระบุได้ว่าสินค้าตรงกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม

ข้อกำหนดการลงทุนต่างชาติ

สาขาของบริษัทที่ตั้งในสวีเดนต้องมีประธานที่อยู่อาศัยในประเทศกลุ่ม EEA บริษัทและสาขาในสวีเดนต้องได้รับการลงทะเบียนจาก Swedish Companies Registration Office การตั้งเครื่องหมายทางการค้าต้องจดทะเบียนในสวีเดนเพื่อให้ได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย และธนาคารจากประเทศที่ไม่ได้เป็นสมาชิก EEA ต้องได้รับการยินยอมพิเศษจาก Financial Supervision Authority เพื่อการจัดตั้งสาขาในสวีเดน

การจัดตั้งบริษัทจำกัด

การจัดตั้งบริษัทจำกัดสามารถจัดตั้งโดยผู้เดียว หรือมีผู้ร่วมลงทุนก็ได้ โดยต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 1 แสนสวีดิชโครน (ประมาณ 14,477 เหรียญสหรัฐฯ) โดยทุกหุ้นจะต้องถูกชำระเต็มจำนวนก่อนจึงจะสามารถเปิดบริษัทได้ ชื่อธุรกิจที่จดทะเบียนในสวีเดนจะได้รับความคุ้มครองทั่วทั้งสวีเดน บริษัทจะต้องแสดงโดยคณะกรรมการบริษัท และจะต้องยื่นให้แก่ผู้ถือหุ้นบริษัท รายงานประจำปีของบริษัทจะต้องยื่นให้กับ Bolagsverket (The Swedish Companies Registration Office)

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

สวีเดน มีอิสรภาพทางการค้า การลงทุน การเงิน กฎหมำย และกฎระเบียบ โดยเฉพาะกฎหมายและกฎระเบียบสิ่งแวดล้อมโดยรวมมีความโปร่งใส และมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถประกอบธุรกิจทางการค้าได้อย่างแข็งแกร่ง

กฎระเบียบและวิธีปฏิบัติของธนาคารในการกู้ยืมเงินเป็นไปอย่างรอบคอบ และมีความเหมาะสม ระบบการเงินของสวีเดนมีเสถียรภาพ และอัตราเงินเฟ้ออยู่ในการควบคุม ระบบการพิจารณาคดีเป็นไปอย่างอิสระ ปราศจากการทุจริต และสิทธิในทรัพย์สินได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มที่

นโยบายทางการค้าของสวีเดนเป็นไปตามกฎระเบียบของสหภาพยุโรป อัตราภาษีเฉลี่ยโดยทั่วไปของ EU อยู่ที่ร้อยละ 1.2 อย่างไรก็ตาม EU มีอัตราภาษีที่สูงหรือเพิ่มขึ้น ในสินค้าประเภทเกษตรกรรม และอุตสาหกรรม และภาษีศุลกากร MFN มีความซับซ้อน

รัฐบาลสวีเดนให้ข้อเสนอต่างๆ ในรูปแบบที่แตกต่างกันไปตามแต่ประเภท เงินกู้ยืมสามารถจัดหามาได้ภายใต้เงื่อนไขของ The National Board for Industrial and Technical Development (NUTEK) นอกจากนั้น ยังคงมีโปรแกรมสนับสนุนอื่นๆ อีก เช่น เงินสนับสนุนด้านที่ตั้ง และแรงงาน ค่าเช่าที่ตั้งในระดับต่ำ และยังมีเขตปลอดอากรทางเศรษฐกิจอีกด้วย การสนับสนุนการลงทุนนี้กระจุกตัวอยู่ในเขตภาคเหนือที่มีจำนวนประชากรประมาณ 2 ใน 3 ของประเทศ และยังมีเงินสนับสนุนจากยุโรปให้ความช่วยเหลือกับบริษัทที่เริ่มก่อตั้งในรูปแบบโปรแกรมการศึกษาวิจัย ซึ่งสนับสนุนโดยรัฐบาลสวีเดน

สิทธิประโยชน์

ประเทศสวีเดนเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติในหลายๆ ภาคธุรกิจ แต่ยังคงผูกขาดในบางภาคธุรกิจ เช่น การค้าปลีกของยา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นักลงทุนไม่มีอุปสรรคในการทำธุรกรรมทางเงินทุน หรือการโอน การซื้ออสังหาริมทรัพย์ และการส่งผลกำไร ทั้งนักลงทุนชาวสวีเดนและต่างชาติได้รับอนุญาตให้มีหุ้นในบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Stockholm Stock Exchange ได้สิทธิในทรัพย์สินได้รับความคุ้มครองเป็นอย่างดี สวีเดนมีกฎหมายเกี่ยวกับการทุจริตที่มีการบังคับใช้อย่างเต็มที่และครบวงจร

การลงทุนในเขตลงทุนพิเศษในสวีเดน

สวีเดนมีสิ่งจูงใจต่างๆ ที่ช่วยในการจัดตั้งและการขยายบริษัทในสวีเดน โดยแบ่งระดับการช่วยเหลือตามเขตที่ตั้งและภูมิศาสตร์ ซึ่งประกอบด้วยเขตพื้นที่พัฒนา A และ B สิ่งช่วยเหลือนี้ประกอบด้วยเงินช่วยเหลือด้านการลงทุนในส่วนภูมิภาค การสนับสนุนด้านแรงงาน และการประกันสังคมที่เกี่ยวข้องกับการแบ่งภาษี การช่วยเหลือทางด้านการเงินในการพัฒนาระดับภูมิภาคนั้น มีจุดมุ่งหมายเพื่อการกระตุ้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และเพื่อเกิดความสมดุลในการพัฒนาส่วนภูมิภาค การช่วยเหลือนี้แบ่งออกเป็น 2 ด้าน ได้แก่ เงินช่วยเหลือด้านการลงทุน และด้านการจ้างงาน การช่วยเหลือนี้จะให้เฉพาะในกรณีที่ถือว่าจำเป็นในการลงทุนเท่านั้น บริษัทสามารถเลือกขอรับการสนับสนุนนี้ได้อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ไม่ใช่ทั้งสองด้าน โดยที่จะต้องตั้งธุรกิจในเขตพื้นที่พัฒนา A หรือ B เท่านั้น

โดยบริษัทที่ตั้งอยู่ในเขตพัฒนา A หรือ B สามารถยื่นขอรับความจำนงความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อการลงทุนได้ จากคณะกรรมการบริหารเขต หรือรัฐบาลกลาง โดย Swedish Agency for Economic and Regional Growth กิจกรรมทางธุรกิจที่มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือ ได้แก่ การดำเนินงานของอุตสาหกรรม และเสมือนอุตสาหกรรม การดำเนินงานด้านการบริการอุตสาหกรรม การดำเนินงานด้านการบริการที่ให้บริการมากกว่าเขตท้องถิ่น หรือเขตภูมิภาค การท่องเที่ยว การก่อสร้างอาคาร กิจกรรมอื่นๆ ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาธุรกิจในระดับภูมิภาค

สิทธิประโยชน์

ประเทศสวีเดนเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติในหลายๆ ภาคธุรกิจ แต่ยังคงผูกขาดในบางภาคธุรกิจ เช่น การค้าปลีกของยา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นักลงทุนไม่มีอุปสรรคในการทำธุรกรรมทางเงินทุน หรือการโอน การซื้ออสังหาริมทรัพย์ และการส่งผลกำไร ทั้งนักลงทุนชาวสวีเดนและต่างชาติได้รับอนุญาตให้มีหุ้นในบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Stockholm Stock Exchange ได้สิทธิในทรัพย์สินได้รับความคุ้มครองเป็นอย่างดี สวีเดนมีกฎหมายเกี่ยวกับการทุจริตที่มีการบังคับใช้อย่างเต็มที่และครบวงจร

การลงทุนในเขตลงทุนพิเศษในสวีเดน

สวีเดนมีสิ่งจูงใจต่างๆ ที่ช่วยในการจัดตั้งและการขยายบริษัทในสวีเดน โดยแบ่งระดับการช่วยเหลือตามเขตที่ตั้งและภูมิศาสตร์ ซึ่งประกอบด้วยเขตพื้นที่พัฒนา A และ B สิ่งช่วยเหลือนี้ประกอบด้วยเงินช่วยเหลือด้านการลงทุนในส่วนภูมิภาค การสนับสนุนด้านแรงงาน และการประกันสังคมที่เกี่ยวข้องกับการแบ่งภาษี การช่วยเหลือทางด้านการเงินในการพัฒนาระดับภูมิภาคนั้น มีจุดมุ่งหมายเพื่อการกระตุ้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และเพื่อเกิดความสมดุลในการพัฒนาส่วนภูมิภาค การช่วยเหลือนี้แบ่งออกเป็น 2 ด้าน ได้แก่ เงินช่วยเหลือด้านการลงทุน และด้านการจ้างงาน การช่วยเหลือนี้จะให้เฉพาะในกรณีที่ถือว่าจำเป็นในการลงทุนเท่านั้น บริษัทสามารถเลือกขอรับการสนับสนุนนี้ได้อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ไม่ใช่ทั้งสองด้าน โดยที่จะต้องตั้งธุรกิจในเขตพื้นที่พัฒนา A หรือ B เท่านั้น

โดยบริษัทที่ตั้งอยู่ในเขตพัฒนา A หรือ B สามารถยื่นขอรับความจำนงความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อการลงทุนได้ จากคณะกรรมการบริหารเขต หรือรัฐบาลกลาง โดย Swedish Agency for Economic and Regional Growth กิจกรรมทางธุรกิจที่มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือ ได้แก่ การดำเนินงานของอุตสาหกรรม และเสมือนอุตสาหกรรม การดำเนินงานด้านการบริการอุตสาหกรรม การดำเนินงานด้านการบริการที่ให้บริการมากกว่าเขตท้องถิ่น หรือเขตภูมิภาค การท่องเที่ยว การก่อสร้างอาคาร กิจกรรมอื่นๆ ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาธุรกิจในระดับภูมิภาค

ประเด็นท้าทายในการทำธุรกิจ

  • การส่งออกของไทยไปยังประเทศแถบสแกนดิเนเวียมีอัตราการขยายตัวลดลงทุกประเทศ สาเหตุสาคัญเนื่องจากผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจและการเงิน
  • สวีเดนเป็นตลาดขนาดเล็ก และการค้าระหว่างประเทศส่วนใหญ่ทำกันเองระหว่างกลุ่มประเทศนอร์ดิกส์ และยุโรป (Nordic Economic Model) ทั้งยังมีอัตราภาษีสูงที่สุดที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก ทำให้การเข้ามาลงทุน ค้าขาย ทำงาน หรือการขยายกิจการต่างๆ เป็นไปอย่างยากลำบาก
  • มีมาตรฐานของสินค้าและบริการสูง มีมาตรการการนำเข้าแรงงานที่เข้มงวด และนิยมอุปโภคบริโภคสินค้าที่ทำภายในประเทศ และยังมีความแตกต่างทางด้านสังคม วัฒนธรรม ทำให้ต้องเรียนรู้รสนิยมของผู้บริโภคมากขึ้น
  • กฎระเบียบและมาตรการทางการค้าที่เข้มงวด เช่น ระเบียบมาตรฐานสุขอนามัยในสินค้าพืชผักผลไม้ ปลาทูน่ากระป๋อง การนำเข้าพ่อครัวแม่ครัว และพนักงานนวดสปาที่เข้มงวด
  • ราคาสินค้าไทยที่ยังสูงไปเมื่อเปรียบเทียบกับระดับคุณภาพเดียวกันกับเพื่อนบ้าน เช่น เวียดนาม จีน โดยเฉพาะสินค้าข้าว นอกจากนี้ยังมีการปลอมปนข้าวหอมมะลิด้วย

ข่าวเศรษฐกิจ / เรื่องเด่น / ข่าวประชาสัมพันธ์ในสวีเดน



    

สาระน่ารู้

  • สหภาพการค้าแห่งนอร์เวย์ (The Norwegian Confederation of Trade Unions (LO)) – เป็นองค์กรคนงานที่ใหญ่ที่สุดและมีอิทธิพลมากที่สุดในนอร์เวย์
  • One Galle Face is Colombo's first internationally developed integrated lifestyle destination that makes living, working, entertainment and hospitality possible all in one location. Hong Kong's leisure entity Shanri-La Hotels and Resorts foresees the completion of this project by 2018 with a hefty investment of over US$ 600 million. The twin towers will be used for residence, which consist of 50 floors each, 16 penthouses and 8 duplex and simplex units. The target market is expatriates, international investors and the expanding population of Sri Lanka.
  • Following the tremendous success of the Exhibition 2018 and the 36th Annual Sessions, which took place at the Bandaranaike Memorial International Conference Hall in Colombo from February 22 to 25 earlier this year, the SLIA is proud to prsent  the next edition in a superior manner.<br />
    <br />
    Save the date :February 20th to 24th, 2019
  • The Institution of Engineers, Sri Lanka is the successor to the ‘Engineering Association of Ceylon’, which was founded in 1906. In 1968, the Institution of Engineers, Sri Lanka was made an incorporated body of the government, by an Act of Parliament. The IESL being the Apex body for engineering professionals in Sri Lanka, having a membership of more than 20,000, is called upon to represent the profession at many national forums and contribute to national development. By virtue of agreements it has entered into with the International Engineers’ Alliance (IEA) for mutual recognition of competencies, members assessed to have such competencies by IESL are eligible to practice engineering in the member countries including Japan, Australia, United Kingdom, Singapore, Pakistan, India, USA, Canada and South Korea.<br />
    <br />
    IESL with the Vision to be among the leading professional institutions of engineering and technology in the world, has Missioned Techno Sri Lanka’s for “Bringing out and Unleashing the Country’s Multi – Disciplinary Engineering Talents, to Drive Sri Lanka into Technological Excellence for Revolutionary Uplifting of Peoples’ Living Conditions and Prosperity”. Engineers are driven by passion to look beyond the regular, push borders and create the impossible. This is also reflective of the fact that Engineers over centuries are really innovators, who think beyond the realm and invent solutions for mankind, ahead of their time. That’s what engineering is all about and it’s the reason Engineers will always be the ingenious inventors and imaginative innovators throughout time.<br />
    <br />
    The flagship event of IESL, Techno Sri Lanka, since its inception in 1985 has grown to be the largest and the only engineering and technology exhibition held annually in Colombo. Techno, living up to its standards, has provided the means for uplifting peoples’ living conditions and has become an ideal venue for industry professionals, business heads, technologists and keen public to come together on a single global platform.<br />
    <br />
    The world is changing; engineers are in the forefront of this change. Expectations are very high in today’s society. However, the Planet’s resources are fast depleting and engineers have to be smart and innovative to achieve high goals with very low resource consumption. Technology should reach the masses and make them do things differently, as doing ‘business as usual’ will not leave a healthy planet for our children and grandchildren. We need ‘sustainable technologies’ that will revolutionize the day-to-day activities, such as mobile technology, nanotechnology, household solar PV technology and perhaps other inventions and breakthroughs to satisfy the society’s expectations and still not be blamed by our future generations for not leaving them a livable Planet Earth.<br />
    <br />
    Considering these facts, Techno Sri Lanka has redefined its Theme for the year 2018, aiming to fulfill the expectations of all stakeholders.
  • 01. - 03. November 2018 | Trade fair for hotels, hospitality, tourism and food businesses<br />
    <br />
    The Hotel, Hospitality & Food Asia in Sri Lanka has been designed by the dynamic development of the hotel and catering industry and the tourism and food companies to take account of South Asia. She is a specifically targeted at this sector business-to-business event. This exhibition is communication and information platform in the industry and provides the exhibiting companies the opportunity to present to an audience of experts here. Visitors can find information here thoroughly and comprehensively about the latest developments, trends, products and services in various fields. HHF Sri Lanka is the leading marketplace for regional networking and distribution, as well as a new basis for the procurement of products. The program will be held a culinary competition and other live features.<br />
    <br />
    The Hotel Hospitality & Food Asia will take place on 3 days from Thursday, 01. November to Saturday, 03. November 2018 in Colombo.
  • Infotel theme will be Towards a Digital Economy, is aligning with national priorities of enhancing the digital infrastructure of the country for facilitating a digitally empowered ecosystem while improving the Citizens’ engagement in a digital society.




เอกสารอ้างอิง

ดาวน์โหลด

ติดต่อหน่วยงาน

European Union - EU
สหภาพยุโรป

เป็นการรวมกลุ่มระหว่างประเทศ ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมแบบเหนือรัฐ (supranational) ที่ใหญ่ที่สุดและก้าวหน้าที่สุดในโลก โดยปัจจุบันมีสมาชิก 27 ประเทศ ทั้งนี้ ในปี 2554 สหภาพยุโรปถือเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับที่ 4 ของไทย
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์
876 Chaussee de Waterloo, 1000, Brussels, Belgium
Tel: (+32) 2 629 0035
Website : www2.thaieurope.net