ศรีลังกา

ศรีลังกา (Sri Lanka) เป็นประเทศที่มีชื่อด้านสินค้าและการส่งออกจำพวกชา กาแฟ มะพร้าว ไม้สัก ยาง และอบเชย รวมถึงอุตสาหกรรมเกี่ยวกับการเพาะปลูกที่เก่าแก่ที่สุดในเอเชีย นั่นก็คือ ชาซีลอน ที่ถือกันว่าดีที่สุดตราบจนทุกวันนี้ นอกจากนี้ ศรีลังกายังมีความงามทางธรรมชาติของป่าไม้เขตร้อน ชายหาด และภูมิทัศน์ที่สวยงาม อีกทั้งมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า ทำให้ศรีลังกาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมระดับโลก ซึ่งก็ได้รับการออกเสียงให้เป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 เมื่อปี 2553 จากนิตยสารเนชันแนลจีโอกราฟิก นอกจากนั้น ด้วยความที่มีเสถียรภาพทางการเมือง ศรีลังกา จึงเป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมในการประกอบธุรกิจ เนื่องจากกฎหมายมีความโปร่งใสและเอื้อต่อธุรกิจ

ข้อมูลทั่วไป

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

ศรีลังกา เป็นเกาะที่ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย มีพื้นที่ทั้งหมด 65,610 ตารางกิโลเมตร ระยะทางที่ยาวที่สุดตั้งแต่เหนือจรดใต้คือ 432 กิโลเมตร และความกว้างที่มากที่สุดจากตะวันตกจรดตะวันออกคือ 224 กิโลเมตร มีแนวชายฝั่งทะเลยาวประมาณ 1,300 กิโลเมตร ตลอดจนภูเขาในเขตภาคกลางซึ่งสูงกว่า 6,000 ฟุต ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลูกคลื่น มีภูเขาสูง ส่วนตัวเกาะมีพรมแดนทางทะเลทิศตะวันตกเฉียงเหนือติดกับอินเดีย

สภาพอากาศเขตพื้นที่ราบลุ่มจะอยู่ที่ 27 องศาเซลเซียส ในพื้นที่ราบสูงอากาศจะเย็น ช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม จะมีลมมรสุมทางตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดพาฝนมาด้วย นอกจากนี้จะมีฝนตกชุกในช่วงมรสุม ซึ่งมี 2 ช่วง คือมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือในเดือนตุลาคม-มกราคม ทำให้เกิดฝนตกในภาคตะวันตกภาคใต้ และภาคกลางของประเทศ และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม ทำให้ฝนตกในภาคเหนือและตะวันออกของประเทศ

ประชากร

ศรีลังกามีประชากรประมาณ 20.87 ล้านคน ประกอบด้วยชาวสิงหล 74 % ชาวทมิฬ 18 % ประชากรมุสลิม (แขกมัวร์และชาวมาเลย์) 7 % และอื่น ๆ 1 % โดยมีประชากรกลุ่มอายุ 15-64 ปีเกือบ 13.5 ล้านคน

การเมืองการปกครอง

การปกครองของศรีลังกา เป็นระบอบประชาธิปไตย โดยมีประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงมาดำรงตำแหน่ง 6 ปี มีฐานะเป็นประมุขของประเทศและหัวหน้ารัฐบาล เป็นผู้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี และมีอำนาจถอดถอนนายก รัฐมนตรีและรัฐมนตรี ส่วนการปกครองท้องถิ่นแบ่งออกเป็น 24 เขตการปกครอง แต่ละเขตปกครองโดยผู้ว่าราชการ (Governor) ที่มาจากการแต่งตั้ง และแต่ละเขตมีสภาการพัฒนา (Development Council) ซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน

ภาษา

ภาษาราชการที่ใช้ในศรีลังกา คือ ภาษาสิงหล ขณะที่ภาษาอังกฤษเป็นภาษาสื่อสารตามรัฐธรรมนูญ ภาษาอังกฤษถูกใช้โดยทั่วไปในภาครัฐ และเอกสาร ตลอดจนในกิจกรรมทางการค้า ขณะที่คนส่วนใหญ่เข้าใจภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะคนในระดับบริหารจะมีความเชี่ยวชาญภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี

ศาสนา

ชาวศรีลังกาส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาท 70 % ศาสนาฮินดู 15 % ศาสนาคริสต์ 8 % และศาสนาอิสลาม 7 %

สกุลเงิน

สกุลเงินของศรีลังกาเรียกว่า “รูปีศรีลังกา” ใช้ตัวย่อว่า LKR โดยปัจจุบันมีอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 1 รูปีศรีลังกา เท่ากับ 0.23 บาท (สถานะ ณ มีนาคม 2556)

โครงสร้างพื้นฐาน

สำหรับโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ อย่างเช่น บริการการสื่อสาร ระบบไฟฟ้า การขนส่ง และระบบประปาที่มีอยู่ในศรีลังกา ได้รับการบันทึกว่ามีคุณภาพที่น่าพึงพอใจ ประเทศได้เสนอบริการในการสื่อสารหลายรูปแบบ เช่น บริการไปรษณีย์แบบดั้งเดิม โทรศัพท์บ้าน และเคลื่อนที่ และบริการเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ในส่วนของการขนส่ง ศรีลังกาได้จัดให้มีระบบถนนที่ขยายเพิ่มขึ้น และยังมีโครงการพัฒนาถนนเส้นใหม่อีกหลายโครงการที่กำลังดำเนินการอยู่ วิธีการขนส่งอื่นๆ เช่น ระบบรางรถไฟ ท่าเรือ และการขนส่งทางอากาศ นอกจากนั้น ศรีลังกายังจัดเตรียมน้ำดื่มที่ปลอดภัย และระบบสุขอนามัยให้กับประชาชนที่ต้องการในระยะกลาง

ข้อมูลทั่วไปประเทศศรีลังกา

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

ศรีลังกา เป็นเกาะที่ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย มีพื้นที่ทั้งหมด 65,610 ตารางกิโลเมตร ระยะทางที่ยาวที่สุดตั้งแต่เหนือจรดใต้คือ 432 กิโลเมตร และความกว้างที่มากที่สุดจากตะวันตกจรดตะวันออกคือ 224 กิโลเมตร มีแนวชายฝั่งทะเลยาวประมาณ 1,300 กิโลเมตร ตลอดจนภูเขาในเขตภาคกลางซึ่งสูงกว่า 6,000 ฟุต ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลูกคลื่น มีภูเขาสูง ส่วนตัวเกาะมีพรมแดนทางทะเลทิศตะวันตกเฉียงเหนือติดกับอินเดีย

สภาพอากาศเขตพื้นที่ราบลุ่มจะอยู่ที่ 27 องศาเซลเซียส ในพื้นที่ราบสูงอากาศจะเย็น ช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม จะมีลมมรสุมทางตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดพาฝนมาด้วย นอกจากนี้จะมีฝนตกชุกในช่วงมรสุม ซึ่งมี 2 ช่วง คือมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือในเดือนตุลาคม-มกราคม ทำให้เกิดฝนตกในภาคตะวันตกภาคใต้ และภาคกลางของประเทศ และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม ทำให้ฝนตกในภาคเหนือและตะวันออกของประเทศ

ประชากร

ศรีลังกามีประชากรประมาณ 20.87 ล้านคน ประกอบด้วยชาวสิงหล 74 % ชาวทมิฬ 18 % ประชากรมุสลิม (แขกมัวร์และชาวมาเลย์) 7 % และอื่น ๆ 1 % โดยมีประชากรกลุ่มอายุ 15-64 ปีเกือบ 13.5 ล้านคน

การเมืองการปกครอง

การปกครองของศรีลังกา เป็นระบอบประชาธิปไตย โดยมีประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงมาดำรงตำแหน่ง 6 ปี มีฐานะเป็นประมุขของประเทศและหัวหน้ารัฐบาล เป็นผู้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี และมีอำนาจถอดถอนนายก รัฐมนตรีและรัฐมนตรี ส่วนการปกครองท้องถิ่นแบ่งออกเป็น 24 เขตการปกครอง แต่ละเขตปกครองโดยผู้ว่าราชการ (Governor) ที่มาจากการแต่งตั้ง และแต่ละเขตมีสภาการพัฒนา (Development Council) ซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน

ภาษา

ภาษาราชการที่ใช้ในศรีลังกา คือ ภาษาสิงหล ขณะที่ภาษาอังกฤษเป็นภาษาสื่อสารตามรัฐธรรมนูญ ภาษาอังกฤษถูกใช้โดยทั่วไปในภาครัฐ และเอกสาร ตลอดจนในกิจกรรมทางการค้า ขณะที่คนส่วนใหญ่เข้าใจภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะคนในระดับบริหารจะมีความเชี่ยวชาญภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี

ศาสนา

ชาวศรีลังกาส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาท 70 % ศาสนาฮินดู 15 % ศาสนาคริสต์ 8 % และศาสนาอิสลาม 7 %

สกุลเงิน

สกุลเงินของศรีลังกาเรียกว่า “รูปีศรีลังกา” ใช้ตัวย่อว่า LKR โดยปัจจุบันมีอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 1 รูปีศรีลังกา เท่ากับ 0.23 บาท (สถานะ ณ มีนาคม 2556)

โครงสร้างพื้นฐาน

สำหรับโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ อย่างเช่น บริการการสื่อสาร ระบบไฟฟ้า การขนส่ง และระบบประปาที่มีอยู่ในศรีลังกา ได้รับการบันทึกว่ามีคุณภาพที่น่าพึงพอใจ ประเทศได้เสนอบริการในการสื่อสารหลายรูปแบบ เช่น บริการไปรษณีย์แบบดั้งเดิม โทรศัพท์บ้าน และเคลื่อนที่ และบริการเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ในส่วนของการขนส่ง ศรีลังกาได้จัดให้มีระบบถนนที่ขยายเพิ่มขึ้น และยังมีโครงการพัฒนาถนนเส้นใหม่อีกหลายโครงการที่กำลังดำเนินการอยู่ วิธีการขนส่งอื่นๆ เช่น ระบบรางรถไฟ ท่าเรือ และการขนส่งทางอากาศ นอกจากนั้น ศรีลังกายังจัดเตรียมน้ำดื่มที่ปลอดภัย และระบบสุขอนามัยให้กับประชาชนที่ต้องการในระยะกลาง

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

ข้อมูลเศรษฐกิจการค้า

ศรีลังกา มีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ 5.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีรายได้ประชาชาติต่อหัว 5,582 ดอลลาร์สหรัฐฯ มีสินค้าส่งออกหลักประกอบด้วย เครื่องแต่งกาย ชา ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องเพชรพลอย อัญมณี ปิโตรเลียมกลั่นและมะพร้าว โดยตลาดส่งออกที่สำคัญของศรีลังกา ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และอินเดีย ส่วนสินค้านำเข้าหลักของศรีลังกา คือ น้ำมัน ข้าวสาลีและน้ำตาล วัตถุดิบสิ่งทอ สินค้าอุปโภคบริโภค ปิโตรเลียม และวัตถุดิบในการลงทุนต่างๆ

ในส่วนของการค้าระหว่างไทยกับศรีลังกา ไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้ามากกว่า โดยสินค้าสำคัญที่ไทยส่งออกไปขายศรีลังกา ได้แก่ ปูนซีเมนต์ ผ้าผืน ปลาแห้ง เม็ดพลาสติก และน้ำตาลทราย ในขณะที่สินค้าที่ไทยนำเข้าจากศรีลังกา คือ อัญมณี เงินแท่งและทองคำ ผลิตภัณฑ์โลหะ ผ้าผืน และ เสื้อผ้าสำเร็จรูป

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

นักลงทุนต่างชาติต้องได้รับการอนุมัติผ่านคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (Board of Investment -- BOI) และต้องจดทะเบียนต่อ Registrar of Companies เพื่อเป็นนิติบุคคลในศรีลังกา (คนต่างชาติบุคคลธรรมดาไม่สามารถจัดตั้งธุรกิจได้) ซึ่งอาจจัดตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนที่มีหุ้นส่วนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปก็ได้ โดยการลงทุนในทุกโครงการต้องมีเงินทุนขั้นต่ำอย่างน้อย 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ยกเว้นกรณีต่อไปนี้

  1. การลงทุนเพื่อการส่งออกภายใต้การส่งเสริมของ BOI ต้องมีเงินทุนขั้นต่ำอย่างน้อย 12.5 ล้านรูปี
  2. การลงทุนในธุรกิจปิโตรเลียม การผลิตพลังงาน การพัฒนาทางด่วน ท่าเรือ สนามบิน รถไฟ น้ำประปา ขนส่งมวลชน เกษตรกรรมและการแปรรูปเกษตร และโครงการอื่นที่ได้รับอนุมัติจาก Ministry of Finance ตองมีการลงทุนขั้นต่ำ 12.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  3. การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในการผลิตพลังงาน การส่ง และการจ่าย การพัฒนาทางด่วน ท่าเรือ สนามบิน รถไฟ น้ำ การสร้าง Industrial Parks และโครงสร้างพื้นฐานอื่นที่ได้รับอนุมัติจาก BOI ต้องมีการลงทุนขั้นต่ำ 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

รัฐบาลศรีลังกาอยู่ระหว่างการส่งเสริมให้มีการลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้นภายหลังจากที่สถานการณ์ภายในประเทศสงบลง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (Board of Investment -- BOI) ของศรีลังกามีมาตรการส่งเสริมการลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ยกเว้นภาษี 3-15 ปี ยกเว้นภาษีนำเข้าวัตถุดิบ เป็นต้น ทั้งนี้ ภาคธุรกิจที่เป็นเป้าหมายในการส่งเสริมการลงทุน ได้แก่ สิ่งทอ ซอฟท์แวร์ อัญมณีและเครื่องประดับ การท่องเที่ยว และยางพารา

สิทธิประโยชน์

การเข้าไปลงทุนในศรีลังกา นักธุรกิจไทยสามารถใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลากร หรือ GSP (Generalized System of Preferences) เพื่อเป็นฐานผลิตและกระจายสินค้าไปยังฝั่งยุโรปได้ แถมยังมีค่าแรงที่ต่ำกว่าเมืองไทย ขณะเดียวกันรัฐบาลศรีลังกายังเอื้อประโยชน์ และสร้างแรงจูงใจแก่นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจให้สามารถถือหุ้นได้ 100 % ในทุกสาขา บวกกับทำเลของประเทศเป็นเมืองท่าที่สำคัญ จึงเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ และยุโรปได้อย่างสะดวก

สิทธิประโยชน์แก่นักลงทุน

  1. ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลตั้งแต่ปีแรกถึงปีที่ 3 คิดในอัตรา 10 % และตั้งแต่ 4 ปีขึ้นไป 20 %
  2. หักลดภาษีสำหรับรายจ่ายค่าฝึกอบรมการใช้คอมพิวเตอร์ได้เต็มจำนวน
  3. ลดวงเงินยกเว้นภาษีนำเข้าสำหรับการนำเข้าเครื่องจักรเพื่อการผลิตเหลือ 4 ล้านรูปี จากเดิม 10 ล้านรูปี และเหลือ 1 ล้านรูปี จากเดิม 2.5 ล้านรูปี
  4. การลดหย่อนภาษีศุลกากรสำหรับการซื้ออุปกรณ์และเครื่องจักรการผลิต วัสดุก่อสร้างและตึก โดยใช้ฐานคำนวณ 75 % ของยอดเงินลงทุนขากการจัดซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ ทั้งนี้ต้องมีเงินลงทุนไม่น้อยกว่า 250 ล้านรูปี หรือ 2.42 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สำหรับการลงทุนนอกเขตที่กำหนด ให้หักค่าเสื่อมราคาเครื่องจักรและเครื่องมือต่างๆ ได้ 50% ในเวลา 2 ปี จากเดิมที่เคยกำหนดไว้ 33.3 % ในเวลา 3 ปี

สิทธิประโยชน์

การเข้าไปลงทุนในศรีลังกา นักธุรกิจไทยสามารถใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลากร หรือ GSP (Generalized System of Preferences) เพื่อเป็นฐานผลิตและกระจายสินค้าไปยังฝั่งยุโรปได้ แถมยังมีค่าแรงที่ต่ำกว่าเมืองไทย ขณะเดียวกันรัฐบาลศรีลังกายังเอื้อประโยชน์ และสร้างแรงจูงใจแก่นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจให้สามารถถือหุ้นได้ 100 % ในทุกสาขา บวกกับทำเลของประเทศเป็นเมืองท่าที่สำคัญ จึงเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ และยุโรปได้อย่างสะดวก

สิทธิประโยชน์แก่นักลงทุน

  1. ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลตั้งแต่ปีแรกถึงปีที่ 3 คิดในอัตรา 10 % และตั้งแต่ 4 ปีขึ้นไป 20 %
  2. หักลดภาษีสำหรับรายจ่ายค่าฝึกอบรมการใช้คอมพิวเตอร์ได้เต็มจำนวน
  3. ลดวงเงินยกเว้นภาษีนำเข้าสำหรับการนำเข้าเครื่องจักรเพื่อการผลิตเหลือ 4 ล้านรูปี จากเดิม 10 ล้านรูปี และเหลือ 1 ล้านรูปี จากเดิม 2.5 ล้านรูปี
  4. การลดหย่อนภาษีศุลกากรสำหรับการซื้ออุปกรณ์และเครื่องจักรการผลิต วัสดุก่อสร้างและตึก โดยใช้ฐานคำนวณ 75 % ของยอดเงินลงทุนขากการจัดซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ ทั้งนี้ต้องมีเงินลงทุนไม่น้อยกว่า 250 ล้านรูปี หรือ 2.42 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สำหรับการลงทุนนอกเขตที่กำหนด ให้หักค่าเสื่อมราคาเครื่องจักรและเครื่องมือต่างๆ ได้ 50% ในเวลา 2 ปี จากเดิมที่เคยกำหนดไว้ 33.3 % ในเวลา 3 ปี

ประเด็นท้าทายในการทำธุรกิจ

สำหรับอุปสรรคทางการค้าและการลงทุนในศรีลังกา สามารถจำแนกเป็นข้อๆ ได้ดังนี้

  1. ศรีลังกาเป็นตลาดขนาดเล็ก อำนาจซื้อต่ำ ข้อมูลด้านการค้าการลงทุนยังมีไม่เพียงพอ ทำให้นักธุรกิจสองฝ่ายยังขาดข้อมูลที่จะเอื้อประโยชน์ในการขยายการค้าระหว่างกัน นอกจากนี้ ปัญหาความไม่สงบภายในประเทศยังเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้นักธุรกิจไทยไม่ต้องการเข้าไปติดต่อค้าขายในศรีลังกา
  2. แม้ปัญหาความไม่สงบภายในจะยุติลงเมื่อต้นปี 2545 แต่ก็ยังมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตอยู่บ้าง
  3. โครงสร้างสินค้าส่งออกหลายชนิดคล้ายคลึงกับไทย ทำให้พ่อค้าผู้ส่งออกไทยไม่ค่อยให้ความสนใจตลาดศรีลังกาเท่าที่ควร
  4. ยังไม่มีความตกลงทางการค้าระหว่างกัน จึงทำให้ไม่มีการเจรจาทวิภาคีเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือต่างๆ เช่นในการแก้ปัญหาการค้า อย่างไรก็ตาม มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วม (JC) ไทย-ศรีลังกา และคณะอนุกรรมการด้านการค้า (Sub-Committee on Trade Related Matters) เพื่อเป็นเวทีในการเจรจาหารือเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การค้า การเมือง และสังคม ระหว่างกัน รวมทั้งแนวทางการขยายการค้า การลดหรือขจัดอุปสรรคทางการค้า ตลอดจนการแก้ไขปัญหาทางการค้าระหว่างกัน

ประเด็นท้าทายในการทำธุรกิจ

สำหรับอุปสรรคทางการค้าและการลงทุนในศรีลังกา สามารถจำแนกเป็นข้อๆ ได้ดังนี้

  1. ศรีลังกาเป็นตลาดขนาดเล็ก อำนาจซื้อต่ำ ข้อมูลด้านการค้าการลงทุนยังมีไม่เพียงพอ ทำให้นักธุรกิจสองฝ่ายยังขาดข้อมูลที่จะเอื้อประโยชน์ในการขยายการค้าระหว่างกัน นอกจากนี้ ปัญหาความไม่สงบภายในประเทศยังเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้นักธุรกิจไทยไม่ต้องการเข้าไปติดต่อค้าขายในศรีลังกา
  2. แม้ปัญหาความไม่สงบภายในจะยุติลงเมื่อต้นปี 2545 แต่ก็ยังมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตอยู่บ้าง
  3. โครงสร้างสินค้าส่งออกหลายชนิดคล้ายคลึงกับไทย ทำให้พ่อค้าผู้ส่งออกไทยไม่ค่อยให้ความสนใจตลาดศรีลังกาเท่าที่ควร
  4. ยังไม่มีความตกลงทางการค้าระหว่างกัน จึงทำให้ไม่มีการเจรจาทวิภาคีเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือต่างๆ เช่นในการแก้ปัญหาการค้า อย่างไรก็ตาม มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วม (JC) ไทย-ศรีลังกา และคณะอนุกรรมการด้านการค้า (Sub-Committee on Trade Related Matters) เพื่อเป็นเวทีในการเจรจาหารือเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การค้า การเมือง และสังคม ระหว่างกัน รวมทั้งแนวทางการขยายการค้า การลดหรือขจัดอุปสรรคทางการค้า ตลอดจนการแก้ไขปัญหาทางการค้าระหว่างกัน

ข่าวเศรษฐกิจ / เรื่องเด่น / ข่าวประชาสัมพันธ์ในศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา

  • The Sri Lankan government launched The National Export Strategy (NES) as a part of the Sri Lankan government strategy to achieve its Vision 2025, which sets the objective of transitioning its economy to an export-led more vibrant country with a knowledge based, highly competitive, social marker economy and a regional economic hub of high value exports at the center of the Indian Ocean.
  • The Sri Lanka Thailand Business Council (SLTBC) signed a Memorandum of Understanding with the   Chamber of Commerce and Board of Trade of Thailand (BOT) in  Bangkok in February 2019. Mr. Kalin Sarasin, Chairman of the Chamber of Commerce and Board of Trade of Thailand, and Mr. Rizan Nazeer, President of the Sri Lanka Thailand Business Council, signed the MOU in the presence of Mrs. Kshenuka Seneviratne, Ambassador of Sri Lanka to Thailand, and Mrs. Chulamanee Chartsuwan, Ambassador of Thailand to Sri Lanka, with the presence of Thai Board of Trade members and SLTBC executive members.<br />
    The BOT  was  established in 1933 to act as a coordinator between the Government and private sector to promote trade and protect the interests of the country. SLTBC was established 22 years ago as the focal point for the Sri Lankan businessmen to promote trade, investments and tourism between Thailand and Sri Lanka. It is affiliated to federation of chambers of commerce and industry of Sri Lanka ( FCCISL) and  an incorporated body with more than 100 active corporate members.<br />
    At present Thailand is Sri Lanka’s 36th export destination and 9th largest import destination. This MOU is expected to further strengthen the trade between two countries. <br />
    <br />
  • The Lotus Tower (Colombo Lotus Tower) is a tower under construction with a height of 350 meters, located in Colombo, Sri Lanka. When completed, the tower will be the tallest building in South Asia. The lotus-shaped tower will be used for communication, observation and other leisure facilities, with construction costing $104.3 million, funded by EXIM Bank of Peoples' Republic of China. It currently stands at 255 m and is visible throughout Colombo, its suburbs and most major highways.
  • In Sri Lanka, floods, landslides, cyclones, droughts, wind storms, coastal erosion, tsunami, sea surge, and sea level rise are the main natural hazards that generate disasters. These natural disasters have caused loss of life, and enormous damage and destruction to property.
    <br />
  • One Galle Face is Colombo's first internationally developed integrated lifestyle destination that makes living, working, entertainment and hospitality possible all in one location. Hong Kong's leisure entity Shanri-La Hotels and Resorts foresees the completion of this project by 2018 with a hefty investment of over US$ 600 million. The twin towers will be used for residence, which consist of 50 floors each, 16 penthouses and 8 duplex and simplex units. The target market is expatriates, international investors and the expanding population of Sri Lanka.
  • Following the tremendous success of the Exhibition 2018 and the 36th Annual Sessions, which took place at the Bandaranaike Memorial International Conference Hall in Colombo from February 22 to 25 earlier this year, the SLIA is proud to prsent  the next edition in a superior manner.<br />
    <br />
    Save the date :February 20th to 24th, 2019


    

สาระน่ารู้

  • สหภาพการค้าแห่งนอร์เวย์ (The Norwegian Confederation of Trade Unions (LO)) – เป็นองค์กรคนงานที่ใหญ่ที่สุดและมีอิทธิพลมากที่สุดในนอร์เวย์
  • One Galle Face is Colombo's first internationally developed integrated lifestyle destination that makes living, working, entertainment and hospitality possible all in one location. Hong Kong's leisure entity Shanri-La Hotels and Resorts foresees the completion of this project by 2018 with a hefty investment of over US$ 600 million. The twin towers will be used for residence, which consist of 50 floors each, 16 penthouses and 8 duplex and simplex units. The target market is expatriates, international investors and the expanding population of Sri Lanka.
  • Following the tremendous success of the Exhibition 2018 and the 36th Annual Sessions, which took place at the Bandaranaike Memorial International Conference Hall in Colombo from February 22 to 25 earlier this year, the SLIA is proud to prsent  the next edition in a superior manner.<br />
    <br />
    Save the date :February 20th to 24th, 2019
  • The Institution of Engineers, Sri Lanka is the successor to the ‘Engineering Association of Ceylon’, which was founded in 1906. In 1968, the Institution of Engineers, Sri Lanka was made an incorporated body of the government, by an Act of Parliament. The IESL being the Apex body for engineering professionals in Sri Lanka, having a membership of more than 20,000, is called upon to represent the profession at many national forums and contribute to national development. By virtue of agreements it has entered into with the International Engineers’ Alliance (IEA) for mutual recognition of competencies, members assessed to have such competencies by IESL are eligible to practice engineering in the member countries including Japan, Australia, United Kingdom, Singapore, Pakistan, India, USA, Canada and South Korea.<br />
    <br />
    IESL with the Vision to be among the leading professional institutions of engineering and technology in the world, has Missioned Techno Sri Lanka’s for “Bringing out and Unleashing the Country’s Multi – Disciplinary Engineering Talents, to Drive Sri Lanka into Technological Excellence for Revolutionary Uplifting of Peoples’ Living Conditions and Prosperity”. Engineers are driven by passion to look beyond the regular, push borders and create the impossible. This is also reflective of the fact that Engineers over centuries are really innovators, who think beyond the realm and invent solutions for mankind, ahead of their time. That’s what engineering is all about and it’s the reason Engineers will always be the ingenious inventors and imaginative innovators throughout time.<br />
    <br />
    The flagship event of IESL, Techno Sri Lanka, since its inception in 1985 has grown to be the largest and the only engineering and technology exhibition held annually in Colombo. Techno, living up to its standards, has provided the means for uplifting peoples’ living conditions and has become an ideal venue for industry professionals, business heads, technologists and keen public to come together on a single global platform.<br />
    <br />
    The world is changing; engineers are in the forefront of this change. Expectations are very high in today’s society. However, the Planet’s resources are fast depleting and engineers have to be smart and innovative to achieve high goals with very low resource consumption. Technology should reach the masses and make them do things differently, as doing ‘business as usual’ will not leave a healthy planet for our children and grandchildren. We need ‘sustainable technologies’ that will revolutionize the day-to-day activities, such as mobile technology, nanotechnology, household solar PV technology and perhaps other inventions and breakthroughs to satisfy the society’s expectations and still not be blamed by our future generations for not leaving them a livable Planet Earth.<br />
    <br />
    Considering these facts, Techno Sri Lanka has redefined its Theme for the year 2018, aiming to fulfill the expectations of all stakeholders.
  • 01. - 03. November 2018 | Trade fair for hotels, hospitality, tourism and food businesses<br />
    <br />
    The Hotel, Hospitality & Food Asia in Sri Lanka has been designed by the dynamic development of the hotel and catering industry and the tourism and food companies to take account of South Asia. She is a specifically targeted at this sector business-to-business event. This exhibition is communication and information platform in the industry and provides the exhibiting companies the opportunity to present to an audience of experts here. Visitors can find information here thoroughly and comprehensively about the latest developments, trends, products and services in various fields. HHF Sri Lanka is the leading marketplace for regional networking and distribution, as well as a new basis for the procurement of products. The program will be held a culinary competition and other live features.<br />
    <br />
    The Hotel Hospitality & Food Asia will take place on 3 days from Thursday, 01. November to Saturday, 03. November 2018 in Colombo.
  • Infotel theme will be Towards a Digital Economy, is aligning with national priorities of enhancing the digital infrastructure of the country for facilitating a digitally empowered ecosystem while improving the Citizens’ engagement in a digital society.




เอกสารอ้างอิง

ดาวน์โหลด

ติดต่อหน่วยงาน

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคลัมโบ
9th Floor, Green lanka Towers, 46/46 Nawam Mawatha, Colombo 2 Sri Lanka
Tel: (9411) 230-2500-3, 230-4514
Fax: (9411) 230-4511-2
Email: thaicmb@sltnet.lk
Website: www.thaiembassy.org/colombo/