ปาปัวนิวกินี

ปาปัวนิวกินี (Independent State of Papua New Guinea) เป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ รายได้หลักของประเทศขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรมการประมง เหมืองแร่ทองแดง ทองคำ และเนื่องจากความสัมพันธ์ทางการเมืองที่มีมากับออสเตรเลีย จึงทำให้การค้าและเงินทุนสนับสนุนส่วนใหญ่จะได้มาจากออสเตรเลีย นอกจากนี้ การท่องเที่ยวเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่ทางการปาปัวนิวกีนีพยายามส่งเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ และทดแทนการทำเหมือง และการขุดเจาะน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติหากหมดไป อย่างไรก็ดี ระบบคมนาคมและระบบพื้นฐานต่างๆ ของปาปัวนิวกินีมีความล้าสมัยและต้องการปรับปรุง เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ในประเทศยังไม่มีการพัฒนาและเป็นหุบเขายากแก่การเข้าถึงจึงทำให้เป็นอุปสรรคสำคัญในการติดต่อทางการค้าและการลงทุนกับต่างประเทศ

ข้อมูลทั่วไป

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

ปาปัวนิวกินี พื้นที่ 462,840 ตารางกิโลเมตร อยู่ทางทิศตะวันตกของภูมิภาคแปซิฟิกใต้ มีพรมแดนติดกับจังหวัดปาปัวตะวันตกของอินโดนีเซีย โดยตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออกของเกาะ New Guinea ซึ่งเป็นเกาะเขตร้อนขนาดใหญ่ อยู่ห่างจากออสเตรเลียไปทางทิศเหนือประมาณ 160 กิโลเมตร ภูมิประเทศมีลักษณะภูมิศาสตร์เป็นเทือกเขาขนาดใหญ่และมีภูเขาและภูเขาไฟจำนวนมาก พื้นที่ราบเป็นป่าดิบชื้นและทุ่งหญ้าสาวันนา พืชสำคัญคือ มะพร้าว ปาล์ม และเตย ภูมิอากาศของประเทศเป็นแบบเขตร้อน (tropical) และอยู่ในเขตลมมรสุม

ประชากร

ปาปัวนิวกินีมีประชากรประมาณ 6,310,129 คน (2554) เป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ภาษา วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีมากที่สุดของโลก โดยชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในปาปัวนิวกินีคิดเป็นร้อยละ 1 ของประชากรทั้งหมด กว่าครึ่งหนึ่งเป็นชาวออสเตรเลีย ที่เหลือคือชาวอังกฤษ นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ และอเมริกัน

การเมืองการปกครอง

ปาปัวนิวกินีปกครองแบบประชาธิปไตย ระบบรัฐสภาเดียว เรียกว่า "รัฐสภาแห่งชาติ" (National Parliament) มีสมาชิก 109 คน โดย 89 คนมาจากการเลือกตั้งทั่วไป ที่เหลืออีก 20 คน มาจากการเลือกตั้งในแต่ละจังหวัด มีวาระ 5 ปี

ทั้งนี้ รัฐบาลกลางสามารถแทรกแซงกิจการด้านการบริหาร การคลัง และอื่นๆ ของรัฐบาลท้องถิ่นได้ เนื่องจากรัฐบาลท้องถิ่นส่วนใหญ่ยังไม่พร้อมที่จะดำเนินการโดยอิสระ ซึ่งนโยบายรัฐบาลจะเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวปาปัวนิวกินี เสริมสร้างความสามัคคีระหว่างชนเผ่าต่างๆ ของประเทศ และสร้างความภูมิใจในความเป็นชาวปาปัวนิวกินีด้วยการแก้ไขปัญหาทางสังคมต่างๆ

ภาษา

พิดจิน และ อังกฤษ

ศาสนา

คริสต์

สกุลเงิน

คีนา (Kina) (1 คีนา ประมาณ 15.30 บาท ณ ธันวาคม 2555)

ข้อมูลทั่วไปประเทศปาปัวนิวกินี

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

ปาปัวนิวกินี พื้นที่ 462,840 ตารางกิโลเมตร อยู่ทางทิศตะวันตกของภูมิภาคแปซิฟิกใต้ มีพรมแดนติดกับจังหวัดปาปัวตะวันตกของอินโดนีเซีย โดยตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออกของเกาะ New Guinea ซึ่งเป็นเกาะเขตร้อนขนาดใหญ่ อยู่ห่างจากออสเตรเลียไปทางทิศเหนือประมาณ 160 กิโลเมตร ภูมิประเทศมีลักษณะภูมิศาสตร์เป็นเทือกเขาขนาดใหญ่และมีภูเขาและภูเขาไฟจำนวนมาก พื้นที่ราบเป็นป่าดิบชื้นและทุ่งหญ้าสาวันนา พืชสำคัญคือ มะพร้าว ปาล์ม และเตย ภูมิอากาศของประเทศเป็นแบบเขตร้อน (tropical) และอยู่ในเขตลมมรสุม

ประชากร

ปาปัวนิวกินีมีประชากรประมาณ 6,310,129 คน (2554) เป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ภาษา วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีมากที่สุดของโลก โดยชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในปาปัวนิวกินีคิดเป็นร้อยละ 1 ของประชากรทั้งหมด กว่าครึ่งหนึ่งเป็นชาวออสเตรเลีย ที่เหลือคือชาวอังกฤษ นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ และอเมริกัน

การเมืองการปกครอง

ปาปัวนิวกินีปกครองแบบประชาธิปไตย ระบบรัฐสภาเดียว เรียกว่า "รัฐสภาแห่งชาติ" (National Parliament) มีสมาชิก 109 คน โดย 89 คนมาจากการเลือกตั้งทั่วไป ที่เหลืออีก 20 คน มาจากการเลือกตั้งในแต่ละจังหวัด มีวาระ 5 ปี

ทั้งนี้ รัฐบาลกลางสามารถแทรกแซงกิจการด้านการบริหาร การคลัง และอื่นๆ ของรัฐบาลท้องถิ่นได้ เนื่องจากรัฐบาลท้องถิ่นส่วนใหญ่ยังไม่พร้อมที่จะดำเนินการโดยอิสระ ซึ่งนโยบายรัฐบาลจะเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวปาปัวนิวกินี เสริมสร้างความสามัคคีระหว่างชนเผ่าต่างๆ ของประเทศ และสร้างความภูมิใจในความเป็นชาวปาปัวนิวกินีด้วยการแก้ไขปัญหาทางสังคมต่างๆ

ภาษา

พิดจิน และ อังกฤษ

ศาสนา

คริสต์

สกุลเงิน

คีนา (Kina) (1 คีนา ประมาณ 15.30 บาท ณ ธันวาคม 2555)

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

ปาปัวนิวกินีมีรายได้ประชาชาติต่อหัวราว 2,600 ดอลลาร์สหรัฐฯ และอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจประมาณร้อยละ 8.9 ซึ่งรัฐบาลปาปัวนิวกินีสามารถควบคุมสถานะทางการคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีอัตราเงินเฟ้อต่ำ อัตราแลกเปลี่ยนมีเสถียรภาพ เศรษฐกิจได้รับผลดีจากผลผลิตเหมืองแร่ที่เพิ่มขึ้น และราคาสินค้าส่งออกเพิ่มสูงขึ้นได้แก่ ทอง น้ำมันดิบ ทองแท่ง

นอกจากนี้รัฐบาลได้พยายามดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ขยายการส่งออก แสวงหาความร่วมมือกับประเทศในเอเชีย และมีบทบาทนำในกลุ่มประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก และการลงนามความตกลงทางการค้ากับนิวซีแลนด์ทำให้ปาปัวนิวกินีส่งออกสินค้าเกษตร เช่น มะพร้าว เผือก ขิง ไปยังตลาดนิวซีแลนด์ได้ ทั้งยังได้รับโควตาการส่งออกปลาทูน่าไปยังตลาด EU เพิ่มขึ้น

โดยประเทศคู่ค้าที่สำคัญของปาปัวนิวกินีคือ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา เยอรมนี สิงคโปร์ ซึ่งในด้านของการส่งออกและนำเข้านั้น ออสเตรเลียเป็นตลาดสำคัญ คิดเป็นร้อยละ 30 และ 50 ของทั้งหมดการค้ากับออสเตรเลีย รวมมูลค่าการค้าทั้งหมดกว่า 2,400 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และรายได้ส่วนใหญ่มาจากการขุดทอง แร่ธาตุต่างๆ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 60 จากรายได้ทั้งหมด และการเกษตรคิดเป็นร้อยละ 24

ปาปัวนิวกินีมีศักยภาพในการเป็นแหล่งวัตถุดิบที่สำคัญของภาคอุตสาหกรรมไทย เป็นตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคของไทย และมีภูมิศาสตร์ซึ่งสามารถเป็นประตูของไทยไปสู่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคแปซิฟิกใต้ได้ โดยสินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ ข้าว เหล็ก รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ เสื้อผ้าสำเร็จรูป ผ้าผืน เม็ดพลาสติก สำหรับสินค้านำเข้าที่สำคัญของไทยได้แก่ สัตว์น้ำสด (แช่เย็นและแช่แข็ง) พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช ไม้ซุง ไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์

ปาปัวนิวกินีมีศักยภาพในการเป็นแหล่งวัตถุดิบที่สำคัญของภาคอุตสาหกรรมไทย เป็นตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคของไทย และมีภูมิศาสตร์ซึ่งสามารถเป็นประตูของไทยไปสู่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคแปซิฟิกใต้ได้ โดยสินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ ข้าว เหล็ก รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ เสื้อผ้าสำเร็จรูป ผ้าผืน เม็ดพลาสติก สำหรับสินค้านำเข้าที่สำคัญของไทยได้แก่ สัตว์น้ำสด (แช่เย็นและแช่แข็ง) พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช ไม้ซุง ไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

ปาปัวนิวกินีมีรายได้ประชาชาติต่อหัวราว 2,600 ดอลลาร์สหรัฐฯ และอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจประมาณร้อยละ 8.9 ซึ่งรัฐบาลปาปัวนิวกินีสามารถควบคุมสถานะทางการคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีอัตราเงินเฟ้อต่ำ อัตราแลกเปลี่ยนมีเสถียรภาพ เศรษฐกิจได้รับผลดีจากผลผลิตเหมืองแร่ที่เพิ่มขึ้น และราคาสินค้าส่งออกเพิ่มสูงขึ้นได้แก่ ทอง น้ำมันดิบ ทองแท่ง

นอกจากนี้รัฐบาลได้พยายามดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ขยายการส่งออก แสวงหาความร่วมมือกับประเทศในเอเชีย และมีบทบาทนำในกลุ่มประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก และการลงนามความตกลงทางการค้ากับนิวซีแลนด์ทำให้ปาปัวนิวกินีส่งออกสินค้าเกษตร เช่น มะพร้าว เผือก ขิง ไปยังตลาดนิวซีแลนด์ได้ ทั้งยังได้รับโควตาการส่งออกปลาทูน่าไปยังตลาด EU เพิ่มขึ้น

โดยประเทศคู่ค้าที่สำคัญของปาปัวนิวกินีคือ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา เยอรมนี สิงคโปร์ ซึ่งในด้านของการส่งออกและนำเข้านั้น ออสเตรเลียเป็นตลาดสำคัญ คิดเป็นร้อยละ 30 และ 50 ของทั้งหมดการค้ากับออสเตรเลีย รวมมูลค่าการค้าทั้งหมดกว่า 2,400 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และรายได้ส่วนใหญ่มาจากการขุดทอง แร่ธาตุต่างๆ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 60 จากรายได้ทั้งหมด และการเกษตรคิดเป็นร้อยละ 24

ปาปัวนิวกินีมีศักยภาพในการเป็นแหล่งวัตถุดิบที่สำคัญของภาคอุตสาหกรรมไทย เป็นตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคของไทย และมีภูมิศาสตร์ซึ่งสามารถเป็นประตูของไทยไปสู่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคแปซิฟิกใต้ได้ โดยสินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ ข้าว เหล็ก รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ เสื้อผ้าสำเร็จรูป ผ้าผืน เม็ดพลาสติก สำหรับสินค้านำเข้าที่สำคัญของไทยได้แก่ สัตว์น้ำสด (แช่เย็นและแช่แข็ง) พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช ไม้ซุง ไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์

ปาปัวนิวกินีมีศักยภาพในการเป็นแหล่งวัตถุดิบที่สำคัญของภาคอุตสาหกรรมไทย เป็นตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคของไทย และมีภูมิศาสตร์ซึ่งสามารถเป็นประตูของไทยไปสู่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคแปซิฟิกใต้ได้ โดยสินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ ข้าว เหล็ก รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ เสื้อผ้าสำเร็จรูป ผ้าผืน เม็ดพลาสติก สำหรับสินค้านำเข้าที่สำคัญของไทยได้แก่ สัตว์น้ำสด (แช่เย็นและแช่แข็ง) พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช ไม้ซุง ไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

การลงทุนเปิดธุรกิจในประเทศปาปัวนิวกินี ต้องมีการลงทะเบียนชื่อธุรกิจเหมือนทั่วไปในหลายประเทศแยกตามธุรกิจ ซึ่งอาจจะต้องขอใบอนุญาตจากคนละกระทรวง อย่างไรก็ดี ทางรัฐบาลมีนโยบายลดการถือหุ้น และการเข้าแทรกแซงธุรกิจหลายประเภท เพื่อให้เป็นของเอกชนอย่างแท้จริง

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

ด้านประมง

รัฐบาลมีนโยบายที่จะทบทวนอุตสาหกรรมการประมงและกำหนดนโยบายที่แน่นอน โดยกระตุ้นให้มีการขยายกองเรือประมงของชาวปาปัวนิวกินี และจำกัดเรือประมงต่างชาติที่จะเข้ามาทำประมงในน่านน้ำปาปัวนิวกินี เนื่องจากบริษัทประมงต่างชาติมีรายรับจากการทำประมงถึงปีละ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่รัฐบาลปาปัวนิวกินีได้รับภาษีเพียงปีละ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น

รัฐบาลมีนโยบายที่จะทบทวนอุตสาหกรรมการประมงและกำหนดนโยบายที่แน่นอน โดยกระตุ้นให้มีการขยายกองเรือประมงของชาวปาปัวนิวกินี และจำกัดเรือประมงต่างชาติที่จะเข้ามาทำประมงในน่านน้ำปาปัวนิวกินี เนื่องจากบริษัทประมงต่างชาติมีรายรับจากการทำประมงถึงปีละ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่รัฐบาลปาปัวนิวกินีได้รับภาษีเพียงปีละ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น

เหมืองแร่

รายได้จากการทำเหมืองแร่ โดยเฉพาะทองคำ ทองแดง และน้ำมันดิบ จะยังเป็นรายได้หลักของรัฐบาลปาปัวนิวกินี โดยรัฐบาลจะนำรายได้ดังกล่าวไปใช้ในการพัฒนาการผลิตทางการเกษตร และการลงทุนในระยะยาวของประเทศ

รัฐบาลปัจจุบันซึ่งเน้นการส่งเสริมธุรกิจเอกชน และส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศทั้งในด้านการเกษตร อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว เพื่อนำรายได้เข้าประเทศ มีการปรับเปลี่ยนกฎหมายใหม่ที่สำคัญเพื่อสนับสนุนนักลงทุนจากต่างประเทศ ดังนี้

  • นโยบายสนับสนุนเงินทุนจากต่างประเทศในการทำธุรกิจในประเทศ
  • นโยบายส่งเสริมการสร้างหลักประกันสำหรับนักลงทุนระหว่างประเทศ
  • การปรับปรุงการเก็บภาษี และขยายการลดหย่อนภาษีในธุรกิจบางประเภท

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

ด้านประมง

รัฐบาลมีนโยบายที่จะทบทวนอุตสาหกรรมการประมงและกำหนดนโยบายที่แน่นอน โดยกระตุ้นให้มีการขยายกองเรือประมงของชาวปาปัวนิวกินี และจำกัดเรือประมงต่างชาติที่จะเข้ามาทำประมงในน่านน้ำปาปัวนิวกินี เนื่องจากบริษัทประมงต่างชาติมีรายรับจากการทำประมงถึงปีละ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่รัฐบาลปาปัวนิวกินีได้รับภาษีเพียงปีละ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น

รัฐบาลมีนโยบายที่จะทบทวนอุตสาหกรรมการประมงและกำหนดนโยบายที่แน่นอน โดยกระตุ้นให้มีการขยายกองเรือประมงของชาวปาปัวนิวกินี และจำกัดเรือประมงต่างชาติที่จะเข้ามาทำประมงในน่านน้ำปาปัวนิวกินี เนื่องจากบริษัทประมงต่างชาติมีรายรับจากการทำประมงถึงปีละ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่รัฐบาลปาปัวนิวกินีได้รับภาษีเพียงปีละ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น

เหมืองแร่

รายได้จากการทำเหมืองแร่ โดยเฉพาะทองคำ ทองแดง และน้ำมันดิบ จะยังเป็นรายได้หลักของรัฐบาลปาปัวนิวกินี โดยรัฐบาลจะนำรายได้ดังกล่าวไปใช้ในการพัฒนาการผลิตทางการเกษตร และการลงทุนในระยะยาวของประเทศ

รัฐบาลปัจจุบันซึ่งเน้นการส่งเสริมธุรกิจเอกชน และส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศทั้งในด้านการเกษตร อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว เพื่อนำรายได้เข้าประเทศ มีการปรับเปลี่ยนกฎหมายใหม่ที่สำคัญเพื่อสนับสนุนนักลงทุนจากต่างประเทศ ดังนี้

  • นโยบายสนับสนุนเงินทุนจากต่างประเทศในการทำธุรกิจในประเทศ
  • นโยบายส่งเสริมการสร้างหลักประกันสำหรับนักลงทุนระหว่างประเทศ
  • การปรับปรุงการเก็บภาษี และขยายการลดหย่อนภาษีในธุรกิจบางประเภท

สิทธิประโยชน์

ปาปัวนิวกินีเป็นประเทศที่ได้รับสิทธิกับประเทศคู่ค้ามากมาย เช่น ตามข้อตกลง SPARTECA ปาปัวนิวกินีสามารถส่งสินค้าออกไปยังออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้โดยไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า และความร่วมมือทวิภาคีกับทางออสเตรเลีย (PATCRA) ทำให้สินค้าส่งออกไม่ถูกเก็บภาษีนำเข้า เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ปาปัวนิวกินียังไม่ให้สิทธิประโยชน์ทางการค้าและการลงทุนกับประเทศอื่นมากนัก

โดยกับประเทศไทยนั้นเป็นเพียงการทำความตกลง เช่น

  • ความตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน
  • ความตกลงเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
  • ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการ
  • ความตกลงว่าด้วยระบบการค้าแบบหักบัญชี

ประเด็นท้าทายในการทำธุรกิจ

  • สินค้าบางชนิดมีการผูกขาดในตลาดสูง โดยเฉพาะกับออสเตรเลีย
  • การติดต่อและการแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายต้องระมัดระวังเพราะเป็นธุรกิจของคนพื้นเมือง ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีเงินทุนเพียงพอ และขาดความชำนาญทางการค้า
  • สถานการณ์ภายในประเทศปาปัวนิวกินียังไม่น่าไว้วางใจ ทำให้ไม่เป็นที่ดึงดูดนักลงทุน
  • ประเทศยังขาดสาธารณูปโภคที่ดีเพื่อจะรองรับการทำธุรกิจ

    

สาระน่ารู้

  • สหภาพการค้าแห่งนอร์เวย์ (The Norwegian Confederation of Trade Unions (LO)) – เป็นองค์กรคนงานที่ใหญ่ที่สุดและมีอิทธิพลมากที่สุดในนอร์เวย์
  • One Galle Face is Colombo's first internationally developed integrated lifestyle destination that makes living, working, entertainment and hospitality possible all in one location. Hong Kong's leisure entity Shanri-La Hotels and Resorts foresees the completion of this project by 2018 with a hefty investment of over US$ 600 million. The twin towers will be used for residence, which consist of 50 floors each, 16 penthouses and 8 duplex and simplex units. The target market is expatriates, international investors and the expanding population of Sri Lanka.
  • Following the tremendous success of the Exhibition 2018 and the 36th Annual Sessions, which took place at the Bandaranaike Memorial International Conference Hall in Colombo from February 22 to 25 earlier this year, the SLIA is proud to prsent  the next edition in a superior manner.<br />
    <br />
    Save the date :February 20th to 24th, 2019
  • The Institution of Engineers, Sri Lanka is the successor to the ‘Engineering Association of Ceylon’, which was founded in 1906. In 1968, the Institution of Engineers, Sri Lanka was made an incorporated body of the government, by an Act of Parliament. The IESL being the Apex body for engineering professionals in Sri Lanka, having a membership of more than 20,000, is called upon to represent the profession at many national forums and contribute to national development. By virtue of agreements it has entered into with the International Engineers’ Alliance (IEA) for mutual recognition of competencies, members assessed to have such competencies by IESL are eligible to practice engineering in the member countries including Japan, Australia, United Kingdom, Singapore, Pakistan, India, USA, Canada and South Korea.<br />
    <br />
    IESL with the Vision to be among the leading professional institutions of engineering and technology in the world, has Missioned Techno Sri Lanka’s for “Bringing out and Unleashing the Country’s Multi – Disciplinary Engineering Talents, to Drive Sri Lanka into Technological Excellence for Revolutionary Uplifting of Peoples’ Living Conditions and Prosperity”. Engineers are driven by passion to look beyond the regular, push borders and create the impossible. This is also reflective of the fact that Engineers over centuries are really innovators, who think beyond the realm and invent solutions for mankind, ahead of their time. That’s what engineering is all about and it’s the reason Engineers will always be the ingenious inventors and imaginative innovators throughout time.<br />
    <br />
    The flagship event of IESL, Techno Sri Lanka, since its inception in 1985 has grown to be the largest and the only engineering and technology exhibition held annually in Colombo. Techno, living up to its standards, has provided the means for uplifting peoples’ living conditions and has become an ideal venue for industry professionals, business heads, technologists and keen public to come together on a single global platform.<br />
    <br />
    The world is changing; engineers are in the forefront of this change. Expectations are very high in today’s society. However, the Planet’s resources are fast depleting and engineers have to be smart and innovative to achieve high goals with very low resource consumption. Technology should reach the masses and make them do things differently, as doing ‘business as usual’ will not leave a healthy planet for our children and grandchildren. We need ‘sustainable technologies’ that will revolutionize the day-to-day activities, such as mobile technology, nanotechnology, household solar PV technology and perhaps other inventions and breakthroughs to satisfy the society’s expectations and still not be blamed by our future generations for not leaving them a livable Planet Earth.<br />
    <br />
    Considering these facts, Techno Sri Lanka has redefined its Theme for the year 2018, aiming to fulfill the expectations of all stakeholders.
  • 01. - 03. November 2018 | Trade fair for hotels, hospitality, tourism and food businesses<br />
    <br />
    The Hotel, Hospitality & Food Asia in Sri Lanka has been designed by the dynamic development of the hotel and catering industry and the tourism and food companies to take account of South Asia. She is a specifically targeted at this sector business-to-business event. This exhibition is communication and information platform in the industry and provides the exhibiting companies the opportunity to present to an audience of experts here. Visitors can find information here thoroughly and comprehensively about the latest developments, trends, products and services in various fields. HHF Sri Lanka is the leading marketplace for regional networking and distribution, as well as a new basis for the procurement of products. The program will be held a culinary competition and other live features.<br />
    <br />
    The Hotel Hospitality & Food Asia will take place on 3 days from Thursday, 01. November to Saturday, 03. November 2018 in Colombo.
  • Infotel theme will be Towards a Digital Economy, is aligning with national priorities of enhancing the digital infrastructure of the country for facilitating a digitally empowered ecosystem while improving the Citizens’ engagement in a digital society.




เอกสารอ้างอิง

ดาวน์โหลด

ติดต่อหน่วยงาน

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา
111 Empire Circuit Yarralumla ACT 2600 Australia
Tel: 02 6206 0100
Fax: 02 6206 0123
Email : thaican@mfa.go.th
Website: http://canberra.thaiembassy.org

ประเทศ / เขตเศรษฐกิจพิเศษ
ในภูมิภาคเดียวกัน