เยอรมนี

สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (Federal Republic of Germany Bundesrepublik Deutschland) เป็นประเทศที่มีทำเลที่ตั้งเหมาะสม อยู่กึ่งกลางทวีปยุโรป มีโครงสร้างการคมนาคมการสื่อสารทีดีมาก สามารถเป็นประตูการค้าไปสู่ประเทศต่างๆ ในยุโรปตะวันออกได้อย่างดี ทั้งยังเป็นประเทศที่มีเสรี อนุญาตให้ทำการค้าและการลงทุนในสาขาต่างๆ ได้โดยไม่มีข้อจำกัดโดยเฉพาะใดๆ สำหรับชาวต่างชาติ กฎ ข้อบังคับและระเบียบต่างๆ จะต้องถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเช่นเดียวกับคนเยอรมัน แต่เนื่องจากระเบียบเข้มงวดรัดกุมมาก และส่วนใหญ่ยังใช้ภาษาเยอรมันเพื่อการสื่อสาร จึงเป็นข้อจำกัดสำคัญที่ทำให้การค้าการลงทุนและการดำเนินการต่างๆ ไม่สะดวกเท่าที่ควร

โดยที่ผ่านมายังคงมีการก่อตั้งกิจการจำนวนมากขึ้นโดยส่วนใหญ่เป็นธุรกิจการให้บริการ ซึ่งปัจจุบันกิจการประเภทนี้มีส่วนแบ่งประมาณร้อยละ 70 ของจำนวนผู้ประกอบการทั้งสิ้นในเยอรมนี หรือประมาณกว่า 2 ล้านกิจการ สำหรับธุรกิจอื่นๆ ที่ยังคงสามารถก่อตั้งดำเนินการในเยอรมนีได้ อาทิ กิจการด้านสุขภาพ เสริมความงามการขนส่ง การท่องเที่ยว เป็นต้น

ข้อมูลทั่วไป

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

ประเทศเยอรมนีตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของทวีปยุโรป มีพื้นที่ประมาณ 357,021 ตารางกิโลเมตร ทิศเหนือจรดเดนมาร์ก ทะเลบอลติก และทะเลเหนือ ทิศใต้จรดสวิตเซอร์แลนด์และออสเตรีย ทิศตะวันออกจรดสาธารณรัฐเช็กและโปแลนด์ ทิศตะวันตกจรดเนเธอร์แลนด์ เบลเยียม ลักเซมเบิร์ก และฝรั่งเศส เมืองหลวงคือกรุงเบอร์ลิน

ภูมิอากาศในเยอรมนีมีหลายแบบ โดยบริเวณชายฝั่งจะมีอากาศอบอุ่นในฤดูร้อนและหนาวเย็นปานกลางในฤดูหนาว ในขณะที่บริเวณภาคพื้นทวีปมีอากาศร้อนในฤดูร้อนและหนาวเย็นในฤดูหนาว โดยฤดูร้อนช่วงมิถุนายน-สิงหาคม อุณหภูมิประมาณ 18-30 °C ฤดูใบไม้ร่วงช่วงกันยายน-พฤศจิกายน จะเริ่มหนาว มีฝนตก ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีสัน ฤดูหนาวช่วงธันวาคม-กุมภาพันธ์ อุณหภูมิประมาณ 5 ถึง -5 °C มีหิมะ และฤดูใบไม้ผลิช่วงมีนาคม-พฤษภาคม อากาศจะอบอุ่น ต้นไม้เริ่มผลิใบอ่อน

ประชากร

81.9 ล้านคน (ไทย 67.6 ล้านคน)

การเมืองการปกครอง

มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบสหพันธรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุข และนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล ประกอบไปด้วย 16 รัฐ 13 มลรัฐ โดยแต่ละรัฐมีการปกครองและรัฐบาลของตนเอง ฝ่ายนิติบัญญัติของเยอรมนีประกอบด้วย 2 สภา ได้แก่ สภาผู้แทนราษฎร มีสมาชิก 620 คน และสภามลรัฐ มีสมาชิก 69 คน ทั้งนี้ ระบบการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรมี 2 ระบบ คือ ระบบแบ่งเขต และระบบสัดส่วน สมาชิกสภาผู้แทนฯ ที่ได้รับเลือกตั้งจากระบบแบ่งแขต 299 คน จาก 299 เขตเลือกตั้ง

หลังจากนั้นผู้ที่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อของพรรคที่ได้คะแนนเสียงมากกว่าร้อยละ 5 หรือมีสมาชิกสภาผู้แทนฯ ระบบแบ่งเขตอย่างน้อย 3 คนจะได้รับการเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนฯ อีกอย่างน้อย 299 คน เพื่อให้สัดส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนฯ ในแต่ละรัฐเป็นไปตามสัดส่วนของคะแนนเสียงของแต่ละพรรค ส่วนสมาชิกสภามลรัฐจะได้รับการมอบหมายจากรัฐบาลของแต่ละรัฐโดยมีจำนวนแตกต่างกันตามสัดส่วนของประชากร แต่สมาชิกของแต่ละรัฐจะต้องออกเสียงไปในทิศทางเดียวกัน

ภาษา

เยอรมัน

ศาสนา

โปรเตสแตนท์ (ร้อยละ 31) โรมันคาทอลิก (ร้อยละ 31) มุสลิม (ร้อยละ 4) อื่นๆ หรือไม่มีศาสนา (ร้อยละ 34)

สกุลเงิน

1ยูโร เท่ากับ 38.03 บาท (ณ วันที่ 21 มีนาคม 2556)

ข้อมูลทั่วไปประเทศเยอรมนี

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

ประเทศเยอรมนีตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของทวีปยุโรป มีพื้นที่ประมาณ 357,021 ตารางกิโลเมตร ทิศเหนือจรดเดนมาร์ก ทะเลบอลติก และทะเลเหนือ ทิศใต้จรดสวิตเซอร์แลนด์และออสเตรีย ทิศตะวันออกจรดสาธารณรัฐเช็กและโปแลนด์ ทิศตะวันตกจรดเนเธอร์แลนด์ เบลเยียม ลักเซมเบิร์ก และฝรั่งเศส เมืองหลวงคือกรุงเบอร์ลิน

ภูมิอากาศในเยอรมนีมีหลายแบบ โดยบริเวณชายฝั่งจะมีอากาศอบอุ่นในฤดูร้อนและหนาวเย็นปานกลางในฤดูหนาว ในขณะที่บริเวณภาคพื้นทวีปมีอากาศร้อนในฤดูร้อนและหนาวเย็นในฤดูหนาว โดยฤดูร้อนช่วงมิถุนายน-สิงหาคม อุณหภูมิประมาณ 18-30 °C ฤดูใบไม้ร่วงช่วงกันยายน-พฤศจิกายน จะเริ่มหนาว มีฝนตก ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีสัน ฤดูหนาวช่วงธันวาคม-กุมภาพันธ์ อุณหภูมิประมาณ 5 ถึง -5 °C มีหิมะ และฤดูใบไม้ผลิช่วงมีนาคม-พฤษภาคม อากาศจะอบอุ่น ต้นไม้เริ่มผลิใบอ่อน

ประชากร

81.9 ล้านคน (ไทย 67.6 ล้านคน)

การเมืองการปกครอง

มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบสหพันธรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุข และนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล ประกอบไปด้วย 16 รัฐ 13 มลรัฐ โดยแต่ละรัฐมีการปกครองและรัฐบาลของตนเอง ฝ่ายนิติบัญญัติของเยอรมนีประกอบด้วย 2 สภา ได้แก่ สภาผู้แทนราษฎร มีสมาชิก 620 คน และสภามลรัฐ มีสมาชิก 69 คน ทั้งนี้ ระบบการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรมี 2 ระบบ คือ ระบบแบ่งเขต และระบบสัดส่วน สมาชิกสภาผู้แทนฯ ที่ได้รับเลือกตั้งจากระบบแบ่งแขต 299 คน จาก 299 เขตเลือกตั้ง

หลังจากนั้นผู้ที่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อของพรรคที่ได้คะแนนเสียงมากกว่าร้อยละ 5 หรือมีสมาชิกสภาผู้แทนฯ ระบบแบ่งเขตอย่างน้อย 3 คนจะได้รับการเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนฯ อีกอย่างน้อย 299 คน เพื่อให้สัดส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนฯ ในแต่ละรัฐเป็นไปตามสัดส่วนของคะแนนเสียงของแต่ละพรรค ส่วนสมาชิกสภามลรัฐจะได้รับการมอบหมายจากรัฐบาลของแต่ละรัฐโดยมีจำนวนแตกต่างกันตามสัดส่วนของประชากร แต่สมาชิกของแต่ละรัฐจะต้องออกเสียงไปในทิศทางเดียวกัน

ภาษา

เยอรมัน

ศาสนา

โปรเตสแตนท์ (ร้อยละ 31) โรมันคาทอลิก (ร้อยละ 31) มุสลิม (ร้อยละ 4) อื่นๆ หรือไม่มีศาสนา (ร้อยละ 34)

สกุลเงิน

1ยูโร เท่ากับ 38.03 บาท (ณ วันที่ 21 มีนาคม 2556)

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

เยอรมนีมีระบบเศรษฐกิจแบบตลาดเสรีที่ให้ความสำคัญกับมิติด้านสังคม เป็นประเทศอุตสาหกรรมที่มีบทบาททางเศรษฐกิจที่สำคัญและขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของโลก (รองจากสหรัฐฯ จีน และญี่ปุ่น) และเป็นผู้ส่งออกใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของโลก (รองจากจีนและสหรัฐอเมริกา) เยอรมนีเป็นฐานการผลิตของสินค้าเชิงอุตสาหกรรมหนักจากบริษัทขนาดกลางที่มักมีราคาแพง แต่มีมาตรฐานเชิงคุณภาพสูง อาทิ รถยนต์ เครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้า และเคมีภัณฑ์ นอกจากนี้ ในปี 2554 เยอรมนีได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันโดย International Institute for Management Development (IMD) เป็นอันดับที่ 10 ของโลก และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศอยู่ที่ 2.645 ล้านล้านยูโร หรือประมาณ 3.404 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ร้อยละ 0.7 มูลค่าการส่งออก 1.097 ล้านล้านยูโร ส่วนมูลค่าการนำเข้าอยู่ที่ 0.909 ล้านล้านยูโร

เยอรมนีเป็นคู่ค้าลำดับที่ 15 ของไทย โดยเป็นคู่ค้าอันดับที่ 1 ของไทยจากสหภาพยุโรป มูลค่าการค้ารวม 9,585 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยไทยส่งออกมูลค่า 3,609 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นำเข้ามูลค่า 5,976 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไทยเสียเปรียบดุลการค้ามูลค่า 2,367 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้าสำคัญที่ไทยส่งออกไปเยอรมนี ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องนุ่งห่ม รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ก๊อก วาวล์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล ส่วนสินค้านำเข้าที่สำคัญของไทยจากเยอรมนี ได้แก่ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การแพทย์ รถยนต์นั่ง ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม แผงวงจรไฟฟ้า

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

- ระเบียบมาตรฐานการออกแบบสินค้าที่ใช้พลังงานต้องติดฉลาก EuP (Directive on Eco–design Requirements for Energy–using Products) มีสาระสำคัญคือ สินค้า EuP คือสินค้าที่ใช้พลังงานทุกประเภท ทั้งพลังงานไฟฟ้า พลังงานจาก fossil และพลังงานประเภท renewable fuels รวมถึงชิ้นส่วนของสินค้าที่จำหน่ายเป็นอะไหล่ ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในครัวเรือนและสำนักงาน ที่ผลิตและจำหน่ายได้ในตลาดสหภาพยุโรป ต้องประทับตรา CE หรือเป็นสินค้าที่ใช้มาตรฐานร่วมของสหภาพยุโรป หรือได้รับฉลากแสดงว่าเป็นสินค้าที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม หรือ Eco–lable ของสหภาพยุโรปเท่านั้น

- ตรา CE เป็นสัญญลักษณ์รับรองคุณภาพสินค้าตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของผู้บริโภค ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ไม่เป็นการทำลายสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ของเด็กเล่น เครื่องจักรกล อุปกรณ์ก่อสร้าง อุปกรณ์ใช้แก๊ส เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น

- สินค้าใดเป็นต้นเหตุก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้บริโภคด้านสุขภาพอนามัยของผู้ใช้หรือสิ่งแวดล้อม ผู้ผลิตสินค้าต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นในวงเงินไม่เกิน 100 ล้านยูโร หากเป็นสินค้านำเข้าต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้านั้น ยกเว้นสินค้าเกษตรที่ยังไม่ได้แปรสภาพ

- กำหนดให้มีการนำวัสดุบรรจุสินค้า หีบห่อต่างๆ กลับมาใช้ใหม่ในอัตราสูงกว่าร้อยละ 50

- ผู้ประกอบการควรเปิดบัญชีธนาคารในเยอรมนีโดยการเปิดบัญชีผู้ประกอบการต้องยื่น Passport และหนังสือรับรองจากสำนักงานเขต พร้อมทั้งใบจดทะเบียนบริษัทกับทางธนาคาร

- ประเทศเยอรมนีไม่มีการจำกัดจำนวนการโอนเงินเข้า-ออกของเงินลงทุน ยกเว้นการโอนเงินมากกว่า 12,500 ยูโร จะต้องแจ้งให้ธนาคารกลางเยอรมันทราบเพื่อเก็บเป็นสถิติ อีกทั้งผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศเยอรมนีและบริษัทในเยอรมนีจะต้องแจ้งให้ธนาคารกลางทราบว่ามีบัญชีธนาคารในประเทศอื่นๆ เพื่อเก็บเป็นสถิติเช่นกัน

- การขนย้ายสินค้าและเครื่องจักรภายในประเทศในกลุ่ม EU สามารถทำได้โดยไม่ต้องเสียภาษีใดๆ แต่การนำเข้าสินค้าจากประเทศนอก EU นั้นจะต้องเสียภาษีตามระบบ TARIC-System

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

- ระเบียบมาตรฐานการออกแบบสินค้าที่ใช้พลังงานต้องติดฉลาก EuP (Directive on Eco–design Requirements for Energy–using Products) มีสาระสำคัญคือ สินค้า EuP คือสินค้าที่ใช้พลังงานทุกประเภท ทั้งพลังงานไฟฟ้า พลังงานจาก fossil และพลังงานประเภท renewable fuels รวมถึงชิ้นส่วนของสินค้าที่จำหน่ายเป็นอะไหล่ ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในครัวเรือนและสำนักงาน ที่ผลิตและจำหน่ายได้ในตลาดสหภาพยุโรป ต้องประทับตรา CE หรือเป็นสินค้าที่ใช้มาตรฐานร่วมของสหภาพยุโรป หรือได้รับฉลากแสดงว่าเป็นสินค้าที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม หรือ Eco–lable ของสหภาพยุโรปเท่านั้น

- ตรา CE เป็นสัญญลักษณ์รับรองคุณภาพสินค้าตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของผู้บริโภค ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ไม่เป็นการทำลายสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ของเด็กเล่น เครื่องจักรกล อุปกรณ์ก่อสร้าง อุปกรณ์ใช้แก๊ส เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น

- สินค้าใดเป็นต้นเหตุก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้บริโภคด้านสุขภาพอนามัยของผู้ใช้หรือสิ่งแวดล้อม ผู้ผลิตสินค้าต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นในวงเงินไม่เกิน 100 ล้านยูโร หากเป็นสินค้านำเข้าต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้านั้น ยกเว้นสินค้าเกษตรที่ยังไม่ได้แปรสภาพ

- กำหนดให้มีการนำวัสดุบรรจุสินค้า หีบห่อต่างๆ กลับมาใช้ใหม่ในอัตราสูงกว่าร้อยละ 50

- ผู้ประกอบการควรเปิดบัญชีธนาคารในเยอรมนีโดยการเปิดบัญชีผู้ประกอบการต้องยื่น Passport และหนังสือรับรองจากสำนักงานเขต พร้อมทั้งใบจดทะเบียนบริษัทกับทางธนาคาร

- ประเทศเยอรมนีไม่มีการจำกัดจำนวนการโอนเงินเข้า-ออกของเงินลงทุน ยกเว้นการโอนเงินมากกว่า 12,500 ยูโร จะต้องแจ้งให้ธนาคารกลางเยอรมันทราบเพื่อเก็บเป็นสถิติ อีกทั้งผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศเยอรมนีและบริษัทในเยอรมนีจะต้องแจ้งให้ธนาคารกลางทราบว่ามีบัญชีธนาคารในประเทศอื่นๆ เพื่อเก็บเป็นสถิติเช่นกัน

- การขนย้ายสินค้าและเครื่องจักรภายในประเทศในกลุ่ม EU สามารถทำได้โดยไม่ต้องเสียภาษีใดๆ แต่การนำเข้าสินค้าจากประเทศนอก EU นั้นจะต้องเสียภาษีตามระบบ TARIC-System

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

เยอรมนีเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบธุรกิจดำเนินกิจการต่างๆ ได้อย่างเสรี มีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน สนับสนุนให้มีการแข่งขันมากที่สุดและอย่างยุติธรรม ส่วนใหญ่จะไม่มีข้อห้าม ข้อกำหนดกีดกันใดๆ เมื่อเป็นการกระทำที่ถูกต้องตามกฎเกณฑ์ของสากลโลก และไม่ขัดต่อกฎระเบียบแห่งรัฐธรรมนูญ และกฎหมายต่างๆ ที่ใช้กฎเกณฑ์ของสากลเป็นข้อกำหนด ไม่เห็นด้วยกับการเอารัดเอาเปรียบหรือเป็นการกระทำที่ปราศจากมนุษยธรรม และยังเป็นผู้นำในด้านการปกป้องอนุรักษ์ธรรมชาติสงวนทรัพยากรธรรมชาติ และหลีกเลี่ยงการทำลายสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

สิทธิประโยชน์

  • การที่ประเทศไทยมีฐานะทางเศรษฐกิจดีเพิ่มมากขึ้น รายได้เฉลี่ยต่อประชากรสูงเกินกว่าที่กำหนดไว้ จึงทำให้ส่วนใหญ่ของสินค้านำเข้าจากไทยไม่ได้รับสิทธิพิเศษ ตั้งแต่เดือนเมษายน 2547 เป็นต้นมา ได้แก่ สิ่งทอ เสื้อผ้าสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์พลาสติก เครื่องประดับ เครื่องไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ รองเท้า เครื่องหนัง
  • ตามโครงการ GSP สินค้าของไทยได้รับสิทธิพิเศษ สินค้าในโควตาเสียภาษีนำเข้าต่ำกว่าอัตราปกติ อาทิ ไก่แปรรูป ข้าว กุ้งแช่แข็ง มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์

ประเด็นท้าทายในการทำธุรกิจ

  • การลงทุนในประเทศเยอรมนีมีค่าใช้จ่ายสูง ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางหรือขนาดเล็กมี เงินทุนไม่เพียงพอที่จะขยายกิจการมายังประเทศเยอรมนีได้
  • การลงทุนในสาขาต่างๆ ได้โดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ สำหรับชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ จะต้องถือปฏิบัติเช่นเดียวกันอย่างเคร่งครัดเหมือนคนเยอรมัน แต่เนื่องจากระเบียบข้อบังคับเข้มงวดและรัดกุมมาก และส่วนใหญ่จะใช้ภาษาเยอรมันเพื่อการสื่อสาร ทำให้การค้าการลงทุนและการดำเนินการต่างๆ ไม่สะดวกเท่าที่ควร
  • ค่าจ้างแรงงานในประเทศเยอรมนีมีอัตราสูงเมื่อเทียบกับค่าจ้างแรงงานในประเทศไทย ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น

ข่าวเศรษฐกิจ / เรื่องเด่น / ข่าวประชาสัมพันธ์ในศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี

  • สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลินประชาสัมพันธ์ฯ งาน Energy Storage Europe 2018 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 13 - 15 มีนาคม 2561 ณ เมืองดึสเซ็ลดอร์ฟ เยอรมนี โดยสมาคมอุตสาหกรรมการเก็บพลังงานเยอรมัน  เพื่อเป็นแสดงสินค้าและนวัตกรรมลักษณะ B2B ด้านการเก็บพลังงาน (energy storage) ที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่งโลก
  • เมื่อต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น รัฐบาลเยอรมนีเริ่มออกมาตรการกระตุ้นให้คนซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นตั้งแต่ปี 2559 ในขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์ของเยอรมนีเร่งพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์โลกในอนาคต
  •           Adlershof Science Park เป็นอุทยานวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมต้นแบบชั้นนำของประเทศเยอรมนี ที่เป็นศูนย์รวมของหน่วยงานด้านวิจัยและนวัตกรรม ได้แก่ ที่มีทั้งศูนย์เทคโนโลยีและศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ (Incubator) กว่า 90 แห่งกระจายไปตามสาขาต่าง ๆ สถาบันวิจัยมากมายทั้งที่ไม่ใช่มหาลัยและสถาบันในระดับมหาวิทยาลัย เช่น Humboldt University รวมแล้วกว่า 20 แห่ง และบริษัทต่าง ๆ มากกว่า 1,000 แห่ง ในนิคมอุตสาหกรรมย่อย ๆ กว่า 16 โครงการ โดยมีบริษัทเกี่ยวกับเทคโนโลยีขั้นสูง 460 แห่ง มีพนักงานทั้งหมด 16,000 คน <br />
              Adlershof เป็นนิคมวิจัยที่มีสิ่งแวดล้อม (eco-system) ที่เหมาะสมสำหรับเอกชนในการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อตอบสนองความต้องการของบริษัทเอกชน สอดคล้องกับหลักการที่ว่า อุทยานวิทยาศาสตร์ควรประกอบด้วยองค์ประกอบสามส่วนในการสร้างนวัตกรรม (innovation triple helix) ได้แก่ 1. บริษัทเอกชน ซึ่งเป็นที่มาของแหล่งเงินทุนแอละโจทย์การวิจัย 2. สถาบันวิจัย ซึ่งเป็นแหล่งที่มาขององค์ความรู้และการวิจัยประยุกต์ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัย เช่น ห้องแล็บ และ 3. สถาบันการศึกษา ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของการวิจัยขั้นพื้นฐานและเป็นผู้สร้างนักวิจัยที่มีคุณภาพ <br />
              ด้วยเหตุนี้ Adlershof จึงประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการสร้างนวัตกรรมที่เอกชนสามารนำไปสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้ และสามารถขยายโครงสร้างองค์การอย่างต่อเนื่อง โดยในปัจจุบันมีส่วนให้บริการมากมาย ศูนย์บริการหลักๆ ได้แก่ ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ (incubator) ที่ให้บริการผู้ประกอบการ หรือ บริษัทตั้งแต่ ด้านการจัดเตรียมเอกสาร ใบอนุญาต ด้านการตลาด และการส่งต่อเทคโนโลยี ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีดิจิทัลในSMEs และ ศูนย์วิจัยข้อมูลทางสถิติ <br />
    หัวใจของ Adlershof คือ ศูนย์วิจัยในสาขาต่าง ๆ ได้แก่  ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวภาพและสิ่งแวดล้อม ศูนย์วิจัย Photonics and Optics ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและมัลติมีเดีย ศูนย์วิจัย Microsystems and Materials และศูนย์วิจัยเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy)<br />
               การทำงานของ Adlershof  เริ่มตั้งแต่การปูรากฐานการทำวิจัย การทํางานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานวิจัยและบริษัทผู้ผลิต เพื่อปรับปรุง และพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้กลายเป็นนวัตกรรมที่สามารถนำมาใช้งานได้จริง และสามารถนำไปสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ ประกอบกับการมีเครือข่ายที่กว้างขวาง Adlershof จึงช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจของบริษัทในการพบปะกับบริษัทชั้นนำมากมาย<br />
               ลักษณะสำคัญของ Adlershof  คือ  <br />
               1.    การที่รัฐบาลริเริ่มโครงการแล้วส่งต่อให้ภาคเอกชนเป็นผู้บริหารจัดการ ด้วยแนวทางการบริหารแบบเอกชนนี้เอง ปัจจุบันมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นภายใน Adlershof กว่า 70% ของรายได้ต่อปีกว่า 2 พันล้านยูโร จึงมาจากภาคเอกชน<br />
               2.    จุดมุ่งหมายในการทำการวิจัย คือ เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ใช้การได้มากกว่าหารายได้จากแหล่งอื่น ๆ ไม่เน้นการสร้างงานวิจัยเพื่อผลงานทางวิชาการ แต่ไม่นำมาปรับใช้ หรือที่เรียกว่า ขึ้นหิ้ง<br />
               3.     การสร้างเครือข่ายจากจุดแข็งของกรุงเบอร์ลิน ในการเป็นศูนย์บ่มเพาะธุรกิจสำหรับ Start-ups ที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 1 ของโลก <br />
               4.    มุ่งแสวงหาผู้ประกอบการรายใหม่ (“incubees”) เพื่อนำมาบ่มเพาะกับเทคโนโลยี และร่วมมือกับ บริษัท ขนาดใหญ่ที่อาจมีการแตกหน่อทางธุรกิจใหม่ ๆ<br />
               จากการเยี่ยมศึกษาดูงานที่ Adlershof ของ ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2560 ฝ่ายไทยได้เล็งเห็นถึงโอกาสที่จะเรียนรู้ประสบการณ์จาก Adlershof รวมทังขยายความร่วมมือระหว่าง Adlershof กับอุทยานวิทยาศาสตร์ของไทย ทั้งด้าโดยเฉพาะด้าน การวางระบบศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเพื่อให้ผู้ประกอบการเข้มแข็งและมีการลงทุนด้าน R & D อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลทางธุรกิจมากที่สุด และการศึกษาโครงสร้างเครือข่าย R & D ของ Adlershof ให้แก่ผู้ประกอบการตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ที่ไทยสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ทั้งกับผู้ประกอบการระดับ high-tech หรือ mid-tech ได้ <br />
  • สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมัน 2 คน ได้แก่ Dr. Christina Schmidt-Holtmann ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนี และนาย Lutz Haase ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร FTWK ซึ่งเป็น start-up ด้านบริการสุขภาพที่ประสบความสำเร็จ เดินทางเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 18 – 24 กันยายน 2560 เพื่อขยายหุ้นส่วนด้านเศรษฐกิจดิจิทัลระหว่างไทยกับเยอรมนี และร่วมเป็นวิทยากรในงานสัมมนา Green and Innovative Economy ซึ่งในปีนี้ จัดในหัวข้อ Digital Agenda ของเยอรมนีกับโอกาสทางธุรกิจของไทย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร
  • สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ Train the Trainer ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 19-24 มีนาคม 2559 ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ แก่คณะผู้บริหารและครูอาชีวะจากวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยเทคนิคทั่วประเทศไทย ตามโครงการต่อยอดความร่วมมืออาชีวศึกษาไทย-เยอรมัน ประจำปี 2559 โดยผู้เชี่ยวชาญเยอรมันจากสถาบัน IRATEC เพื่อต่อยอดการถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศในการพัฒนาทักษะแรงงานคุณภาพและการบริหารจัดการระบบอาชีวศึกษาทวิภาคี โดยชมการสาธิตและลงมือปฏิบัติจริงตามหัวข้อต่างๆ และเยี่ยมชมศูนย์ฝึกงานของบริษัทเยอรมันด้วย<br />
    <br />
    ในโอกาสที่ พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เดินทางเยือนกรุงเบอร์ลิน เพื่อเข้าร่วมการประชุม Berlin Energy Transition Dialogue เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2559 รัฐมนตรีฯ ในฐานะอดีตสมาชิก สนช. คณะกรรมาธิการด้านการศึกษาและการกีฬา จึงได้ให้คณะครูอาชีวะ ที่เข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการ Train the Trainer ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 19-24 มีนาคม 2559 ที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน เข้าพบและให้โอวาทแก่คณะ โดยกล่าวว่า รัฐบาลได้ตั้งเป้าปฏิรูปอาชีวศึกษา เพื่อให้ประชาชนมีรายได้ มีงานทำ มีศักดิ์ศรีและมีคุณค่าในสังคม อาชีวศึกษาและพลังงานทดแทนเป็นเรื่องที่ไม่สามารถหลีกหนีกันได้ จึงขอให้ทุกคนมุ่งมั่นพัฒนาตนเอง ปัจจุบัน นโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ การตั้งนิคมอุตสาหกรรม และส่งเสริมการลงทุนในสาขาต่างๆ ในหลายจังหวัด จะช่วยให้มีการจ้างงานอีกมาก หากไทยมีบุคลากรคุณภาพ จะสามารถพัฒนาเป็นประเทศต้นน้ำและปลายน้ำที่ดีได้ ในช่วงท้าย เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้บรรยายสรุปกิจกรรมที่ผ่านมาของสถานเอกอัครราชทูตฯ และแนวทางความร่วมมือไทย-เยอรมันในอนาคต โดยเฉพาะการจัดทำหลักสูตรการฝึกงานของนักศึกษา และหลักสูตรการพัฒนาครูฝึก/ครูช่างในสถานประกอบการ


    

สาระน่ารู้

  • One Galle Face is Colombo's first internationally developed integrated lifestyle destination that makes living, working, entertainment and hospitality possible all in one location. Hong Kong's leisure entity Shanri-La Hotels and Resorts foresees the completion of this project by 2018 with a hefty investment of over US$ 600 million. The twin towers will be used for residence, which consist of 50 floors each, 16 penthouses and 8 duplex and simplex units. The target market is expatriates, international investors and the expanding population of Sri Lanka.
  • Following the tremendous success of the Exhibition 2018 and the 36th Annual Sessions, which took place at the Bandaranaike Memorial International Conference Hall in Colombo from February 22 to 25 earlier this year, the SLIA is proud to prsent  the next edition in a superior manner.<br />
    <br />
    Save the date :February 20th to 24th, 2019
  • The Institution of Engineers, Sri Lanka is the successor to the ‘Engineering Association of Ceylon’, which was founded in 1906. In 1968, the Institution of Engineers, Sri Lanka was made an incorporated body of the government, by an Act of Parliament. The IESL being the Apex body for engineering professionals in Sri Lanka, having a membership of more than 20,000, is called upon to represent the profession at many national forums and contribute to national development. By virtue of agreements it has entered into with the International Engineers’ Alliance (IEA) for mutual recognition of competencies, members assessed to have such competencies by IESL are eligible to practice engineering in the member countries including Japan, Australia, United Kingdom, Singapore, Pakistan, India, USA, Canada and South Korea.<br />
    <br />
    IESL with the Vision to be among the leading professional institutions of engineering and technology in the world, has Missioned Techno Sri Lanka’s for “Bringing out and Unleashing the Country’s Multi – Disciplinary Engineering Talents, to Drive Sri Lanka into Technological Excellence for Revolutionary Uplifting of Peoples’ Living Conditions and Prosperity”. Engineers are driven by passion to look beyond the regular, push borders and create the impossible. This is also reflective of the fact that Engineers over centuries are really innovators, who think beyond the realm and invent solutions for mankind, ahead of their time. That’s what engineering is all about and it’s the reason Engineers will always be the ingenious inventors and imaginative innovators throughout time.<br />
    <br />
    The flagship event of IESL, Techno Sri Lanka, since its inception in 1985 has grown to be the largest and the only engineering and technology exhibition held annually in Colombo. Techno, living up to its standards, has provided the means for uplifting peoples’ living conditions and has become an ideal venue for industry professionals, business heads, technologists and keen public to come together on a single global platform.<br />
    <br />
    The world is changing; engineers are in the forefront of this change. Expectations are very high in today’s society. However, the Planet’s resources are fast depleting and engineers have to be smart and innovative to achieve high goals with very low resource consumption. Technology should reach the masses and make them do things differently, as doing ‘business as usual’ will not leave a healthy planet for our children and grandchildren. We need ‘sustainable technologies’ that will revolutionize the day-to-day activities, such as mobile technology, nanotechnology, household solar PV technology and perhaps other inventions and breakthroughs to satisfy the society’s expectations and still not be blamed by our future generations for not leaving them a livable Planet Earth.<br />
    <br />
    Considering these facts, Techno Sri Lanka has redefined its Theme for the year 2018, aiming to fulfill the expectations of all stakeholders.
  • 01. - 03. November 2018 | Trade fair for hotels, hospitality, tourism and food businesses<br />
    <br />
    The Hotel, Hospitality & Food Asia in Sri Lanka has been designed by the dynamic development of the hotel and catering industry and the tourism and food companies to take account of South Asia. She is a specifically targeted at this sector business-to-business event. This exhibition is communication and information platform in the industry and provides the exhibiting companies the opportunity to present to an audience of experts here. Visitors can find information here thoroughly and comprehensively about the latest developments, trends, products and services in various fields. HHF Sri Lanka is the leading marketplace for regional networking and distribution, as well as a new basis for the procurement of products. The program will be held a culinary competition and other live features.<br />
    <br />
    The Hotel Hospitality & Food Asia will take place on 3 days from Thursday, 01. November to Saturday, 03. November 2018 in Colombo.
  • Infotel theme will be Towards a Digital Economy, is aligning with national priorities of enhancing the digital infrastructure of the country for facilitating a digitally empowered ecosystem while improving the Citizens’ engagement in a digital society.
  • The Western Region MegapolisDevelopment Plan, also called Western Region Megapolis Planning Project(WRMPP), is a urban planning, zoning and development project aimed at creating a Megapolis in the Western Province of Sri Lanka by 2030 , which would help address the issues of waste management, traffic congestion, slums and environmental pollution. This project is intended to build a Megacity that matches other well-known economic hubs such as Dubai,Singapore,Seoul and Tokyo. For more information, please visit <a class="txttohtmllink" href="http://www.megapolis.gov.lk/">http://www.megapolis.gov.lk/</a>




เอกสารอ้างอิง

ดาวน์โหลด

ติดต่อหน่วยงาน

European Union - EU
สหภาพยุโรป

เป็นการรวมกลุ่มระหว่างประเทศ ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมแบบเหนือรัฐ (supranational) ที่ใหญ่ที่สุดและก้าวหน้าที่สุดในโลก โดยปัจจุบันมีสมาชิก 27 ประเทศ ทั้งนี้ ในปี 2554 สหภาพยุโรปถือเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับที่ 4 ของไทย
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์
876 Chaussee de Waterloo, 1000, Brussels, Belgium
Tel: (+32) 2 629 0035
Website : www2.thaieurope.net