อาร์เจนตินา

สาธารณรัฐอาร์เจนตินา (Argentine Republic) ได้รับประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก ประชากรมีการศึกษาดี มีฐานด้านอุตสาหกรรมที่หลากหลาย มีภาคบริการที่ก้าวหน้า และเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรรายใหญ่ของโลก อย่างไรก็ตาม อาร์เจนตินาก็หนีวิกฤตเศรษฐกิจที่หนักหน่วงในช่วงปี 2544-2545 ไม่พ้น แต่เมื่อฟื้นตัวจากวิกฤตการณ์ดังกล่าว อาร์เจนตินาก็มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระดับสูง มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) มากกว่าร้อยละ 8.5 ต่อปี ส่วนหนึ่งเป็นผลจากราคาสินค้าธัญพืช (grains) มีการปรับตัวสูงขึ้นในตลาดโลก ซึ่งอาร์เจนตินาเป็น 1 ใน 5 ประเทศผู้ส่งออกสินค้าธัญพืชรายใหญ่ของโลก

อย่างไรก็ดี ในปี 2552 การขยายตัวทางเศรษฐกิจของอาร์เจนตินายังคงชะลอตัว ซึ่งเป็นผลจากปัญหาเศรษฐกิจโลกทำให้ราคาสินค้าและความต้องการในตลาดโลกยังมีไม่มาก เศรษฐกิจของอาร์เจนตินามีการขยายตัวประมาณร้อยละ 4.2 อันเป็นผลจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ ได้แก่ ปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ยังคงรุมเร้าทำให้ราคาสินค้าและความต้องการสินค้า

ข้อมูลทั่วไป

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

ประเทศอาร์เจนติน่าตั้งอยู่ทางใต้ของทวีปอเมริกาใต้ พื้นที่ทั้งหมดประมาณ  2,737,000 ตารางกิโลเมตร พรมแดนด้านตะวันตกติดกับชิลี ด้านเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือติดกับปารากวัย โบลิเวีย และบราซิล ด้านตะวันออกติดกับอุรุกวัยและมหาสมุทรแอตแลนติก

สภาพภูมิอากาศโดยทั่วไปมีอุณหภูมิแตกต่างกันระหว่างพื้นที่ภาคเหนือและใต้ของประเทศ ภาคเหนืออากาศกึ่งร้อนกึ่งอบอุ่น (ฤดูร้อน 23-37 เซลเซียส / ฤดูหนาว 5-22 เซลเซียส) ภาคใต้อากาศหนาวและฝนตก (ฤดูร้อน 10-21 เซลเซียส / ฤดูหนาว ต่ำกว่า 0 เซลเซียส) บริเวณใต้สุดของประเทศมีลักษณะอากาศแบบแอนตาร์กติกซึ่งเป็นน้ำแข็งตลอดทั้งปี ทั้งนี้ บริเวณที่ราบแปมปัส (Pampas plains) มีอากาศอุ่นและชื้น อุณหภูมิเฉลี่ย 23 องศาเซลเซียส ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคม และ 12 องศาเซลเซียสตั้งแต่มิถุนายนถึงกันยายน

ประชากร

อาร์เจนติน่ามีประชากรประมาณ 41.3 ล้านคน ส่วนใหญ่ร้อยละ 97 เป็นชาวผิวขาวเชื้อสายสเปนและอิตาเลียน และอื่นๆ ร้อยละ 3 เป็นเมสติโซ-ผิวขาวผสมชาวอินเดียนแดงพื้นเมือง ชาวอินเดียนแดงพื้นเมือง และกลุ่มอื่นที่ไม่ใช่ชาวผิวขาว

การเมืองการปกครอง

ประเทศอาร์เจนติน่ามีการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุข (Republic) เมืองหลวงคือกรุงบัวโนสไอเรส (Buenos Aires) ฝ่ายบริหารมีประธานาธิบดีเป็นทั้งประมุขของรัฐและหัวหน้าคณะรัฐบาล เป็นผู้แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ทั้งประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้งในคราวเดียวกันในระบบคะแนนนิยม วาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี ฝ่ายนิติบัญญัติ อาร์เจนติน่าเป็นระบบสองสภา ประกอบด้วย วุฒิสภาจำนวน 72 ที่นั่ง สมาชิกมาจากการเลือกตั้งโดยตรง โดย 1/3 ของสมาชิกมาจากการเลือกตั้งทุกๆ 2 ปี วาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี และ Chamber of Deputies จำนวน 257 ที่นั่ง สมาชิกมาจากการเลือกตั้ง ครึ่งหนึ่งของสมาชิกได้รับมาจากการเลือกตั้งทุกๆ 2 ปี วาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี

ฝ่ายตุลาการ ศาลสูงสุดเรียกว่า Corte Suprema ผู้พิพากษาศาลสูงสุดมาจากการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดี และได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา ส่วนประมวลกฎหมายของอาร์เจนติน่ามีรากฐานมาจากระบบกฎหมายของยุโรปตะวันตก แต่ไม่ยอมรับ Compulsory ICJ jurisdiction

ภาษา

ชาวอาร์เจนตินาใช้ภาษาสเปนเป็นภาษาราชการ

ศาสนา

ร้อยละ 92 ของชาวอาร์เจนตินา นับถือศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก และร้อยละ 2 นับถือนิกายโปรแตสแตนท์ ร้อยละ 2 เป็นยิว และอื่นๆ อีกร้อยละ 4

สกุลเงิน

เปโซอาร์เจนตินา (Argentine peso: ARS) อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 4.54 เปโซ

ข้อมูลทั่วไปประเทศอาร์เจนตินา

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

ประเทศอาร์เจนติน่าตั้งอยู่ทางใต้ของทวีปอเมริกาใต้ พื้นที่ทั้งหมดประมาณ  2,737,000 ตารางกิโลเมตร พรมแดนด้านตะวันตกติดกับชิลี ด้านเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือติดกับปารากวัย โบลิเวีย และบราซิล ด้านตะวันออกติดกับอุรุกวัยและมหาสมุทรแอตแลนติก

สภาพภูมิอากาศโดยทั่วไปมีอุณหภูมิแตกต่างกันระหว่างพื้นที่ภาคเหนือและใต้ของประเทศ ภาคเหนืออากาศกึ่งร้อนกึ่งอบอุ่น (ฤดูร้อน 23-37 เซลเซียส / ฤดูหนาว 5-22 เซลเซียส) ภาคใต้อากาศหนาวและฝนตก (ฤดูร้อน 10-21 เซลเซียส / ฤดูหนาว ต่ำกว่า 0 เซลเซียส) บริเวณใต้สุดของประเทศมีลักษณะอากาศแบบแอนตาร์กติกซึ่งเป็นน้ำแข็งตลอดทั้งปี ทั้งนี้ บริเวณที่ราบแปมปัส (Pampas plains) มีอากาศอุ่นและชื้น อุณหภูมิเฉลี่ย 23 องศาเซลเซียส ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคม และ 12 องศาเซลเซียสตั้งแต่มิถุนายนถึงกันยายน

ประชากร

อาร์เจนติน่ามีประชากรประมาณ 41.3 ล้านคน ส่วนใหญ่ร้อยละ 97 เป็นชาวผิวขาวเชื้อสายสเปนและอิตาเลียน และอื่นๆ ร้อยละ 3 เป็นเมสติโซ-ผิวขาวผสมชาวอินเดียนแดงพื้นเมือง ชาวอินเดียนแดงพื้นเมือง และกลุ่มอื่นที่ไม่ใช่ชาวผิวขาว

การเมืองการปกครอง

ประเทศอาร์เจนติน่ามีการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุข (Republic) เมืองหลวงคือกรุงบัวโนสไอเรส (Buenos Aires) ฝ่ายบริหารมีประธานาธิบดีเป็นทั้งประมุขของรัฐและหัวหน้าคณะรัฐบาล เป็นผู้แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ทั้งประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้งในคราวเดียวกันในระบบคะแนนนิยม วาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี ฝ่ายนิติบัญญัติ อาร์เจนติน่าเป็นระบบสองสภา ประกอบด้วย วุฒิสภาจำนวน 72 ที่นั่ง สมาชิกมาจากการเลือกตั้งโดยตรง โดย 1/3 ของสมาชิกมาจากการเลือกตั้งทุกๆ 2 ปี วาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี และ Chamber of Deputies จำนวน 257 ที่นั่ง สมาชิกมาจากการเลือกตั้ง ครึ่งหนึ่งของสมาชิกได้รับมาจากการเลือกตั้งทุกๆ 2 ปี วาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี

ฝ่ายตุลาการ ศาลสูงสุดเรียกว่า Corte Suprema ผู้พิพากษาศาลสูงสุดมาจากการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดี และได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา ส่วนประมวลกฎหมายของอาร์เจนติน่ามีรากฐานมาจากระบบกฎหมายของยุโรปตะวันตก แต่ไม่ยอมรับ Compulsory ICJ jurisdiction

ภาษา

ชาวอาร์เจนตินาใช้ภาษาสเปนเป็นภาษาราชการ

ศาสนา

ร้อยละ 92 ของชาวอาร์เจนตินา นับถือศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก และร้อยละ 2 นับถือนิกายโปรแตสแตนท์ ร้อยละ 2 เป็นยิว และอื่นๆ อีกร้อยละ 4

สกุลเงิน

เปโซอาร์เจนตินา (Argentine peso: ARS) อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 4.54 เปโซ

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

อาร์เจนตินามีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) อยู่ที่ 746.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ GDP รายบุคคลอยู่ที่ 18,200 ดอลลาร์สหรัฐฯ อัตราการเจริญเติบโต GDP 2.6% แยกตามภาคการผลิต คือ ภาคการเกษตร 10.3% ภาคอุตสาหกรรม 30.6% ภาคการบริการ 59.1% มีอัตราการว่างงาน 7.2% อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices) 25%

ผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญคือ เมล็ดทานตะวัน มะนาว ถั่วเหลือง องุ่น ข้าวโพด ยาสูบ ถั่วลิสง ชา ข้าวสาลี โดยอุตสาหกรรมสำคัญคือ อาหารแปรรูป เครื่องยนต์ยานพาหนะ สิ่งทอ เคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์จากน้ำมัน การพิมพ์ โลหะผสม เหล็ก ซึ่งอัตราการเติบโตภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ 6.5% มูลค่าการส่งออก 85.36 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สินค้าส่งออกสำคัญคือ ถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากฝิ่น น้ำมันดิบและก๊าซ ยานพาหนะ ข้าวโพด ข้าวสาลี มีตลาดส่งออกที่สำคัญอยู่ที่บราซิล 21.6% จีน 7.3% ชิลี 5.5% และสหรัฐฯ 5.5% มูลค่าการนำเข้า 67.33 พันล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สินค้านำเข้าที่สำคัญคือ เครื่องจักรและอุปกรณ์ ยานพาหนะ เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์โลหะ อุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทวิทยุ โทรทัศน์ และเครื่องมือสื่อสาร อุปกรณ์ในสำนักงาน ผลิตภัณฑ์พลาสติก และเครื่องคอมพิวเตอร์ แหล่งนำเข้าที่สำคัญมาจากบราซิล 33.2% สหรัฐฯ 14.4% จีน 12.4 % และเยอรมนี 4.7%

ปัจจุบัน อาร์เจนตินาเป็นประเทศคู่ค้าอันดับที่ 40 ของไทยจากโลก เป็นตลาดส่งออกอันดับที่ 47 ของไทย และเป็นตลาดส่งออกอันดับที่ 2 ของไทยในภูมิภาคอเมริกาใต้ การส่งออกมีมูลค่าเฉลี่ย 374.07 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยในปี 2552 การส่งออกมีมูลค่า 383.50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.25 ของการส่งออกรวมของไทย สินค้าส่งออกที่สำคัญได้แก่ เครื่องจักรและส่วนประกอบของเครื่องจักร รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องยนต์สันดาบภายในแบบลูกสูบและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง เหล็กและผลิตภัณฑ์ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ ยางพารา เป็นต้น

ทั้งนี้ อาร์เจนตินาเป็นแหล่งนำเข้าอันดับที่ 33 ของไทย และเป็นแหล่งนำเข้าอันดับที่ 2 ของไทยในภูมิภาคอเมริกาใต้ การนำเข้ามีมูลค่าเฉลี่ย 479.75 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช (กากน้ำมันถั่วเหลือง ถั่วเหลือง) สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ สัตว์น้ำสด/แช่เย็น/แช่แข็ง ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม เคมีภัณฑ์ เหล็กและผลิตภัณฑ์ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์โลหะผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผัก ผลไม้ เป็นต้น

ข้อมูลการค้า-การลงทุน

อาร์เจนตินามีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) อยู่ที่ 746.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ GDP รายบุคคลอยู่ที่ 18,200 ดอลลาร์สหรัฐฯ อัตราการเจริญเติบโต GDP 2.6% แยกตามภาคการผลิต คือ ภาคการเกษตร 10.3% ภาคอุตสาหกรรม 30.6% ภาคการบริการ 59.1% มีอัตราการว่างงาน 7.2% อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices) 25%

ผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญคือ เมล็ดทานตะวัน มะนาว ถั่วเหลือง องุ่น ข้าวโพด ยาสูบ ถั่วลิสง ชา ข้าวสาลี โดยอุตสาหกรรมสำคัญคือ อาหารแปรรูป เครื่องยนต์ยานพาหนะ สิ่งทอ เคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์จากน้ำมัน การพิมพ์ โลหะผสม เหล็ก ซึ่งอัตราการเติบโตภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ 6.5% มูลค่าการส่งออก 85.36 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สินค้าส่งออกสำคัญคือ ถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากฝิ่น น้ำมันดิบและก๊าซ ยานพาหนะ ข้าวโพด ข้าวสาลี มีตลาดส่งออกที่สำคัญอยู่ที่บราซิล 21.6% จีน 7.3% ชิลี 5.5% และสหรัฐฯ 5.5% มูลค่าการนำเข้า 67.33 พันล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สินค้านำเข้าที่สำคัญคือ เครื่องจักรและอุปกรณ์ ยานพาหนะ เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์โลหะ อุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทวิทยุ โทรทัศน์ และเครื่องมือสื่อสาร อุปกรณ์ในสำนักงาน ผลิตภัณฑ์พลาสติก และเครื่องคอมพิวเตอร์ แหล่งนำเข้าที่สำคัญมาจากบราซิล 33.2% สหรัฐฯ 14.4% จีน 12.4 % และเยอรมนี 4.7%

ปัจจุบัน อาร์เจนตินาเป็นประเทศคู่ค้าอันดับที่ 40 ของไทยจากโลก เป็นตลาดส่งออกอันดับที่ 47 ของไทย และเป็นตลาดส่งออกอันดับที่ 2 ของไทยในภูมิภาคอเมริกาใต้ การส่งออกมีมูลค่าเฉลี่ย 374.07 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยในปี 2552 การส่งออกมีมูลค่า 383.50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.25 ของการส่งออกรวมของไทย สินค้าส่งออกที่สำคัญได้แก่ เครื่องจักรและส่วนประกอบของเครื่องจักร รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องยนต์สันดาบภายในแบบลูกสูบและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง เหล็กและผลิตภัณฑ์ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ ยางพารา เป็นต้น

ทั้งนี้ อาร์เจนตินาเป็นแหล่งนำเข้าอันดับที่ 33 ของไทย และเป็นแหล่งนำเข้าอันดับที่ 2 ของไทยในภูมิภาคอเมริกาใต้ การนำเข้ามีมูลค่าเฉลี่ย 479.75 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช (กากน้ำมันถั่วเหลือง ถั่วเหลือง) สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ สัตว์น้ำสด/แช่เย็น/แช่แข็ง ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม เคมีภัณฑ์ เหล็กและผลิตภัณฑ์ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์โลหะผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผัก ผลไม้ เป็นต้น

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

มาตรการด้านภาษี

การเก็บภาษีสินค้านำเข้าของอาร์เจนตินาจะเป็นการเก็บอัตราภาษีตามราคา (Ad valorem) ซึ่งคำนวณจากราคา CIF (Cost Insurance and Freight) เว้นแต่สินค้านำเข้าบางประเภทที่จะเก็บอัตราภาษีตามราคาบวกกับค่าธรรมเนียมพิเศษที่เรียกว่า Minimum Specific Import Duties (DIEM) สินค้าดังกล่าว เช่น สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม รองเท้า และของเด็กเล่น เป็นต้น

เนื่องจากอาร์เจนตินาเป็นสมาชิก MERCOSUR ซึ่งมีเป้าหมายที่จะรวมตัวกันเป็นตลาดร่วม (Common Market) ดังนั้น การนำเข้าสินค้าจากประเทศสมาชิก MERCOSUR อัตราภาษีนำเข้าของอาร์เจนตินาจึงลดลงเป็น 0 เกือบทุกรายการ ส่วนการนำเข้าสินค้าจากประเทศนอกกลุ่มอาร์เจนตินาใช้อัตราภาษีร่วมของ MERCOSUR (Common External Tariffs: CET) ซึ่ง CET มีอัตราระหว่างร้อยละ 0 จนถึงร้อยละ 35 ทั้งนี้ ปัจจุบันมีสินค้าบางประเภทที่อาร์เจนตินาได้รับการยกเว้นไม่ต้องใช้อัตราภาษีนำเข้าตาม CET ได้แก่ สินค้าทุน สินค้าคอมพิวเตอร์และโทรคมนาคม เคมีภัณฑ์ น้ำตาล และสินค้าอื่นๆ อีก 100 รายการ

นอกจากนี้ อาร์เจนตินามีการเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมอื่นจากสินค้านำเข้า เช่น ภาษีเพื่อการเก็บสถิติจากการนำเข้าสินค้าอัตราร้อยละ 0.5 ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิต และค่าธรรมเนียมน้ำตาลทราย เป็นต้น

มาตรการที่ไม่ใช่ภาษี

- อาร์เจนตินาใช้มาตรการห้ามนำเข้าสินค้า (Import Prohibitions) กับสินค้านำเข้าที่อาจมี อันตรายต่อสุขภาพ ประชากร สัตว์ พืช และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสินค้าที่อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศ เช่น ยานยนต์และส่วนประกอบที่ใช้แล้ว เสื้อผ้าที่ใช้แล้ว และยางรถยนต์ที่ใช้แล้ว เป็นต้น

- อาร์เจนตินาใช้มาตรการการขออนุญาตนำเข้าแบบ Automatic Licensing กับสินค้านำเข้า ทุกประเภท นอกจากนี้ มีสินค้าบางประเภทที่อาร์เจนตินากำหนดให้ต้องขอใบอนุญาตนำเข้าแบบ Non-Automatic Licensing หรือจะต้องได้รับการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าด้านสุขอนามัย สุขอนามัยพืช หรือมาตรฐานด้านเทคนิคก่อนนำเข้า เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า รถจักรยาน รองเท้า ของเล่นเด็ก อาหาร และยารักษาโรค เป็นต้น

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

มาตรการด้านภาษี

การเก็บภาษีสินค้านำเข้าของอาร์เจนตินาจะเป็นการเก็บอัตราภาษีตามราคา (Ad valorem) ซึ่งคำนวณจากราคา CIF (Cost Insurance and Freight) เว้นแต่สินค้านำเข้าบางประเภทที่จะเก็บอัตราภาษีตามราคาบวกกับค่าธรรมเนียมพิเศษที่เรียกว่า Minimum Specific Import Duties (DIEM) สินค้าดังกล่าว เช่น สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม รองเท้า และของเด็กเล่น เป็นต้น

เนื่องจากอาร์เจนตินาเป็นสมาชิก MERCOSUR ซึ่งมีเป้าหมายที่จะรวมตัวกันเป็นตลาดร่วม (Common Market) ดังนั้น การนำเข้าสินค้าจากประเทศสมาชิก MERCOSUR อัตราภาษีนำเข้าของอาร์เจนตินาจึงลดลงเป็น 0 เกือบทุกรายการ ส่วนการนำเข้าสินค้าจากประเทศนอกกลุ่มอาร์เจนตินาใช้อัตราภาษีร่วมของ MERCOSUR (Common External Tariffs: CET) ซึ่ง CET มีอัตราระหว่างร้อยละ 0 จนถึงร้อยละ 35 ทั้งนี้ ปัจจุบันมีสินค้าบางประเภทที่อาร์เจนตินาได้รับการยกเว้นไม่ต้องใช้อัตราภาษีนำเข้าตาม CET ได้แก่ สินค้าทุน สินค้าคอมพิวเตอร์และโทรคมนาคม เคมีภัณฑ์ น้ำตาล และสินค้าอื่นๆ อีก 100 รายการ

นอกจากนี้ อาร์เจนตินามีการเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมอื่นจากสินค้านำเข้า เช่น ภาษีเพื่อการเก็บสถิติจากการนำเข้าสินค้าอัตราร้อยละ 0.5 ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิต และค่าธรรมเนียมน้ำตาลทราย เป็นต้น

มาตรการที่ไม่ใช่ภาษี

- อาร์เจนตินาใช้มาตรการห้ามนำเข้าสินค้า (Import Prohibitions) กับสินค้านำเข้าที่อาจมี อันตรายต่อสุขภาพ ประชากร สัตว์ พืช และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสินค้าที่อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศ เช่น ยานยนต์และส่วนประกอบที่ใช้แล้ว เสื้อผ้าที่ใช้แล้ว และยางรถยนต์ที่ใช้แล้ว เป็นต้น

- อาร์เจนตินาใช้มาตรการการขออนุญาตนำเข้าแบบ Automatic Licensing กับสินค้านำเข้า ทุกประเภท นอกจากนี้ มีสินค้าบางประเภทที่อาร์เจนตินากำหนดให้ต้องขอใบอนุญาตนำเข้าแบบ Non-Automatic Licensing หรือจะต้องได้รับการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าด้านสุขอนามัย สุขอนามัยพืช หรือมาตรฐานด้านเทคนิคก่อนนำเข้า เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า รถจักรยาน รองเท้า ของเล่นเด็ก อาหาร และยารักษาโรค เป็นต้น

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

ในด้านการค้า อาร์เจนตินาสนับสนุนการเปิดเสรีทางการค้าทั้งในระดับพหุภาคีและระดับภูมิภาค สำหรับระดับพหุภาคี นอกจากอาร์เจนตินาจะเป็นหนึ่งในประเทศผู้ก่อตั้งองค์การการค้าโลก (WTO) แล้วอาร์เจนตินายังมีบทบาทสำคัญในองค์กรดังกล่าว โดยในการเจรจารอบโดฮาอาร์เจนตินาได้ผลักดันข้อเสนอหลายประเด็น โดยประเด็นที่อาร์เจนตินาให้ความสนใจ เช่น การเปิดตลาดสินค้าเกษตร การเจรจาภาคบริการ การปฏิบัติอย่างเป็นพิเศษและแตกต่างกับประเทศกำลังพัฒนา (Special and Differential Treatment for Developing Countries) และการลดอุปสรรคการค้าสินค้าและบริการสิ่งแวดล้อม (Reduction of Barriers to the Trade of Environmental Goods and Services) เป็นต้น

ในระดับภูมิภาค อาร์เจนตินาให้ความสำคัญกับการเปิดเสรีการค้าและความร่วมมือทางเศรษฐกิจภายใต้กรอบตลาดร่วมอเมริกาใต้ตอนล่าง (MERCOSUR) ซึ่งสมาชิก MERCOSUR มีเป้าหมายที่จะรวมตัวกันเป็นตลาดร่วม (Common Market) กล่าวคือ สินค้าที่ซื้อขายระหว่างสมาชิกรวมถึงปัจจัยการผลิตต่างๆ จะเคลื่อนย้ายอย่างเสรี และมีอัตราภาษีศุลกากรที่จัดเก็บจากสินค้าภายนอกตลาดร่วมกัน (Common External Tariffs-CET) รวมทั้งจะมีการประสานนโยบายเศรษฐกิจมหภาคระหว่างประเทศสมาชิก

นโยบายด้านการค้าระหว่างประเทศที่สำคัญคือ ส่งเสริมการส่งออกและวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รวมทั้ง การเพิ่มความหลากหลายของสินค้าจากเดิมที่ส่วนใหญ่เป็นสินค้า

ด้านเกษตรกรรมคือให้มีสินค้าอุตสาหกรรมมากขึ้น และกำลังพิจารณาจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้า (Center of distribution) 25 เมืองทั่วโลก นอกจากนั้นรัฐบาลได้ให้การสนับสนุนการส่งออกซึ่งนำไปสู่การกระชับความสัมพันธ์และขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจกับประเทศในเอเชีย โดยเฉพาะจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอาเซียน

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

ในด้านการค้า อาร์เจนตินาสนับสนุนการเปิดเสรีทางการค้าทั้งในระดับพหุภาคีและระดับภูมิภาค สำหรับระดับพหุภาคี นอกจากอาร์เจนตินาจะเป็นหนึ่งในประเทศผู้ก่อตั้งองค์การการค้าโลก (WTO) แล้วอาร์เจนตินายังมีบทบาทสำคัญในองค์กรดังกล่าว โดยในการเจรจารอบโดฮาอาร์เจนตินาได้ผลักดันข้อเสนอหลายประเด็น โดยประเด็นที่อาร์เจนตินาให้ความสนใจ เช่น การเปิดตลาดสินค้าเกษตร การเจรจาภาคบริการ การปฏิบัติอย่างเป็นพิเศษและแตกต่างกับประเทศกำลังพัฒนา (Special and Differential Treatment for Developing Countries) และการลดอุปสรรคการค้าสินค้าและบริการสิ่งแวดล้อม (Reduction of Barriers to the Trade of Environmental Goods and Services) เป็นต้น

ในระดับภูมิภาค อาร์เจนตินาให้ความสำคัญกับการเปิดเสรีการค้าและความร่วมมือทางเศรษฐกิจภายใต้กรอบตลาดร่วมอเมริกาใต้ตอนล่าง (MERCOSUR) ซึ่งสมาชิก MERCOSUR มีเป้าหมายที่จะรวมตัวกันเป็นตลาดร่วม (Common Market) กล่าวคือ สินค้าที่ซื้อขายระหว่างสมาชิกรวมถึงปัจจัยการผลิตต่างๆ จะเคลื่อนย้ายอย่างเสรี และมีอัตราภาษีศุลกากรที่จัดเก็บจากสินค้าภายนอกตลาดร่วมกัน (Common External Tariffs-CET) รวมทั้งจะมีการประสานนโยบายเศรษฐกิจมหภาคระหว่างประเทศสมาชิก

นโยบายด้านการค้าระหว่างประเทศที่สำคัญคือ ส่งเสริมการส่งออกและวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รวมทั้ง การเพิ่มความหลากหลายของสินค้าจากเดิมที่ส่วนใหญ่เป็นสินค้า

ด้านเกษตรกรรมคือให้มีสินค้าอุตสาหกรรมมากขึ้น และกำลังพิจารณาจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้า (Center of distribution) 25 เมืองทั่วโลก นอกจากนั้นรัฐบาลได้ให้การสนับสนุนการส่งออกซึ่งนำไปสู่การกระชับความสัมพันธ์และขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจกับประเทศในเอเชีย โดยเฉพาะจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอาเซียน

สิทธิประโยชน์

อาร์เจนตินาเปิดเสรีการลงทุนจากต่างประเทศ โดยนักลงทุนต่างชาติสามารถดำเนินกิจกรรมด้านการลงทุนในอาร์เจนตินาได้ทุกกิจกรรมและทุกสาขา (ยกเว้น 4 สาขา ได้แก่ การประมง การขนส่งภายใน อสังหาริมทรัพย์ในเขตความมั่นคง และอาวุธ) โดยไม่ต้องขออนุญาต และจะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันกับนักลงทุนท้องถิ่น นอกจากนี้ นักลงทุนต่างชาติสามารถได้รับสิทธิ์ประโยชน์จากนโยบายส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาลอาร์เจนตินาด้วย

ประเด็นท้าทายในการทำธุรกิจ

  • ระยะทางระหว่างไทยกับอาร์เจนตินาอยู่ห่างไกลกันมาก ประกอบกับไม่มีเที่ยวบินที่บินตรงจากไทยไปยังอาร์เจนตินา ทำให้การเดินทางและการขนส่งสินค้าต้องเสียค่าใช้จ่ายและเวลามาก
  • ค่าระวางเรือสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เส้นทางที่ประเทศแถบเอเชียใช้ขนส่งสินค้าไปยังประเทศอาร์เจนตินา คือ สิงคโปร์-เดอร์บับ-เคปทาวน์-โยฮันเนสเบอร์ก-บัวโนสไอเรส
  • นักธุรกิจของไทยและอาร์เจนตินาส่วนใหญ่ขาดข้อมูลทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างกัน ทำให้ความสนใจที่จะค้าขายกันมีน้อย
  • ปัญหาในการสื่อสาร เนื่องจากอาร์เจนตินาใช้ภาษาสเปนเป็นภาษาราชการ ในขณะที่นักธุรกิจไทยที่รู้ภาษาสเปนมีน้อย

ข่าวเศรษฐกิจ / เรื่องเด่น / ข่าวประชาสัมพันธ์ในศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา

  • อาร์เจนตินา ดินแดนทางตอนใต้ของลาตินอเมริกา หลายคนคงนึกถึงทีมชาติอาร์เจนตินาที่แข็งแกร่ง ในการแข่งขันฟุตบอลโลก แล้วเศรษฐกิจอาร์เจนตินาเข้มแข็งแค่ไหน?
  • เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2557 คณะผู้พิจารณา (Panel) ของ WTO มีคำตัดสินให้มาตรการของอาร์เจนตินาที่เกี่ยวกับการขอใบอนุญาตก่อนนำเข้า (DJAI Procedure) และการใช้ข้อบังคับทางการค้า (Trade-related Requirements) กับบริษัทที่มีการนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น กำหนดให้บริษัทนำเข้าต้องมีการส่งออกสินค้าที่ผลิตในอาร์เจนตินา ต้องใช้วัตถุดิบภายในประเทศในการผลิตสินค้า บังคับให้บริษัทต้องมีการลงทุนในอาร์เจนตินา เป็นต้น เข้าข่ายเป็นมาตรการที่จำกัดการนำเข้าสินค้า ขัดต่อกฎกติกาการค้าของ WTO...
  • ทางการอาร์เจนตินาเผยแผนก่อสร้างตึกระฟ้าสูงที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ โดยจะมีความสูง 355 เมตร ด้วยงบประมาณ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดจะแล้วเสร็จภายในอีก 5 ปี...
  • สหภาพแรงงานในอาร์เจนตินาก็ได้เริ่มต้นประท้วงเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 5 เดือน ด้วยการปิดล้อมทางเข้ากรุงบัวโนสไอเรส และเดินขบวนสู่ใจกลางเมือง หลังจากที่รัฐบาลอาร์เจนตินาผิดนัดชำระหนี้พันธบัตรในเดือนก.ค. ที่ผ่านมา...
  • หลังจากอาร์เจนตินาเกิดภาวะไม่สามารถชำระหนี้ปันผลดอกเบี้ยแก่นักลงทุนปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ได้ในเดือนที่ผ่านมา ล่าสุดประธานาธิบดีอาร์เจนตินา กริสตีนา เอลิซาเบต เฟร์นันเดซ เด กีร์ชเนร์ ประกาศแผนการเงินประเทศ ยื่นข้อเสนอสับเปลี่ยนตราสารหนี้เดิมที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายสหรัฐฯแลกกับตราสารใหม่ภายใต้กฎหมายอาร์เจนตินา เพื่อเลี่ยงที่จะตกอยู่ในสภาพไม่สามารถชำระหนี้ได้รอบใหม่ และทำให้หนึ่งในสองของบริษัทเฮดจ์ฟันด์ที่ฟ้องอาร์เจนตินาต่อศาลสหรัฐฯ ได้ประนามอาร์เจนตินาว่า “เป็นพวกนอกกฎหมาย”...
  • อาร์เจนตินาเตรียมยื่นเรื่องต่อสภาคองเกรสของสหรัฐเพื่อให้สามารถชำระหนี้แก่ผู้ถือพันธบัตรต่างชาติในอาร์เจนตินา โดยบลูมเบิร์กระบุว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวนับเป็นความพยายามเพื่อที่จะรับมือกับสถานการณ์หลังศาลสหรัฐมีคำสั่งห้ามอาร์เจนตินาชำระคืนหนี้สินและส่งผลให้ประเทศเผชิญกับภาวะผิดนัดชำระหนี้บางส่วนเมื่อปลายเดือนก.ค....


    

สาระน่ารู้

  • สหภาพการค้าแห่งนอร์เวย์ (The Norwegian Confederation of Trade Unions (LO)) – เป็นองค์กรคนงานที่ใหญ่ที่สุดและมีอิทธิพลมากที่สุดในนอร์เวย์
  • One Galle Face is Colombo's first internationally developed integrated lifestyle destination that makes living, working, entertainment and hospitality possible all in one location. Hong Kong's leisure entity Shanri-La Hotels and Resorts foresees the completion of this project by 2018 with a hefty investment of over US$ 600 million. The twin towers will be used for residence, which consist of 50 floors each, 16 penthouses and 8 duplex and simplex units. The target market is expatriates, international investors and the expanding population of Sri Lanka.
  • Following the tremendous success of the Exhibition 2018 and the 36th Annual Sessions, which took place at the Bandaranaike Memorial International Conference Hall in Colombo from February 22 to 25 earlier this year, the SLIA is proud to prsent  the next edition in a superior manner.<br />
    <br />
    Save the date :February 20th to 24th, 2019
  • The Institution of Engineers, Sri Lanka is the successor to the ‘Engineering Association of Ceylon’, which was founded in 1906. In 1968, the Institution of Engineers, Sri Lanka was made an incorporated body of the government, by an Act of Parliament. The IESL being the Apex body for engineering professionals in Sri Lanka, having a membership of more than 20,000, is called upon to represent the profession at many national forums and contribute to national development. By virtue of agreements it has entered into with the International Engineers’ Alliance (IEA) for mutual recognition of competencies, members assessed to have such competencies by IESL are eligible to practice engineering in the member countries including Japan, Australia, United Kingdom, Singapore, Pakistan, India, USA, Canada and South Korea.<br />
    <br />
    IESL with the Vision to be among the leading professional institutions of engineering and technology in the world, has Missioned Techno Sri Lanka’s for “Bringing out and Unleashing the Country’s Multi – Disciplinary Engineering Talents, to Drive Sri Lanka into Technological Excellence for Revolutionary Uplifting of Peoples’ Living Conditions and Prosperity”. Engineers are driven by passion to look beyond the regular, push borders and create the impossible. This is also reflective of the fact that Engineers over centuries are really innovators, who think beyond the realm and invent solutions for mankind, ahead of their time. That’s what engineering is all about and it’s the reason Engineers will always be the ingenious inventors and imaginative innovators throughout time.<br />
    <br />
    The flagship event of IESL, Techno Sri Lanka, since its inception in 1985 has grown to be the largest and the only engineering and technology exhibition held annually in Colombo. Techno, living up to its standards, has provided the means for uplifting peoples’ living conditions and has become an ideal venue for industry professionals, business heads, technologists and keen public to come together on a single global platform.<br />
    <br />
    The world is changing; engineers are in the forefront of this change. Expectations are very high in today’s society. However, the Planet’s resources are fast depleting and engineers have to be smart and innovative to achieve high goals with very low resource consumption. Technology should reach the masses and make them do things differently, as doing ‘business as usual’ will not leave a healthy planet for our children and grandchildren. We need ‘sustainable technologies’ that will revolutionize the day-to-day activities, such as mobile technology, nanotechnology, household solar PV technology and perhaps other inventions and breakthroughs to satisfy the society’s expectations and still not be blamed by our future generations for not leaving them a livable Planet Earth.<br />
    <br />
    Considering these facts, Techno Sri Lanka has redefined its Theme for the year 2018, aiming to fulfill the expectations of all stakeholders.
  • 01. - 03. November 2018 | Trade fair for hotels, hospitality, tourism and food businesses<br />
    <br />
    The Hotel, Hospitality & Food Asia in Sri Lanka has been designed by the dynamic development of the hotel and catering industry and the tourism and food companies to take account of South Asia. She is a specifically targeted at this sector business-to-business event. This exhibition is communication and information platform in the industry and provides the exhibiting companies the opportunity to present to an audience of experts here. Visitors can find information here thoroughly and comprehensively about the latest developments, trends, products and services in various fields. HHF Sri Lanka is the leading marketplace for regional networking and distribution, as well as a new basis for the procurement of products. The program will be held a culinary competition and other live features.<br />
    <br />
    The Hotel Hospitality & Food Asia will take place on 3 days from Thursday, 01. November to Saturday, 03. November 2018 in Colombo.
  • Infotel theme will be Towards a Digital Economy, is aligning with national priorities of enhancing the digital infrastructure of the country for facilitating a digitally empowered ecosystem while improving the Citizens’ engagement in a digital society.




เอกสารอ้างอิง

ดาวน์โหลด

ติดต่อหน่วยงาน

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบัวโนสไอเรส
Vuelta de Obligado 1947 - Piso 12, Capital Federal (C1428ADC), Buenos Aires
Tel: (5411) 4780-0555, 4783-6412
Fax: (5411) 4782-1616
Email : thaiembargen@fibertel.com.ar
Website: www.thaiembargen.org

ประเทศ / เขตเศรษฐกิจพิเศษ
ในภูมิภาคเดียวกัน