สาธารณรัฐเช็ก

สาธารณรัฐเช็ก (The Czech Republic) เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ใจกลางทวีปยุโรป สามารถเชื่อมโยงไปยังทุกภูมิภาคของยุโรป เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (European Union: EU) และเป็นประเทศที่มีระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจในลำดับต้นของภูมิภาคยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก โดยเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามระดับโลก

ข้อมูลทั่วไป

ข้อมูลทั่วไป

สาธารณรัฐเช็ก (The Czech Republic) เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ใจกลางทวีปยุโรป สามารถเชื่อมโยงไปยังทุกภูมิภาคของยุโรป เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (European Union: EU) และเป็นประเทศที่มีระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจในลำดับต้นของภูมิภาคยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก โดยเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามระดับโลก และยังเป็นประเทศอุตสาหกรรมที่มีความโดดเด่นทั้งในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ได้รับการขนานนามว่า เป็นเยอรมนีแห่งยุโรปตะวันออก

ปัจจุบัน แม้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของเช็กจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากภาวะถดถอยของเศรษฐกิจยุโรปและเศรษฐกิจโลกที่ซบเซา เนื่องจากเช็กเป็นประเทศที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก แต่ก็มีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2556 และจะกลับมาเติบโตอย่างเต็มที่ในช่วง ปี 2557

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

สาธารณรัฐเช็กมีที่ตั้งอยู่ใจกลางทวีปยุโรป โดยมีพรมแดนติดกับเยอรมนี ออสเตรีย สโลวะเกีย และโปแลนด์ อยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่สามารถเป็นประตูเชื่อมต่อได้ทั้งยุโรปกลาง ยุโรปตะวันตก และยุโรปตะวันออก มีพื้นที่ 78,866 ตารางกิโลเมตร ไม่มีทางออกสู่ทะเล

พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง โดยอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 200 เมตร มีเนินเขา แม่น้ำ และทะเลสาบขนาดเล็กกระจายตัวอยู่ทั่วไป

สภาพภูมิอากาศแบ่งเป็น 4 ฤดู โดยมีอุณหภูมิต่ำสุดในฤดูหนาวอยู่ที่ประมาณ -15 องศาเซลเซียส และสูงสุดในฤดูร้อนประมาณ 30 องศาเซลเซียส อุณหภูมิเฉลี่ยโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 15-20 องศาเซลเซียส อากาศค่อนข้างเย็นสบาย มักมีฝนในช่วงฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง

สาธารณรัฐเช็กมีทั้งพื้นที่อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม โดยเป็นประเทศที่มีดินอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การเพาะปลูกพืชหลายชนิด และมีแร่ธาตุที่สำคัญหลายอย่าง เช่น ถ่านหิน และยูเรเนียม

ประชากร

มีประชากร 10.5 ล้านคน โดยมีอัตราการเติบโตของประชากรคิดเป็นร้อยละ -0.15

การเมืองการปกครอง

การปกครองเป็นแบบสาธารณรัฐ โดยใช้รูปแบบประชาธิปไตยแบบมีรัฐสภา มีประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศ และมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล แบ่งเขตการปกครองเป็น 13 เขตกับ 1 นครหลวง (เมืองหลวง)

มีกรุงปราก (Prague หรือ Praha) เป็นเมืองหลวง เป็นศูนย์กลางทั้งทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจ ตั้งอยู่ทางตอนกลางค่อนไปทางเหนือของประเทศ และมีเมืองเบอร์โน (Brno) เป็น เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ และเป็นเมืองเศรษฐกิจอันดับสองด้วยเช่นกัน

สาธารณรัฐเช็กแยกตัวออกจากการเป็นเชโกสโลวะเกียตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2536 และได้เข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2547

ภาษา

ภาษาราชการ คือ ภาษาเช็ก

สำหรับการทำธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่ และในย่านท่องเที่ยว มีการใช้ภาษาอังกฤษ เยอรมัน และรัสเซีย เป็นภาษากลางสำหรับสื่อสาร

ศาสนา

ไม่มีศาสนาประจำชาติ โดยมีผู้ที่ไม่นับถือศาสนาร้อยละ 59 ผู้นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกร้อยละ 26.8 และผู้นับถือศาสนาอื่นๆ ร้อยละ 14.2

สกุลเงิน

แม้สาธารณรัฐเช็กจะเป็นสมาชิก EU แล้ว แต่ยังคงใช้สกุลเงินของตัวเองที่เรียกว่า เช็กโครูนา (CZK หรือ Kč) หรือเช็กคราวน์

1 โครูนา เท่ากับ 1.5-1.64 บาทโดยประมาณ (สถานะ ณ วันที่ 16 พฤศจิกายน 2556)

ข้อมูลทั่วไปประเทศสาธารณรัฐเช็ก

ข้อมูลทั่วไป

สาธารณรัฐเช็ก (The Czech Republic) เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ใจกลางทวีปยุโรป สามารถเชื่อมโยงไปยังทุกภูมิภาคของยุโรป เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (European Union: EU) และเป็นประเทศที่มีระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจในลำดับต้นของภูมิภาคยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก โดยเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามระดับโลก และยังเป็นประเทศอุตสาหกรรมที่มีความโดดเด่นทั้งในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ได้รับการขนานนามว่า เป็นเยอรมนีแห่งยุโรปตะวันออก

ปัจจุบัน แม้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของเช็กจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากภาวะถดถอยของเศรษฐกิจยุโรปและเศรษฐกิจโลกที่ซบเซา เนื่องจากเช็กเป็นประเทศที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก แต่ก็มีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2556 และจะกลับมาเติบโตอย่างเต็มที่ในช่วง ปี 2557

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

สาธารณรัฐเช็กมีที่ตั้งอยู่ใจกลางทวีปยุโรป โดยมีพรมแดนติดกับเยอรมนี ออสเตรีย สโลวะเกีย และโปแลนด์ อยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่สามารถเป็นประตูเชื่อมต่อได้ทั้งยุโรปกลาง ยุโรปตะวันตก และยุโรปตะวันออก มีพื้นที่ 78,866 ตารางกิโลเมตร ไม่มีทางออกสู่ทะเล

พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง โดยอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 200 เมตร มีเนินเขา แม่น้ำ และทะเลสาบขนาดเล็กกระจายตัวอยู่ทั่วไป

สภาพภูมิอากาศแบ่งเป็น 4 ฤดู โดยมีอุณหภูมิต่ำสุดในฤดูหนาวอยู่ที่ประมาณ -15 องศาเซลเซียส และสูงสุดในฤดูร้อนประมาณ 30 องศาเซลเซียส อุณหภูมิเฉลี่ยโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 15-20 องศาเซลเซียส อากาศค่อนข้างเย็นสบาย มักมีฝนในช่วงฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง

สาธารณรัฐเช็กมีทั้งพื้นที่อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม โดยเป็นประเทศที่มีดินอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การเพาะปลูกพืชหลายชนิด และมีแร่ธาตุที่สำคัญหลายอย่าง เช่น ถ่านหิน และยูเรเนียม

ประชากร

มีประชากร 10.5 ล้านคน โดยมีอัตราการเติบโตของประชากรคิดเป็นร้อยละ -0.15

การเมืองการปกครอง

การปกครองเป็นแบบสาธารณรัฐ โดยใช้รูปแบบประชาธิปไตยแบบมีรัฐสภา มีประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศ และมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล แบ่งเขตการปกครองเป็น 13 เขตกับ 1 นครหลวง (เมืองหลวง)

มีกรุงปราก (Prague หรือ Praha) เป็นเมืองหลวง เป็นศูนย์กลางทั้งทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจ ตั้งอยู่ทางตอนกลางค่อนไปทางเหนือของประเทศ และมีเมืองเบอร์โน (Brno) เป็น เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ และเป็นเมืองเศรษฐกิจอันดับสองด้วยเช่นกัน

สาธารณรัฐเช็กแยกตัวออกจากการเป็นเชโกสโลวะเกียตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2536 และได้เข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2547

ภาษา

ภาษาราชการ คือ ภาษาเช็ก

สำหรับการทำธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่ และในย่านท่องเที่ยว มีการใช้ภาษาอังกฤษ เยอรมัน และรัสเซีย เป็นภาษากลางสำหรับสื่อสาร

ศาสนา

ไม่มีศาสนาประจำชาติ โดยมีผู้ที่ไม่นับถือศาสนาร้อยละ 59 ผู้นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกร้อยละ 26.8 และผู้นับถือศาสนาอื่นๆ ร้อยละ 14.2

สกุลเงิน

แม้สาธารณรัฐเช็กจะเป็นสมาชิก EU แล้ว แต่ยังคงใช้สกุลเงินของตัวเองที่เรียกว่า เช็กโครูนา (CZK หรือ Kč) หรือเช็กคราวน์

1 โครูนา เท่ากับ 1.5-1.64 บาทโดยประมาณ (สถานะ ณ วันที่ 16 พฤศจิกายน 2556)

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

สาธารณรัฐเช็กมีระบบการค้าและเศรษฐกิจเปิดแบบตลาดเสรี ได้ผ่านการปฏิรูประบบเศรษฐกิจมาแล้วกว่า 20 ปีและมีกระบวนการการปฏิรูปที่รวดเร็ว เป็นผลให้เศรษฐกิจมีเสถียรภาพ โดยภาคเอกชนเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก มีอัตราการว่างงานค่อนข้างต่ำ และยังมีราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคในระดับที่ไม่สูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในยุโรปตะวันตก ประกอบกับการใช้สกุลเงินของตัวเอง ทำให้สินค้าต่างๆ ที่ผลิตในประเทศมีราคาที่ค่อนข้างถูกกว่า รวมถึงค่าแรงและปัจจัยการผลิตในด้านต่างๆ เมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มยูโรโซน

ในทางเศรษฐกิจ สาธารณรัฐเช็กถือเป็นประเทศอุตสาหกรรม มีการผลิตของอุตสาหกรรม ทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดย่อม โดยอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ การผลิตรถยนต์และรถบรรทุก การผลิตเครื่องจักรกล การผลิตอาหาร และการผลิตคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ

นอกจากนี้ ยังเป็นประเทศที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก โดยคู่ค้าอันดับต้นๆ ของสาธารณรัฐเช็กล้วนเป็นประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เยอรมนี หรือประเทศที่อยู่ในภูมิภาค อย่างไรก็ดี จากวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในยุโรป ทำให้สาธารณรัฐเช็กตระหนักดีว่า ควรส่งเสริมการค้ากับประเทศ นอกภูมิภาคยุโรปด้วย เพื่อสร้างความสมดุลให้กับเศรษฐกิจของเช็ก ซึ่งภูมิภาคที่สนใจคือ เอเชีย รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ขณะนี้ มาตรการทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลเช็กนำมาปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจเริ่มเห็นผลเป็นลำดับ โดยประสบความสำเร็จในการลดสัดส่วนการพึ่งพา/ส่งออกไปยังตลาดอียูจาก ร้อยละ 83 เมื่อปี 2555 ลงเหลือน้อยกว่าร้อยละ 81 นอกจากนี้ เช็กยังมีนโยบายส่งเสริม SMEs ของเช็กให้เป็นที่รู้จักและออกไปแสวงหาลู่ทางภายนอกภูมิภาคมากขึ้น และเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมการใช้เทคโนโลยี/นวัตกรรมสมัยใหม่ รวมถึงการจับมือกับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจใหม่ๆ นอกภูมิภาค

คาดว่าในปี 2556 อัตราการเติบโตของ GDP ของเช็กจะอยู่ที่ร้อยละ 1.5 โดยมีอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ร้อยละ 1.6

สาธารณรัฐเช็กยังได้รวมกลุ่มกับประเทศเพื่อนบ้านอีก 3 ประเทศ ได้แก่ โปแลนด์ ฮังการี และสโลวะเกีย จัดตั้งกลุ่ม Visegrád 4 (V4) ขึ้น เพื่อเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่จะเกื้อกูล ซึ่งกันและกัน โดยเชื่อมโยงกันภายในกลุ่มทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และความมั่นคง ดังนั้น การส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับสาธารณรัฐเช็ก จึงยังสามารถเป็นช่องทางที่จะขยายต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านทั้ง 3 ประเทศได้อีกด้วย

สำหรับสถิติการนำเข้าและส่งออกสินค้าระหว่างไทยและเช็ก ในรอบปี 2555 มูลค่าการค้ารวมอยู่ที่ 947.09 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออกมายังเช็ก 764.40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเช็กส่งออกไปยังไทย 182.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้า 581.71 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยมายังเช็ก ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ ทองแดงและผลิตภัณฑ์จากทองแดง เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ เครื่องวีดีโอ เครื่องเสียง และส่วนประกอบ ในขณะที่สินค้าส่งออกสำคัญจากเช็กไปไทย ได้แก่ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ นมและผลิตภัณฑ์จากนม และเพชร พลอย และอัญมณี

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

สาธารณรัฐเช็กมีระบบการค้าและเศรษฐกิจเปิดแบบตลาดเสรี ได้ผ่านการปฏิรูประบบเศรษฐกิจมาแล้วกว่า 20 ปีและมีกระบวนการการปฏิรูปที่รวดเร็ว เป็นผลให้เศรษฐกิจมีเสถียรภาพ โดยภาคเอกชนเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก มีอัตราการว่างงานค่อนข้างต่ำ และยังมีราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคในระดับที่ไม่สูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในยุโรปตะวันตก ประกอบกับการใช้สกุลเงินของตัวเอง ทำให้สินค้าต่างๆ ที่ผลิตในประเทศมีราคาที่ค่อนข้างถูกกว่า รวมถึงค่าแรงและปัจจัยการผลิตในด้านต่างๆ เมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มยูโรโซน

ในทางเศรษฐกิจ สาธารณรัฐเช็กถือเป็นประเทศอุตสาหกรรม มีการผลิตของอุตสาหกรรม ทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดย่อม โดยอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ การผลิตรถยนต์และรถบรรทุก การผลิตเครื่องจักรกล การผลิตอาหาร และการผลิตคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ

นอกจากนี้ ยังเป็นประเทศที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก โดยคู่ค้าอันดับต้นๆ ของสาธารณรัฐเช็กล้วนเป็นประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เยอรมนี หรือประเทศที่อยู่ในภูมิภาค อย่างไรก็ดี จากวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในยุโรป ทำให้สาธารณรัฐเช็กตระหนักดีว่า ควรส่งเสริมการค้ากับประเทศ นอกภูมิภาคยุโรปด้วย เพื่อสร้างความสมดุลให้กับเศรษฐกิจของเช็ก ซึ่งภูมิภาคที่สนใจคือ เอเชีย รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ขณะนี้ มาตรการทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลเช็กนำมาปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจเริ่มเห็นผลเป็นลำดับ โดยประสบความสำเร็จในการลดสัดส่วนการพึ่งพา/ส่งออกไปยังตลาดอียูจาก ร้อยละ 83 เมื่อปี 2555 ลงเหลือน้อยกว่าร้อยละ 81 นอกจากนี้ เช็กยังมีนโยบายส่งเสริม SMEs ของเช็กให้เป็นที่รู้จักและออกไปแสวงหาลู่ทางภายนอกภูมิภาคมากขึ้น และเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมการใช้เทคโนโลยี/นวัตกรรมสมัยใหม่ รวมถึงการจับมือกับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจใหม่ๆ นอกภูมิภาค

คาดว่าในปี 2556 อัตราการเติบโตของ GDP ของเช็กจะอยู่ที่ร้อยละ 1.5 โดยมีอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ร้อยละ 1.6

สาธารณรัฐเช็กยังได้รวมกลุ่มกับประเทศเพื่อนบ้านอีก 3 ประเทศ ได้แก่ โปแลนด์ ฮังการี และสโลวะเกีย จัดตั้งกลุ่ม Visegrád 4 (V4) ขึ้น เพื่อเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่จะเกื้อกูล ซึ่งกันและกัน โดยเชื่อมโยงกันภายในกลุ่มทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และความมั่นคง ดังนั้น การส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับสาธารณรัฐเช็ก จึงยังสามารถเป็นช่องทางที่จะขยายต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านทั้ง 3 ประเทศได้อีกด้วย

สำหรับสถิติการนำเข้าและส่งออกสินค้าระหว่างไทยและเช็ก ในรอบปี 2555 มูลค่าการค้ารวมอยู่ที่ 947.09 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออกมายังเช็ก 764.40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเช็กส่งออกไปยังไทย 182.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้า 581.71 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยมายังเช็ก ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ ทองแดงและผลิตภัณฑ์จากทองแดง เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ เครื่องวีดีโอ เครื่องเสียง และส่วนประกอบ ในขณะที่สินค้าส่งออกสำคัญจากเช็กไปไทย ได้แก่ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ นมและผลิตภัณฑ์จากนม และเพชร พลอย และอัญมณี

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

- สาธารณรัฐเช็กมีระบบตลาดที่เปิดกว้าง และมีแนวโน้มที่จะลดอุปสรรคทางการค้าที่ใช่และมิใช่ภาษีลงเป็นลำดับ โดยใช้กฎระเบียบและมาตรการทางด้านการค้า รวมถึงศุลกากรและการเข้าถึงตลาดในรูปแบบเดียวกับของ EU

- ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ของเช็ก แบ่งออกเป็น 2 อัตรา ได้แก่ อัตราร้อยละ 21 สำหรับสินค้าและบริการส่วนใหญ่ และอัตราร้อยละ 15 สำหรับสินค้าบางประเภท อาทิ อาหาร หนังสือ สัตว์เลี้ยง ต้นไม้ รวมทั้งงานบริการบางประเภท เช่น ธุรกิจโรงแรม กิจกรรมทางวัฒนธรรม และ งานบริการสาธารณะ เป็นต้น

- สำหรับภาษีสินค้านำเข้า สาธารณรัฐเช็กดำเนินการตาม EU Custom’s Legislation โดยสินค้าที่นำเข้าจากประเทศที่อยู่นอก EU จะต้องเสียศุลกากรและภาษีนำเข้า และภาษีมูลค่าเพิ่ม และในหลายกรณี จำเป็นจะต้องแสดงข้อมูลแหล่งผลิตสินค้า (proof of origin) เช่น สิ่งทอ ทั้งนี้ สาธารณรัฐเช็กมีมาตรการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้นำเข้าจะต้องผ่านการตรวจสอบและขอรับใบอนุญาต จึงจะสามารถนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศได้ เพื่อเป็นการสร้างหลักประกันว่า สินค้านำเข้าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพเพียงพอ โดยเฉพาะในประเภทสินค้าที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้บริโภคได้ เช่น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ของเล่นเด็ก เครื่องทำความเย็น อุปกรณ์สำหรับยานยนต์ สินค้าสำหรับการก่อสร้าง และสินค้าเพื่อสุขภาพ เป็นต้น ทั้งนี้ อัตราศุลกากรและภาษีนำเข้าจะแตกต่างกันไปตามแหล่งผลิตสินค้านำเข้านั้นๆ เนื่องจากมีบางประเทศที่ได้รับการจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่ได้รับสิทธิประโยชน์เป็นพิเศษ

- ชาวต่างชาติสามารถประกอบธุรกิจในเช็กได้หลายรูปแบบ ยกตัวอย่างเช่น สามารถร่วมกับหุ้นส่วนชาวเช็กเปิดบริษัทได้ สามารถเปิดสำนักงานสาขาในเช็กได้ และสามารถจัดตั้งบริษัทเช็กได้ แต่รูปแบบที่เป็นที่นิยมมาก คือ การร่วมกับหุ้นส่วนชาวเช็กเปิดบริษัท

- สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกิจกับสาธารณรัฐเช็ก สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.businessinfo.cz ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่จัดทำโดยกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าสาธารณรัฐเช็ก (Ministry of Investment and Trade) และ http://www.czechtradeoffices.com

- สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับอัตราภาษีศุลกากร สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.celnisprava.cz/en/ ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของสำนักงานศุลกากรของสาธารณรัฐเช็ก

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

- สาธารณรัฐเช็กมีระบบตลาดที่เปิดกว้าง และมีแนวโน้มที่จะลดอุปสรรคทางการค้าที่ใช่และมิใช่ภาษีลงเป็นลำดับ โดยใช้กฎระเบียบและมาตรการทางด้านการค้า รวมถึงศุลกากรและการเข้าถึงตลาดในรูปแบบเดียวกับของ EU

- ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ของเช็ก แบ่งออกเป็น 2 อัตรา ได้แก่ อัตราร้อยละ 21 สำหรับสินค้าและบริการส่วนใหญ่ และอัตราร้อยละ 15 สำหรับสินค้าบางประเภท อาทิ อาหาร หนังสือ สัตว์เลี้ยง ต้นไม้ รวมทั้งงานบริการบางประเภท เช่น ธุรกิจโรงแรม กิจกรรมทางวัฒนธรรม และ งานบริการสาธารณะ เป็นต้น

- สำหรับภาษีสินค้านำเข้า สาธารณรัฐเช็กดำเนินการตาม EU Custom’s Legislation โดยสินค้าที่นำเข้าจากประเทศที่อยู่นอก EU จะต้องเสียศุลกากรและภาษีนำเข้า และภาษีมูลค่าเพิ่ม และในหลายกรณี จำเป็นจะต้องแสดงข้อมูลแหล่งผลิตสินค้า (proof of origin) เช่น สิ่งทอ ทั้งนี้ สาธารณรัฐเช็กมีมาตรการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้นำเข้าจะต้องผ่านการตรวจสอบและขอรับใบอนุญาต จึงจะสามารถนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศได้ เพื่อเป็นการสร้างหลักประกันว่า สินค้านำเข้าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพเพียงพอ โดยเฉพาะในประเภทสินค้าที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้บริโภคได้ เช่น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ของเล่นเด็ก เครื่องทำความเย็น อุปกรณ์สำหรับยานยนต์ สินค้าสำหรับการก่อสร้าง และสินค้าเพื่อสุขภาพ เป็นต้น ทั้งนี้ อัตราศุลกากรและภาษีนำเข้าจะแตกต่างกันไปตามแหล่งผลิตสินค้านำเข้านั้นๆ เนื่องจากมีบางประเทศที่ได้รับการจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่ได้รับสิทธิประโยชน์เป็นพิเศษ

- ชาวต่างชาติสามารถประกอบธุรกิจในเช็กได้หลายรูปแบบ ยกตัวอย่างเช่น สามารถร่วมกับหุ้นส่วนชาวเช็กเปิดบริษัทได้ สามารถเปิดสำนักงานสาขาในเช็กได้ และสามารถจัดตั้งบริษัทเช็กได้ แต่รูปแบบที่เป็นที่นิยมมาก คือ การร่วมกับหุ้นส่วนชาวเช็กเปิดบริษัท

- สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกิจกับสาธารณรัฐเช็ก สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.businessinfo.cz ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่จัดทำโดยกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าสาธารณรัฐเช็ก (Ministry of Investment and Trade) และ http://www.czechtradeoffices.com

- สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับอัตราภาษีศุลกากร สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.celnisprava.cz/en/ ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของสำนักงานศุลกากรของสาธารณรัฐเช็ก

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

สาธารณรัฐเช็กมีหน่วยงานที่ดูแลการลงทุนโดยตรง คือ CzechInvest อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สามารถดูรายละเอียดข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ที่ www.czechinvest.org

นโยบายหลักด้านการลงทุนของเช็ก คือการส่งเสริมการลงทุนและดำเนินมาตรการต่างๆ ที่จะทำให้สภาพแวดล้อมโดยรวมของเช็กเหมาะสำหรับการลงทุนจากต่างประเทศ รวมถึงการให้ สิทธิประโยชน์ต่างๆ บนพื้นฐานของกฎหมายส่งเสริมการลงทุน (Investment Incentives Act) ที่มีผลบังคับใช้ทั้งสำหรับการลงทุนภายในและการลงทุนจากต่างประเทศ

ปัจจุบัน เช็กกำลังส่งเสริมการลงทุนในโครงการที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน โดยได้ตั้ง เขตอุตสาหกรรม (industrial zone) ขึ้นมาสำหรับการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ และให้ สิทธิประโยชน์ในด้านต่างๆ เป็นการเฉพาะ โดยเน้นการส่งเสริมใน 3 ด้าน ได้แก่ (1) อุตสาหกรรม—การสร้าง/ขยายอุตสาหกรรมการผลิต (2) ศูนย์เทคโนโลยี—การสร้าง/ขยายศูนย์วิจัยและพัฒนา และ (3) ธุรกิจที่เกี่ยวกับการบริการและการสนับสนุนธุรกิจ

ขั้นตอนการยื่นขอรับสิทธิประโยชน์เพื่อส่งเสริมการลงทุนโดยสังเขป

  1. การยื่นแบบฟอร์มต่อ CzechInvest พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง
  2. CzechInvest จะให้ความเห็นประกอบ ก่อนเสนอต่อให้กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเช็กพิจารณา (ใช้ระยะเวลา 1 เดือน)
  3. กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าจะหารือร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ของเช็ก และจัดทำข้อเสนอสิทธิประโยชน์ (ใช้ระยะเวลา 2-3 เดือน)
  4. หลังจากทราบข้อเสนอสิทธิประโยชน์แล้ว บริษัทผู้ลงทุนยื่นเรื่องต่อ CzechInvest เพื่อตอบรับข้อเสนอของกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเช็ก (ใช้ระยะเวลา 3 เดือนหรือน้อยกว่า)
  5. กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเช็กตัดสินใจให้สิทธิประโยชน์ตามที่เสนอไว้ (ใช้ระยะเวลา 1 เดือน)

ดังนั้น โดยเฉลี่ยแล้ว กระบวนการยื่นขอรับสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนจากเช็กจะอยู่ที่ประมาณ 5-6 เดือน นอกจากนี้ หากมีสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวพันกับกระทรวงหรือหน่วยงานอื่น ของเช็ก ผู้ลงทุนอาจจะต้องลงนามในสัญญากับหน่วยงานนั้นๆ เพิ่มเติมด้วย เช่น หากได้รับเงินอุดหนุนสำหรับการจ้างงาน ก็จะต้องลงนามในสัญญากับกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ของเช็ก เป็นต้น

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

สาธารณรัฐเช็กมีหน่วยงานที่ดูแลการลงทุนโดยตรง คือ CzechInvest อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สามารถดูรายละเอียดข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ที่ www.czechinvest.org

นโยบายหลักด้านการลงทุนของเช็ก คือการส่งเสริมการลงทุนและดำเนินมาตรการต่างๆ ที่จะทำให้สภาพแวดล้อมโดยรวมของเช็กเหมาะสำหรับการลงทุนจากต่างประเทศ รวมถึงการให้ สิทธิประโยชน์ต่างๆ บนพื้นฐานของกฎหมายส่งเสริมการลงทุน (Investment Incentives Act) ที่มีผลบังคับใช้ทั้งสำหรับการลงทุนภายในและการลงทุนจากต่างประเทศ

ปัจจุบัน เช็กกำลังส่งเสริมการลงทุนในโครงการที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน โดยได้ตั้ง เขตอุตสาหกรรม (industrial zone) ขึ้นมาสำหรับการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ และให้ สิทธิประโยชน์ในด้านต่างๆ เป็นการเฉพาะ โดยเน้นการส่งเสริมใน 3 ด้าน ได้แก่ (1) อุตสาหกรรม—การสร้าง/ขยายอุตสาหกรรมการผลิต (2) ศูนย์เทคโนโลยี—การสร้าง/ขยายศูนย์วิจัยและพัฒนา และ (3) ธุรกิจที่เกี่ยวกับการบริการและการสนับสนุนธุรกิจ

ขั้นตอนการยื่นขอรับสิทธิประโยชน์เพื่อส่งเสริมการลงทุนโดยสังเขป

  1. การยื่นแบบฟอร์มต่อ CzechInvest พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง
  2. CzechInvest จะให้ความเห็นประกอบ ก่อนเสนอต่อให้กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเช็กพิจารณา (ใช้ระยะเวลา 1 เดือน)
  3. กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าจะหารือร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ของเช็ก และจัดทำข้อเสนอสิทธิประโยชน์ (ใช้ระยะเวลา 2-3 เดือน)
  4. หลังจากทราบข้อเสนอสิทธิประโยชน์แล้ว บริษัทผู้ลงทุนยื่นเรื่องต่อ CzechInvest เพื่อตอบรับข้อเสนอของกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเช็ก (ใช้ระยะเวลา 3 เดือนหรือน้อยกว่า)
  5. กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเช็กตัดสินใจให้สิทธิประโยชน์ตามที่เสนอไว้ (ใช้ระยะเวลา 1 เดือน)

ดังนั้น โดยเฉลี่ยแล้ว กระบวนการยื่นขอรับสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนจากเช็กจะอยู่ที่ประมาณ 5-6 เดือน นอกจากนี้ หากมีสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวพันกับกระทรวงหรือหน่วยงานอื่น ของเช็ก ผู้ลงทุนอาจจะต้องลงนามในสัญญากับหน่วยงานนั้นๆ เพิ่มเติมด้วย เช่น หากได้รับเงินอุดหนุนสำหรับการจ้างงาน ก็จะต้องลงนามในสัญญากับกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ของเช็ก เป็นต้น

สิทธิประโยชน์

สิทธิประโยชน์หลักๆ ที่จะได้รับ ได้แก่

  1. การลดหย่อนภาษีเงินได้เป็นเวลา 10 ปี
  2. การจัดหาอสังหาริมทรัพย์ในราคาพิเศษที่ต่ำกว่าราคาตลาด
  3. การได้รับเงินอุดหนุนสำหรับการจ้างงาน
  4. การได้รับเงินอุดหนุนสำหรับการส่งบุคลากรเข้ารับการอบรม
  5. การได้รับเงินอุดหนุนเป็นต้นทุนสำหรับการลงทุนในภาคการผลิตและการสร้าง ศูนย์เทคโนโลยี (ในอัตราที่สูงถึงร้อยละ 5 ของต้นทุนค่าใช้จ่าย แต่ไม่เกิน 1,500 ล้าน CZK สำหรับการลงทุนในภาคการผลิตและไม่เกิน 500 ล้าน CZK สำหรับการลงทุนสร้าง ศูนย์เทคโนโลยี)

ทั้งนี้ ขึ้นกับการพิจารณาของ CzechInvest และกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเช็กด้วยว่าจะให้สิทธิประโยชน์ในด้านใดกับโครงการใดบ้าง

ประเด็นท้าทายในการทำธุรกิจ

- การประกอบธุรกิจในเช็ก จำเป็นต้องมีผู้ช่วยด้านภาษา เนื่องจากภาษาราชการและภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวันส่วนใหญ่เป็นภาษาเช็ก รวมถึงกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

- หากเป็นการส่งออกสินค้ามายังเช็ก ควรมีฉลากอธิบายเป็นภาษาเช็กติดบนผลิตภัณฑ์ให้เรียบร้อย และเป็นไปตามมาตรฐานของ EU

- แม้ว่าเช็กจะใช้สกุลเงินเป็นของตัวเอง แต่กฎระเบียบหลายประการก็เป็นไปตามมาตรฐานของ EU ดังนั้น จึงจำเป็นจะต้องศึกษากฎระเบียบที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน อาทิ กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

- ชาวไทยยังรู้จักและเข้าถึงศักยภาพในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เช็กมีค่อนข้างน้อย โดยเทคโนโลยีและนวัตกรรมหลายอย่างที่เป็นเทคโนโลยีระดับโลก เช่น นวัตกรรม นาโนเทคโนโลยีด้านสิ่งทอ (nanospider) และด้านการแพทย์ เช่น การใช้อนุภาคโปรตอนรักษามะเร็ง เป็นต้น ซึ่งหากเข้าถึงได้มากขึ้น ก็จะยิ่งเป็นประโยชน์ต่อการประกอบธุรกิจและการลงทุน ในเช็ก

ข่าวเศรษฐกิจ / เรื่องเด่น / ข่าวประชาสัมพันธ์ในกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

  • จากสถิติเมื่อปี 2558 ของ OICA หรือ International Organization of Motor Vehicle Manufacturers ไทยและสาธารณรัฐเช็กต่างเป็นผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่ติด 1 ใน 20 อันดับแรกของโลก โดยไทยผงาดอยู่ในอันดับที่ 12 ในขณะที่เช็กรั้งตำแหน่งในอันดับที่ 16 ด้วยยอดการผลิต 1.9 ล้านคันและ 1.3 ล้านคันตามลำดับ
  • รัฐบาลชุดปัจจุบันของเช็ก มุ่งมั่นจะนำเศรษฐกิจของประเทศกลับเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจอียูอีกครั้ง นาย Jan Mladek รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของเช็ก ให้คำมั่นคณะทูตต่างประเทศในเช็ก ในการบรรยายสรุปนโยบายเศรษฐกิจของประเทศ เมื่อวันที่ 22 เมษายน 57...
  •            สถานการณ์เศรษฐกิจของเช็กในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2556 ยังคงชะลอตัวต่อเนื่องจากปี 2556 โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่ 1 ซึ่งเศรษฐกิจถดถอยอย่างมาก และอาจจะเป็นปัจจัยฉุดดึงอัตราการเติบโตของปี 2556 ทั้งปี             ภาวะถดถอยครอบคลุมทั้งอุปสงค์ภายในประเทศ ค่าแรง / รายได้ที่แท้จริง อัตราการจ้างงาน และภาคการลงทุนโดยเฉพาะอัตราการจ้างงาน ซึ่งลดลงอย่างมากในช่วงต้นปีและโครงการลงทุนหลายแห่งที่ต้องเลื่อนไปเป็นช่วงครึ่งปีหลัง เหตุผลสำคัญมาจาก (1) สถานการณ์เศรษฐกิจของเขตยูโรโซน โดยเฉพาะประเทศใกล้เคียงของเช็กที่ยังทรง…


    

สาระน่ารู้

  • One Galle Face is Colombo's first internationally developed integrated lifestyle destination that makes living, working, entertainment and hospitality possible all in one location. Hong Kong's leisure entity Shanri-La Hotels and Resorts foresees the completion of this project by 2018 with a hefty investment of over US$ 600 million. The twin towers will be used for residence, which consist of 50 floors each, 16 penthouses and 8 duplex and simplex units. The target market is expatriates, international investors and the expanding population of Sri Lanka.
  • Following the tremendous success of the Exhibition 2018 and the 36th Annual Sessions, which took place at the Bandaranaike Memorial International Conference Hall in Colombo from February 22 to 25 earlier this year, the SLIA is proud to prsent  the next edition in a superior manner.<br />
    <br />
    Save the date :February 20th to 24th, 2019
  • The Institution of Engineers, Sri Lanka is the successor to the ‘Engineering Association of Ceylon’, which was founded in 1906. In 1968, the Institution of Engineers, Sri Lanka was made an incorporated body of the government, by an Act of Parliament. The IESL being the Apex body for engineering professionals in Sri Lanka, having a membership of more than 20,000, is called upon to represent the profession at many national forums and contribute to national development. By virtue of agreements it has entered into with the International Engineers’ Alliance (IEA) for mutual recognition of competencies, members assessed to have such competencies by IESL are eligible to practice engineering in the member countries including Japan, Australia, United Kingdom, Singapore, Pakistan, India, USA, Canada and South Korea.<br />
    <br />
    IESL with the Vision to be among the leading professional institutions of engineering and technology in the world, has Missioned Techno Sri Lanka’s for “Bringing out and Unleashing the Country’s Multi – Disciplinary Engineering Talents, to Drive Sri Lanka into Technological Excellence for Revolutionary Uplifting of Peoples’ Living Conditions and Prosperity”. Engineers are driven by passion to look beyond the regular, push borders and create the impossible. This is also reflective of the fact that Engineers over centuries are really innovators, who think beyond the realm and invent solutions for mankind, ahead of their time. That’s what engineering is all about and it’s the reason Engineers will always be the ingenious inventors and imaginative innovators throughout time.<br />
    <br />
    The flagship event of IESL, Techno Sri Lanka, since its inception in 1985 has grown to be the largest and the only engineering and technology exhibition held annually in Colombo. Techno, living up to its standards, has provided the means for uplifting peoples’ living conditions and has become an ideal venue for industry professionals, business heads, technologists and keen public to come together on a single global platform.<br />
    <br />
    The world is changing; engineers are in the forefront of this change. Expectations are very high in today’s society. However, the Planet’s resources are fast depleting and engineers have to be smart and innovative to achieve high goals with very low resource consumption. Technology should reach the masses and make them do things differently, as doing ‘business as usual’ will not leave a healthy planet for our children and grandchildren. We need ‘sustainable technologies’ that will revolutionize the day-to-day activities, such as mobile technology, nanotechnology, household solar PV technology and perhaps other inventions and breakthroughs to satisfy the society’s expectations and still not be blamed by our future generations for not leaving them a livable Planet Earth.<br />
    <br />
    Considering these facts, Techno Sri Lanka has redefined its Theme for the year 2018, aiming to fulfill the expectations of all stakeholders.
  • 01. - 03. November 2018 | Trade fair for hotels, hospitality, tourism and food businesses<br />
    <br />
    The Hotel, Hospitality & Food Asia in Sri Lanka has been designed by the dynamic development of the hotel and catering industry and the tourism and food companies to take account of South Asia. She is a specifically targeted at this sector business-to-business event. This exhibition is communication and information platform in the industry and provides the exhibiting companies the opportunity to present to an audience of experts here. Visitors can find information here thoroughly and comprehensively about the latest developments, trends, products and services in various fields. HHF Sri Lanka is the leading marketplace for regional networking and distribution, as well as a new basis for the procurement of products. The program will be held a culinary competition and other live features.<br />
    <br />
    The Hotel Hospitality & Food Asia will take place on 3 days from Thursday, 01. November to Saturday, 03. November 2018 in Colombo.
  • Infotel theme will be Towards a Digital Economy, is aligning with national priorities of enhancing the digital infrastructure of the country for facilitating a digitally empowered ecosystem while improving the Citizens’ engagement in a digital society.
  • The Western Region MegapolisDevelopment Plan, also called Western Region Megapolis Planning Project(WRMPP), is a urban planning, zoning and development project aimed at creating a Megapolis in the Western Province of Sri Lanka by 2030 , which would help address the issues of waste management, traffic congestion, slums and environmental pollution. This project is intended to build a Megacity that matches other well-known economic hubs such as Dubai,Singapore,Seoul and Tokyo. For more information, please visit <a class="txttohtmllink" href="http://www.megapolis.gov.lk/">http://www.megapolis.gov.lk/</a>




เอกสารอ้างอิง
  • กองยุโรป 3 กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ. สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปราก. สถานะ ณ วันที่ 5 พฤศจิกายน 2556
  • สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปราก. สถานะ ณ วันที่ 29 พฤศจิกายน 2556

ดาวน์โหลด

ติดต่อหน่วยงาน

European Union - EU
สหภาพยุโรป

เป็นการรวมกลุ่มระหว่างประเทศ ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมแบบเหนือรัฐ (supranational) ที่ใหญ่ที่สุดและก้าวหน้าที่สุดในโลก โดยปัจจุบันมีสมาชิก 27 ประเทศ ทั้งนี้ ในปี 2554 สหภาพยุโรปถือเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับที่ 4 ของไทย
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์
876 Chaussee de Waterloo, 1000, Brussels, Belgium
Tel: (+32) 2 629 0035
Website : www2.thaieurope.net