บริษัทต่างชาติสนใจเข้าซื้อธุรกิจโรงงานน้ำตาลในบราซิล


ปัจจุบันมีบริษัทต่างชาติหลายบริษัทให้ความสนใจซื้อกิจการโรงงานน้ำตาลในบราซิล เพราะเห็นโอกาสทางธุรกิจจากการที่อุตสาหกรรมน้ำตาลโลกจะมีกำลังการผลิตลดลงในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า โดยบริษัทต่าง ๆ ที่ให้ความสนใจเข้าซื้อโรงงานน้ำตาลของบราซิลมีทั้งที่เป็นบริษัทลงทุน (มองการเข้าซื้อเป็นการแสวงหาผลกำไรระยะสั้นเป็นหลัก) และบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมผลิตน้ำตาลและแปรรูปน้ำตาล อาทิ บริษัท Cevital บริษัทเอกชนใหญ่ที่สุดของแอลจีเรีย และบริษัท Fatima หนึ่งในกลุ่มบริษัทใหญ่ที่สุดของปากีสถาน นอกจากนี้ ยังมีบริษัทกองทุนรวมตราสารทุน (private-equity funds) เช่น บริษัท Amerra, บริษัท Proterra Investment Partners, บริษัท Castlelake และ บริษัท RK Partners ที่สนใจเข้าซื้อโรงงานน้ำตาลบราซิลด้วย
        
บริษัท Fatima สนใจที่จะควบรวมกิจการโรงงาน Madhu ซึ่งปัจจุบันเป็นของบริษัท Renuka (โรงงาน Madhu ตั้งอยู่ในรัฐเซาเปาลู โดย บริษัท Renuka ของอินเดียได้ซื้อกิจการตั้งแต่ปี 2553 เป็นกิจการเก่าแก่ดำเนินการมากว่า 30 ปี และเป็นหนึ่งใน 10 โรงงานผลิตน้ำตาลและเอทานอลที่ใหญ่ที่สุดในบราซิล) ทั้งนี้ บริษัท Fatima มีความสัมพันธ์ที่ดีกับ บริษัท Renuka โดยการเจรจาเพื่อควบรวมกิจการกำลังอยู่ในขั้นตอนของการประเมินราคาและประกวดราคา (บริษัท Fatima ประกอบกิจการหลายประเภทในปากีสถาน ได้แก่ โรงงานน้ำตาล กิจการค้าสินค้าโภคภัณฑ์ ปุ๋ย  สิ่งทอ เหมืองแร่และพลังงาน)
       
ขณะเดียวกัน บริษัท Cofco Agri รัฐวิสาหกิจของจีน ซึ่งเป็นเจ้าของโรงงานผลิตน้ำตาลในนครเซาเปาลู จำนวน 4 แห่ง ไม่แสดงความสนใจที่จะซื้อกิจการ โรงงาน Madhu โดยนาย Mercelo Andrade ปธ. บริษัทได้ชี้แจงว่าราคาของอ้อยที่นำมาผลิตน้ำตาลในโรงงานไม่สะท้อนความเป็นจริง (ราคาน้ำตาลถูก ทั้งที่ผลผลิตมีปริมาณน้อย) จึงยังไม่มีนโยบายขยายกิจการในปัจจุบัน
              
  1.  โรงงานน้ำตาล Madhu ของ บริษัท Renuka ยังเป็นที่สนใจของบริษัทลงทุนจากภาคเอกชน เช่น บริษัท Proterra Investment Partners และ บริษัท Castlelake ซึ่งได้ลงนามกับ บริษัท Renuka เพื่อเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ของโรงงาน Madhu
  2. บริษัท RK Partners บริษัทบราซิลที่ร่วมกิจการกับ บริษัท Cerberus Capital Management มีความเชี่ยวชาญด้านสินทรัพย์ที่มีปัญหา ได้ติดต่อกับตัวแทนของ บริษัท Renuka เพื่อประเมินความเป็นไปได้ในการซื้อสินทรัพย์ดังกล่าวต่อจากบริษัทของอินเดีย
  3. บริษัท Cevital ของแอลจีเรียสนใจที่จะซื้อและควบรวมกิจการโรงงานน้ำตาล Usina São Fernando ซึ่งเป็นสินทรัพย์ของนาย José Carlos Bumlai (อยู่ในขั้นตอนการดำเนินคดีที่เกี่ยวพันกรณีทุจริต Operation Car Wash) บริษัท Cevital มีโรงงานแปรรูปน้ำตาลที่ใหญ่ที่สุดในโลกและดำเนินกิจการด้านสินค้าเกษตรหลายประเภท รวมทั้งมีการผลิตเครื่องจักรกลการเกษตรทั้งในเอเชียและยุโรป อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเบื้องลึกเกี่ยวกับการซื้อและควบรวมกิจการดังกล่าว
  4. บริษัท Amerra แสดงความสนใจจะซื้อและควบรวมโรงงาน Usina São Fernando เช่นกัน แต่ต้องหยุดการเจรจาเนื่องจากนาย José Carlos Bumlai กำลังถูกดำเนินคดีการทุจริต Operation Car Wash

               
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลียข้อมูลที่น่าสนใจด้านอุตสาหกรรมน้ำตาลในบราซิลเพิ่มเติม ดังนี้

1.    บราซิลเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมการปลูกอ้อยเพื่อการเกษตรมาเป็นเวลาช้านาน นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1532 ปัจจุบันบราซิลผลิตน้ำตาลและส่งออกน้ำตาลได้เป็นลำดับ 1 ของโลก โดยผลิตได้ปีละมากกว่า 37 ล้านตัน และตั้งเป้าผลิตน้ำตาลให้ได้ 48 ล้านตันในอีก 10 ปีข้างหน้า ภาคกลางและภาคใต้ของบราซิลเป็นพื้นที่ที่ผลิตอ้อยได้มากที่สุดของโลก และผลผลิตน้ำตาลประมาณร้อยละ 50 ของประเทศมาจากรัฐเซาเปาลู ปัจจุบันโรงงานน้ำตาลของบราซิลมีแนวโน้มหันไปผลิตเอทานอลมากกว่าน้ำตาลเนื่องจากรายได้ดีกว่า และอ้อยให้ผลผลิตเอทานอลต่อปริมาณ fossil energy input สูงกว่าวัตถุดิบการเกษตรประเภทอื่น ๆ

2.    ตั้งแต่ปี 57 เป็นต้นมา อุตสาหกรรมน้ำตาลบราซิลประสบปัญหาราคาน้ำตาลตกต่ำ ทำให้โรงงานผลิตน้ำตาลในบราซิลต้องปิดกิจการไปมากกว่า 47 แห่ง ทั้งยังประสบปัญหาในการกู้ยืมเงินจากธนาคาร เพราะธนาคารประเมินว่าราคาน้ำตาลต้องดีกว่าที่เป็นอยู่ในสภาพปัจจุบัน จึงจะสามารถเพิ่มการผลิตได้

3.    ปี 58 - 59 เกษตรกรชาวไร่อ้อยและผู้ผลิตน้ำตาลทั่วโลกเผชิญกับปัญหาภาวะภัยแล้งและ     ฝนตกหนักสลับกัน จึงทำให้ผลผลิตอ้อยและน้ำตาลในประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ได้รับผลกระทบ มีผลผลิตลดต่ำลง โดยเฉพาะผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่ของโลกเช่นบราซิลที่พื้นที่ปลูกอ้อยในภาคกลางและภาคใต้ได้รับผลกระทบจากภาวะฝนตกหนัก ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเก็บเกี่ยวอ้อยและกระทบต่อผลผลิตและบางส่วนต้องนำไปแปรรูปผลิตเอทานอล ส่งผลให้ผลผลิตน้ำตาลลดลงเหลือ 30.7 ล้านตัน เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้าที่ผลผลิตน้ำตาลอยู่ที่ 32 ล้านตัน ล่าสุด สมาคมอุตสาหกรรมน้ำตาลแห่งบราซิล (UNICA Sugarcane Industry Association) รายงานว่าโรงงานส่วนใหญ่ได้หยุดทำการผลิตแล้ว มีเพียง 15 โรงงาน ที่ทำการผลิตในเดือนมกราคม 60

4.    ตั้งแต่ปี 58 จนถึงปัจจุบัน บริษัทและโรงงานน้ำตาลและเอทานอลของบราซิลเริ่มเสนอขายกิจการให้บริษัทต่างชาติที่มีความพร้อมเข้าลงทุน เนื่องจากบริษัทท้องถิ่นประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินและไม่สามารถกู้ยืมเงินจากธนาคารเพื่อดำเนินธุรกิจและขยายกิจการ ทั้งนี้ การเข้าซื้อหรือควบรวมกิจการต่าง ๆ ของบริษัทต่างชาติเหล่านี้จะมีการเจรจาเป็นการภายใน (การประชาสัมพันธ์ข่าวการขายกิจการมักเกิดขึ้นในสมาคมฯ และสมาพันธ์อุตสาหกรรมต่าง ๆ) ดังนั้น ด้วยเหตุที่อุตสาหกรรมน้ำตาลของบราซิลกำลังประสบปัญหาจนต้องมีการประกาศขายกิจการ ขณะที่ตลาดโลกยังมีความต้องการน้ำตาลในปริมาณที่สูง จึงเป็นโอกาสอันดีหากบริษัทไทยจะพิจารณาความเป็นไปได้ในการเข้าซื้อกิจการโรงงานน้ำตาลในบราซิล 


*******************************************


Credit photo from: www.FreeDigitalPhotos.net

6 กุมภาพันธ์ 2560

Back to the list

สาระน่ารู้อื่น ๆ