ญี่ปุ่น

ญี่ปุ่น (Japan) ประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่กว่า 3,000 เกาะ เกาะที่ใหญ่ที่สุดก็คือ เกาะฮอนชู ฮอกไกโด คิวชู และชิโกกุ ตามลำดับ เกาะของญี่ปุ่นส่วนมากจะเป็นหมู่เกาะภูเขา มีแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก และที่สำคัญ ญี่ปุ่นนับเป็นประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจอันดับต้นๆ ของโลก โดยมีจีดีพีสูงเป็นอันดับสามของโลกในปี พ.ศ. 2553 นอกจากนี้ยังเป็นสมาชิกของสหประชาชาติ G8 โออีซีดี และเอเปค ซึ่งเมื่อพิจารณาในแง่การลงทุนและการดำเนินธุรกิจแล้ว ญี่ปุ่นเป็นฐานลงทุนเพื่อการส่งออกที่ค่อนข้างมีความได้เปรียบ เนื่องจากนานาชาติมีความเชื่อมั่นในสินค้าของญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก

ข้อมูลทั่วไป

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

ญี่ปุ่นเป็นประเทศหมู่เกาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ทางตะวันตกติดกับคาบสมุทรเกาหลี และสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีทะเลญี่ปุ่นกั้น ส่วนทางทิศเหนือ ติดกับประเทศรัสเซีย มีทะเลโอค็อตสค์ เป็นเส้นแบ่งแดน สำหรับหมู่เกาะทั้งหมดมีพื้นที่ประมาณ 377,930 ตารางกิโลเมตร ซึ่งลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นภูเขาถึง 71 % ของพื้นที่ทั้งหมด ในขณะที่มีพื้นที่ราบเพียง 25 % ซึ่งใช้เป็นพื้นที่ทางการเกษตรได้เพียง11 % เท่านั้น สิ่งที่ต้องระวังคือ ญี่ปุ่นมีภูเขาไฟประมาณ 1 ใน 10 ของทั้งโลก โดยมีภูเขาฟูจิเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศ (3,776 เมตร) และเป็นภูเขาไฟที่สงบอยู่แต่ยังไม่ดับ และจากการที่ญี่ปุ่นอยู่ในเขตที่มีภูเขาไฟมาก ทำให้มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นเสมอ

ด้านภูมิอากาศของญี่ปุ่น ค่อนข้างมีความหลากหลาย เช่น ทางตอนใต้จะมีลักษณะอากาศแบบเขตร้อน ทางตอนเหนือของประเทศอากาศเย็น แต่ก็ยังมี 4 ฤดู คือ ฤดูใบไม้ผลิในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ฤดูร้อนในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม ฤดูใบไม้ร่วงในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน และฤดูหนาวในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์

ประชากร

จำนวนประชากรในปัจจุบันของญี่ปุ่นมีประมาณ 127,611 ล้านคน โดยในประวัติศาสตร์เชื่อกันว่าบรรพบุรุษของชาวญี่ปุ่น คือ กลุ่มเผ่าพันธุ์หนึ่งที่เรียกในปัจจุบันว่า เผ่าพันธุ์ยามาโตะ ผสมกับคนที่อพยพมาจากแผ่นดินใหญ่ ได้แก่ จีนและเกาหลี ปัจจุบันคนต่างชาติกลุ่มใหญ่ที่อยู่ในญี่ปุ่น ได้แก่ ชาวเกาหลีและชาวจีน รวมทั้งเผ่าไอนุซึ่งอาศัยอยู่ที่เกาะฮอกไกโด ทั้งนี้ ญี่ปุ่นไม่ถือว่าประเทศของตนมีชนกลุ่มน้อย โดยแบ่งสัดส่วนดังต่อไปนี้ ญี่ปุ่น 98.5% เกาหลี 0.5% จีน 0.4% อื่นๆ 0.6%

การเมืองการปกครอง

การปกครองในญี่ปุ่นเป็นระบอบเสรีประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ (Constitutional Monarchy with a parliamentary government) โดยมีรัฐสภาเป็นสถาบันสูงสุดของรัฐ และมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล นอกจากนี้ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้มีการบัญญัติไว้ว่า สมเด็จพระจักรพรรดิทรงเป็นสัญลักษณ์ของประเทศ มิใช่องค์ประมุขและไม่มีอำนาจในการบริหารประเทศ

ญี่ปุ่นได้แบ่งเขตการปกครองท้องถิ่นออกเป็น 47 จังหวัด (Prefecture) ซึ่งรวมกรุงโตเกียว (Tokyo Metropolis) เอาไว้ด้วย ส่วนการปกครองส่วนท้องถิ่นภายในจังหวัดแยกออกเป็น นคร เมือง และหมู่บ้าน ยกเว้นกรุงโตเกียวที่มีเขตการปกครองเฉพาะในส่วนใจกลาง 23 เขต นอกเหนือไปจากเขตชานกรุง ซึ่งประกอบด้วย 27 นคร 5 เมือง และ 8 หมู่บ้าน รัฐบาลญี่ปุ่นได้พยายามกระจายอำนาจการปกครองไปสู่ท้องถิ่น โดยผู้ว่าราชการจังหวัด นายกเทศมนตรีของนครขนาดใหญ่ ของเมืองและของหมู่บ้านตลอดจนสมาชิกสภาส่วนท้องถิ่นทุกระดับมาจากการเลือกตั้ง

ภาษา

ภาษาญี่ปุ่น เป็นภาษาราชการ

ศาสนา

ชาวญี่ปุ่นนับถือศาสนาชินโต 84% และอื่นๆ 16% (สัดส่วนรวมกันสูงกว่า 100% เนื่องจากประชากรบางส่วนนับถือ 2 ศาสนา คือนับถือทั้งศาสนาพุทธและศาสนาชินโต)

สกุลเงิน

สกุลเงินของญี่ปุ่น คือ “เยน” (¥) ใช้ตัวย่อเป็นอักษรภาษาอังกฤษว่า JYP โดยในปัจจุบันมีอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 100 เยน ต่อ 29.77 บาท (ข้อมูลเดือนพฤษภาคม 2556)

ข้อมูลทั่วไปประเทศญี่ปุ่น

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

ญี่ปุ่นเป็นประเทศหมู่เกาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ทางตะวันตกติดกับคาบสมุทรเกาหลี และสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีทะเลญี่ปุ่นกั้น ส่วนทางทิศเหนือ ติดกับประเทศรัสเซีย มีทะเลโอค็อตสค์ เป็นเส้นแบ่งแดน สำหรับหมู่เกาะทั้งหมดมีพื้นที่ประมาณ 377,930 ตารางกิโลเมตร ซึ่งลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นภูเขาถึง 71 % ของพื้นที่ทั้งหมด ในขณะที่มีพื้นที่ราบเพียง 25 % ซึ่งใช้เป็นพื้นที่ทางการเกษตรได้เพียง11 % เท่านั้น สิ่งที่ต้องระวังคือ ญี่ปุ่นมีภูเขาไฟประมาณ 1 ใน 10 ของทั้งโลก โดยมีภูเขาฟูจิเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศ (3,776 เมตร) และเป็นภูเขาไฟที่สงบอยู่แต่ยังไม่ดับ และจากการที่ญี่ปุ่นอยู่ในเขตที่มีภูเขาไฟมาก ทำให้มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นเสมอ

ด้านภูมิอากาศของญี่ปุ่น ค่อนข้างมีความหลากหลาย เช่น ทางตอนใต้จะมีลักษณะอากาศแบบเขตร้อน ทางตอนเหนือของประเทศอากาศเย็น แต่ก็ยังมี 4 ฤดู คือ ฤดูใบไม้ผลิในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ฤดูร้อนในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม ฤดูใบไม้ร่วงในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน และฤดูหนาวในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์

ประชากร

จำนวนประชากรในปัจจุบันของญี่ปุ่นมีประมาณ 127,611 ล้านคน โดยในประวัติศาสตร์เชื่อกันว่าบรรพบุรุษของชาวญี่ปุ่น คือ กลุ่มเผ่าพันธุ์หนึ่งที่เรียกในปัจจุบันว่า เผ่าพันธุ์ยามาโตะ ผสมกับคนที่อพยพมาจากแผ่นดินใหญ่ ได้แก่ จีนและเกาหลี ปัจจุบันคนต่างชาติกลุ่มใหญ่ที่อยู่ในญี่ปุ่น ได้แก่ ชาวเกาหลีและชาวจีน รวมทั้งเผ่าไอนุซึ่งอาศัยอยู่ที่เกาะฮอกไกโด ทั้งนี้ ญี่ปุ่นไม่ถือว่าประเทศของตนมีชนกลุ่มน้อย โดยแบ่งสัดส่วนดังต่อไปนี้ ญี่ปุ่น 98.5% เกาหลี 0.5% จีน 0.4% อื่นๆ 0.6%

การเมืองการปกครอง

การปกครองในญี่ปุ่นเป็นระบอบเสรีประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ (Constitutional Monarchy with a parliamentary government) โดยมีรัฐสภาเป็นสถาบันสูงสุดของรัฐ และมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล นอกจากนี้ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้มีการบัญญัติไว้ว่า สมเด็จพระจักรพรรดิทรงเป็นสัญลักษณ์ของประเทศ มิใช่องค์ประมุขและไม่มีอำนาจในการบริหารประเทศ

ญี่ปุ่นได้แบ่งเขตการปกครองท้องถิ่นออกเป็น 47 จังหวัด (Prefecture) ซึ่งรวมกรุงโตเกียว (Tokyo Metropolis) เอาไว้ด้วย ส่วนการปกครองส่วนท้องถิ่นภายในจังหวัดแยกออกเป็น นคร เมือง และหมู่บ้าน ยกเว้นกรุงโตเกียวที่มีเขตการปกครองเฉพาะในส่วนใจกลาง 23 เขต นอกเหนือไปจากเขตชานกรุง ซึ่งประกอบด้วย 27 นคร 5 เมือง และ 8 หมู่บ้าน รัฐบาลญี่ปุ่นได้พยายามกระจายอำนาจการปกครองไปสู่ท้องถิ่น โดยผู้ว่าราชการจังหวัด นายกเทศมนตรีของนครขนาดใหญ่ ของเมืองและของหมู่บ้านตลอดจนสมาชิกสภาส่วนท้องถิ่นทุกระดับมาจากการเลือกตั้ง

ภาษา

ภาษาญี่ปุ่น เป็นภาษาราชการ

ศาสนา

ชาวญี่ปุ่นนับถือศาสนาชินโต 84% และอื่นๆ 16% (สัดส่วนรวมกันสูงกว่า 100% เนื่องจากประชากรบางส่วนนับถือ 2 ศาสนา คือนับถือทั้งศาสนาพุทธและศาสนาชินโต)

สกุลเงิน

สกุลเงินของญี่ปุ่น คือ “เยน” (¥) ใช้ตัวย่อเป็นอักษรภาษาอังกฤษว่า JYP โดยในปัจจุบันมีอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 100 เยน ต่อ 29.77 บาท (ข้อมูลเดือนพฤษภาคม 2556)

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

ญี่ปุ่นมีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) 4.617 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีรายได้ประชากรต่อหัวอยู่ที่ 36,200 ดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่อยู่ในกลุ่มผู้ผลิตรถที่ใช้เครื่องยนต์รายใหญ่และมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในโลก รวมถึงอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องมือเครื่องจักร เหล็ก เรือ เคมีภัณฑ์ สิ่งทอ อาหารสำเร็จรูป แต่ญี่ปุ่นมีทรัพยากรธรรมชาติน้อยมาก จึงกลายเป็นประเทศที่นำเข้าทรัพยากรที่ใช้เป็นพลังงาน เช่น ถ่านหินและก๊าซธรรมชาติชนิดเหลว (LNG) รายใหญ่ที่สุดของโลก และนำเข้าน้ำมันเป็นอันดับสองของโลก

สำหรับสินค้าส่งออกที่สำคัญของญี่ปุ่น คือ เครื่องมือที่ใช้ในการขนส่ง พาหนะที่ใช้เครื่องยนต์ สารกึ่งตัวนำ เครื่องจักรไฟฟ้า และเคมีภัณฑ์ โดยมีคู่ค้าที่สำคัญ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน เกาหลีใต้ ฮ่องกง ไทย ส่วนสินค้าที่นำเข้า ได้แก่ เครื่องมือเครื่องจักร เชื้อเพลิง อาหาร เคมีภัณฑ์ สิ่งทอ และวัตถุดิบ โดยมี จีน สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ออสเตรเลีย และซาอุดิอาระเบีย เป็นคู่ค้ารายสำคัญ

ในส่วนของการค้าขายระหว่างไทย-ญี่ปุ่น ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยสินค้าที่ไทยส่งออกไปญี่ปุ่น ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ยางธรรมชาติ แผงวงจรไฟฟ้า ส่วนประกอบเครื่องมือสื่อสารโทรคมนาคม ไก่สดแช่เย็น เนื้อสัตว์ปรุงแต่ง อาหารทะเลแปรรูป ไดโอด ทรานซิสเตอร์ เครื่องรับโทรศัพท์และส่วนประกอบ เนื้อปลาสดแช่เย็น แช่แข็ง และอื่น ๆ ขณะที่สินค้าที่ไทยนำเข้จากญี่ปุ่น ได้แก่ แผงวงจรไฟฟ้า ส่วนประกอบรถยนต์ เหล็กแผ่นรีดร้อน ไดโอด ทรานซิสเตอร์ ส่วนประกอบ เครื่องยนต์ เครื่องจักรที่ทำงานเป็นเอกเทศ ส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ เหล็กแผ่นชุบ รถบรรทุก แบบหล่อสำหรับโลหะและวัสดุ และอื่นๆ

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

ญี่ปุ่นไม่มีข้อจำกัดสัดส่วนหุ้นต่างชาติในการลงทุนประกอบธุรกิจ ยกเว้น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การประมง บริการการด้านเงิน โทรคมนาคม และการขนส่งโดยเฉพาะการขนส่งภายในประเทศ แม้ว่าการประกอบธุรกิจในบางสาขาจะไม่มีข้อจำกัดต่อต่างชาติ แต่ต้องแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน เช่น การทำการเกษตร ป่าไม้ ประมง เหมืองแร่ อุตสาหกรรมการผลิตบางประเภทเกี่ยวกับ ยา หนังและผลิตภัณฑ์หนัง กาวและเจลาติน ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เป็นต้น

โดยทั่วไป บริษัทต่างชาติตั้งธุรกิจในญี่ปุ่น 4 ประเภท ดังนี้

1. Representative office: มีขอบเขตดำเนินงานเพื่อการจัดเตรียม และช่วยเสริมการดำเนินธุรกิจในญี่ปุ่นให้แก่บริษัทแม่จากต่างประเทศ การดำเนินงานของสำนักงานตัวแทนอาจรวมถึง การสำรวจตลาด การรวบรวมข้อมูล การจัดซื้อสินค้า และการดำเนินการเพื่อโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ แต่ไม่อนุญาตให้เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการขาย และที่สำคัญสำนักงานตัวแทนไม่สามารถเปิดบัญชีธนาคาร และเช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ในนามสำนักงานฯ ได้ จะต้องกระทำในนามสำนักงานใหญ่ หรือตัวบุคคลที่เป็นผู้แทนในสำนักงานตัวแทนนั้น

2. Branch office: สามารถดำเนินธุรกิจได้ตามที่ได้รับมอบหมายจากบริษัทแม่ในต่างประเทศ แต่ไม่มีสถานภาพเป็นบริษัท บริษัทแม่ต้องรับผิดชอบหนี้สินและเครดิต แต่สามารถเปิดบัญชีธนาคารและเช่าสำนักงานในนามของ branch office ได้

3. Subsidiary company: บริษัทต่างชาติสามารถเลือกที่จะจัดตั้ง Subsidiary company ได้ในลักษณะที่เป็น Joint-stock corporation (Kabushiki – Kaisha :K.K) ส่วนอีก 2 ลักษณะในทางปฏิบัติมีการจัดตั้งธุรกิจมีอยู่น้อยมาก เนื่องจากผู้ถือหุ้นต้องรับผิดชอบหนี้สินอย่างไม่จำกัด คือ limited liability company (Godo-Kaisha :LLC) และ Unlimited partnership (Gomei- Kaisha) และ limited partnership(Goshi Kaisha)

4. Limited liability partnership: LLP ไม่มีสถานะเป็น corporation เป็นเพียง Partnerships LLP ไม่ต้องชำระภาษี corporate tax ผู้ถือหุ้นมีหน้าที่ชำระภาษีเงินได้โดยตรง

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

ญี่ปุ่นไม่มีข้อจำกัดสัดส่วนหุ้นต่างชาติในการลงทุนประกอบธุรกิจ ยกเว้น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การประมง บริการการด้านเงิน โทรคมนาคม และการขนส่งโดยเฉพาะการขนส่งภายในประเทศ แม้ว่าการประกอบธุรกิจในบางสาขาจะไม่มีข้อจำกัดต่อต่างชาติ แต่ต้องแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน เช่น การทำการเกษตร ป่าไม้ ประมง เหมืองแร่ อุตสาหกรรมการผลิตบางประเภทเกี่ยวกับ ยา หนังและผลิตภัณฑ์หนัง กาวและเจลาติน ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เป็นต้น

โดยทั่วไป บริษัทต่างชาติตั้งธุรกิจในญี่ปุ่น 4 ประเภท ดังนี้

1. Representative office: มีขอบเขตดำเนินงานเพื่อการจัดเตรียม และช่วยเสริมการดำเนินธุรกิจในญี่ปุ่นให้แก่บริษัทแม่จากต่างประเทศ การดำเนินงานของสำนักงานตัวแทนอาจรวมถึง การสำรวจตลาด การรวบรวมข้อมูล การจัดซื้อสินค้า และการดำเนินการเพื่อโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ แต่ไม่อนุญาตให้เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการขาย และที่สำคัญสำนักงานตัวแทนไม่สามารถเปิดบัญชีธนาคาร และเช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ในนามสำนักงานฯ ได้ จะต้องกระทำในนามสำนักงานใหญ่ หรือตัวบุคคลที่เป็นผู้แทนในสำนักงานตัวแทนนั้น

2. Branch office: สามารถดำเนินธุรกิจได้ตามที่ได้รับมอบหมายจากบริษัทแม่ในต่างประเทศ แต่ไม่มีสถานภาพเป็นบริษัท บริษัทแม่ต้องรับผิดชอบหนี้สินและเครดิต แต่สามารถเปิดบัญชีธนาคารและเช่าสำนักงานในนามของ branch office ได้

3. Subsidiary company: บริษัทต่างชาติสามารถเลือกที่จะจัดตั้ง Subsidiary company ได้ในลักษณะที่เป็น Joint-stock corporation (Kabushiki – Kaisha :K.K) ส่วนอีก 2 ลักษณะในทางปฏิบัติมีการจัดตั้งธุรกิจมีอยู่น้อยมาก เนื่องจากผู้ถือหุ้นต้องรับผิดชอบหนี้สินอย่างไม่จำกัด คือ limited liability company (Godo-Kaisha :LLC) และ Unlimited partnership (Gomei- Kaisha) และ limited partnership(Goshi Kaisha)

4. Limited liability partnership: LLP ไม่มีสถานะเป็น corporation เป็นเพียง Partnerships LLP ไม่ต้องชำระภาษี corporate tax ผู้ถือหุ้นมีหน้าที่ชำระภาษีเงินได้โดยตรง

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

ทางการญี่ปุ่นได้จัดตั้ง Invest Japan Office ขึ้นในสำนักงานในภูมิภาคของกระทรวง METI เพื่อบริการ แก่ผู้ลงทุน โดย การสนับสนุนให้คำปรึกษา บริการข้อมูล และช่วยเหลือในการขอรับใบอนุญาต นอกจากนี้ ได้แปลข้อมูลเกี่ยวกับระเบียบวิธีการลงทุนในญี่ปุ่น เป็นภาษาอังกฤษ และจัดตั้ง Contact point ใน Japan External Trade Organization หรือ JETRO ซึ่งมีสำนักงานในจังหวัดต่างๆ ของญี่ปุ่น และต่างประเทศรวมทั้งไทย เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ทำหน้าที่ให้ข้อมูลและอำนวยความสะดวกเพื่อส่งเสริมการลงทุนในประเทศญี่ปุ่น

สิทธิประโยชน์

หน่วยงานรัฐบาลไทยและรัฐบาลญี่ปุ่นมีการพิจารณาสิทธิพิเศษสำหรับนักลงทุนไทยในญี่ปุ่น เช่น สิทธิพิเศษทางด้านภาษี หรือบริการสนับสนุนจากสำนักงาน Invest Japan Business Support Center (IBSC) ของเจโทร เช่น การให้พื้นที่สำนักงานชั่วคราวในประเทศญี่ปุ่นฟรี แนะนำบริการสรรหาบุคลากร แนะนำเรื่องการขอใบอนุญาตทำงาน และเรื่องการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท สำหรับอัตราภาษีในระดับสูง รัฐบาลญี่ปุ่นอยู่ระหว่างการพิจารณาให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ธุรกิจต่างชาติบางประเภทในญี่ปุ่น

ทั้งนี้ การลงทุนในญี่ปุ่นนั้นมีต้นทุนไม่สูงหากนักธุรกิจเลือกลงทุนในอุตสาหกรรมที่เหมาะสม อาทิ เทคโนโลยี แฟชั่น หรือสินค้าประเภทไลฟ์สไตล์ โดยสามารถขายสินค้าและบริการให้แก่ผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่ามีกำลังซื้อสูง และสามารถส่งออกหรือขายแฟรนไชส์ธุรกิจให้ต่างประเทศทั่วโลก โดยจะได้รับความเชื่อมั่นว่าสินค้ามีคุณภาพดีเพราะมาจากสำนักงานขายในญี่ปุ่น ทั้งยังไม่กระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของไทยอีกด้วย

ประเด็นท้าทายในการทำธุรกิจ

ปัญหาและอุปสรรคต่อการลงทุนในญี่ปุ่นที่ผู้ประกอบการประสบ ได้แก่

  • ต้นทุนสูง โดยเฉพาะค่าจ้างบุคลากร  ค่าเช่าสำนักงาน
  • การดำเนินงานด้านการตลาด และสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในญี่ปุ่นเป็นเรื่องยาก และต้องใช้เงินทุนสูง
  • การติดต่อสื่อสารต้องใช้ภาษาญี่ปุ่นเป็นหลัก และการทำธุรกิจโดยพนักงานญี่ปุ่นจะได้รับความเชื่อถือจากบริษัทคู่ค้ามากกว่า ขณะที่บุคลากรญี่ปุ่นที่สามารถสื่อสารภาษอังกฤษหาได้ค่อนข้างยาก และบุคลากรไทยมีข้อจำกัดด้านภาษา

ข่าวเศรษฐกิจ / เรื่องเด่น / ข่าวประชาสัมพันธ์ในศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น

  • หากเอ่ยถึง ”สนามบินนาริตะ” และ “โตเกียวดีสนีย์แลนด์” เชื่อแน่ว่าหลายคนต้องร้องอ๋อ เพราะสนามบินนาริตะเป็นประตูสู่แดนซากุระ ส่วนโตเกียวดีสนีย์แลนด์ก็เป็นหนึ่งในที่หมายของนักเดินทางที่อยากจะมาเช็คอินสักครั้งในชีวิต แต่อีกหลายคนอาจยังไม่รู้ว่า สถานที่สำคัญทั้งสองตั้งอยู่ใน “จังหวัดชิบะ” (Chiba) ทางทิศตะวันออกของมหานครโตเกียว ชิบะมีประชากร 6.24 ล้านคน มากเป็นอันดับ 6 ของญี่ปุ่น นอกจากจะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังหลายแห่งแล้ว ชิบะยังมีแหล่งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่สร้างรายได้ให้แก่ประเทศจำนวนมาก ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ไม่รอช้าที่จะชี้ช่องทาง สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยลองทำความรู้จักกับศักยภาพของจังหวัดแห่งนี้...
  • ภายหลังจากที่รัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศปรับขึ้น ภาษีการขายจากร้อยละ 5 เป็นร้อยละ 8 เมื่อต้นปี 2557 ที่ผ่านมา ส่งผลให้อุปสงค์การบริโภคทั้งสินค้า และบริการภายในประเทศลดน้อยลง และฉุดรั้ง ให้ภาพรวมการเติบโตทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่น เริ่มมีแนวโน้มชะลอตัวลง
  • สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจของญี่ปุ่น จากข้อมูลที่รวบรวมขึ้นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2558 โดยเห็นว่า ในภาพรวมแล้วเศรษฐกิจญี่ปุ่นดีขึ้นแม้ว่าจะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ โดยปัจจัยส่งเสริมที่สำคัญ คือ การขึ้นเงินเดือนของเอกชน ที่มีส่วนกระตุ้นการบริโภคของชาวญี่ปุ่น ประกอบกับที่ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงได้ส่งเสริมการส่งออกของประเทศ ประกอบกับจังหวะที่ราคาน้ำมันดิบลดลง ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ลดต้นทุนการส่งออก และค่าใช้จ่ายในการนำเข้าสินค้าลดลงด้วยเช่นกัน...
  • เศรษฐกิจญี่ปุ่นดีดตัวออกจากภาวะถดถอยสำเร็จในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว จากอานิสงส์ของราคาน้ำมันร่วงและค่าเงินเยนที่อ่อน แต่หลายคนยังกังวลว่าการฟื้นตัวครั้งนี้เป็นเพียงปรากฏการณ์ชั่วคราวก่อน ร่วงสู่ภาวะชะลอตัวอีกครั้ง
  • เศรษฐกิจของญี่ปุ่นเริ่มฟื้นตัวในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว แม้สถิติที่ออกมายังอยู่ในระดับต่ำกว่าที่คาดการณ์กันเอาไว้ก็ตาม...
  • เอเอฟพี รายงานว่า สายการบินออล นิปปอน แอร์เวยส์ แถลงข่าว ณ สำนักงานใหญ่ ในกรุงโตเกียว วันนี้ (13 ก.พ. 2558) ว่า...


    

สาระน่ารู้

  • One Galle Face is Colombo's first internationally developed integrated lifestyle destination that makes living, working, entertainment and hospitality possible all in one location. Hong Kong's leisure entity Shanri-La Hotels and Resorts foresees the completion of this project by 2018 with a hefty investment of over US$ 600 million. The twin towers will be used for residence, which consist of 50 floors each, 16 penthouses and 8 duplex and simplex units. The target market is expatriates, international investors and the expanding population of Sri Lanka.
  • Following the tremendous success of the Exhibition 2018 and the 36th Annual Sessions, which took place at the Bandaranaike Memorial International Conference Hall in Colombo from February 22 to 25 earlier this year, the SLIA is proud to prsent  the next edition in a superior manner.<br />
    <br />
    Save the date :February 20th to 24th, 2019
  • The Institution of Engineers, Sri Lanka is the successor to the ‘Engineering Association of Ceylon’, which was founded in 1906. In 1968, the Institution of Engineers, Sri Lanka was made an incorporated body of the government, by an Act of Parliament. The IESL being the Apex body for engineering professionals in Sri Lanka, having a membership of more than 20,000, is called upon to represent the profession at many national forums and contribute to national development. By virtue of agreements it has entered into with the International Engineers’ Alliance (IEA) for mutual recognition of competencies, members assessed to have such competencies by IESL are eligible to practice engineering in the member countries including Japan, Australia, United Kingdom, Singapore, Pakistan, India, USA, Canada and South Korea.<br />
    <br />
    IESL with the Vision to be among the leading professional institutions of engineering and technology in the world, has Missioned Techno Sri Lanka’s for “Bringing out and Unleashing the Country’s Multi – Disciplinary Engineering Talents, to Drive Sri Lanka into Technological Excellence for Revolutionary Uplifting of Peoples’ Living Conditions and Prosperity”. Engineers are driven by passion to look beyond the regular, push borders and create the impossible. This is also reflective of the fact that Engineers over centuries are really innovators, who think beyond the realm and invent solutions for mankind, ahead of their time. That’s what engineering is all about and it’s the reason Engineers will always be the ingenious inventors and imaginative innovators throughout time.<br />
    <br />
    The flagship event of IESL, Techno Sri Lanka, since its inception in 1985 has grown to be the largest and the only engineering and technology exhibition held annually in Colombo. Techno, living up to its standards, has provided the means for uplifting peoples’ living conditions and has become an ideal venue for industry professionals, business heads, technologists and keen public to come together on a single global platform.<br />
    <br />
    The world is changing; engineers are in the forefront of this change. Expectations are very high in today’s society. However, the Planet’s resources are fast depleting and engineers have to be smart and innovative to achieve high goals with very low resource consumption. Technology should reach the masses and make them do things differently, as doing ‘business as usual’ will not leave a healthy planet for our children and grandchildren. We need ‘sustainable technologies’ that will revolutionize the day-to-day activities, such as mobile technology, nanotechnology, household solar PV technology and perhaps other inventions and breakthroughs to satisfy the society’s expectations and still not be blamed by our future generations for not leaving them a livable Planet Earth.<br />
    <br />
    Considering these facts, Techno Sri Lanka has redefined its Theme for the year 2018, aiming to fulfill the expectations of all stakeholders.
  • 01. - 03. November 2018 | Trade fair for hotels, hospitality, tourism and food businesses<br />
    <br />
    The Hotel, Hospitality & Food Asia in Sri Lanka has been designed by the dynamic development of the hotel and catering industry and the tourism and food companies to take account of South Asia. She is a specifically targeted at this sector business-to-business event. This exhibition is communication and information platform in the industry and provides the exhibiting companies the opportunity to present to an audience of experts here. Visitors can find information here thoroughly and comprehensively about the latest developments, trends, products and services in various fields. HHF Sri Lanka is the leading marketplace for regional networking and distribution, as well as a new basis for the procurement of products. The program will be held a culinary competition and other live features.<br />
    <br />
    The Hotel Hospitality & Food Asia will take place on 3 days from Thursday, 01. November to Saturday, 03. November 2018 in Colombo.
  • Infotel theme will be Towards a Digital Economy, is aligning with national priorities of enhancing the digital infrastructure of the country for facilitating a digitally empowered ecosystem while improving the Citizens’ engagement in a digital society.
  • The Western Region MegapolisDevelopment Plan, also called Western Region Megapolis Planning Project(WRMPP), is a urban planning, zoning and development project aimed at creating a Megapolis in the Western Province of Sri Lanka by 2030 , which would help address the issues of waste management, traffic congestion, slums and environmental pollution. This project is intended to build a Megacity that matches other well-known economic hubs such as Dubai,Singapore,Seoul and Tokyo. For more information, please visit <a class="txttohtmllink" href="http://www.megapolis.gov.lk/">http://www.megapolis.gov.lk/</a>




เอกสารอ้างอิง

ดาวน์โหลด

ติดต่อหน่วยงาน

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว
2-2-1,Kudan-Minami, Chiyoda-Ku, Tokyo 102-0074
Tel: 03-3222-4101, 03-3222-4121
Fax: 03-3222-4114, 03-3222-4122
Email : infosect@thaiembassy.jp
Website: www.thaiembassy.jp