เกาะชวา (East Java) เกาะเศรษฐกิจเบอร์หนึ่งของอินโดนีเซีย
เกาะชวา (East Java) เกาะเศรษฐกิจเบอร์หนึ่งของอินโดนีเซีย


        ประชากรของอินโดนีเซียมีประมาณ 250 ล้านคนนั้น แบ่งเป็นประชากรที่อาศัยอยู่บนเกาะสุมาตราซึ่งเป็น เกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดประมาณ 55 ล้านคน อาศัยอยู่บนเกาะชวาประมาณ 155 ล้านคน ดังนั้นเกาะสุมาตราและเกาะชวาจึงนับเป็นตลาดขนาดใหญ่ของอินโดนีเซีย เนื่องจากมีสัดส่วนประชากรรวมกันเท่ากับร้อยละ 78 ของประเทศอินโดนีเซีย ชวาจึงเป็นเกาะที่มีประชากรอยู่มากที่สุดในอินโดนีเซียถือเป็นศูนย์กลางของการค้า การเงินและอุตสาหกรรม 


        เกาะชวาแบ่งออกเป็นชวาฝั่งตะวันตก ชวาฝั่งตะวันออก และชวากลาง โดยชวาฝั่งตะวันตกเป็นที่ตั้งของเมืองหลวง คือ กรุงจาการ์ตา สำหรับเมืองสุราบายานั้นตั้งอยู่บนเกาะชวาฝั่งตะวันออก สำหรับชวาฝั่งตะวันออกมีประชากรประมาณ 38.36 ล้านคน เป็นที่ตั้งของเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากจาการ์ตา คือเมืองสุราบายา ชวาฝั่งตะวันออกมีทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ พืชเศรษฐกิจ เช่น มะม่วง มะพร้าว ข้าวโพด น้ำตาล กาแฟ เหมืองแร่ ประมงและพลังงานใต้พิภพ

        ด้านเศรษฐกิจ จากสถิติปี 2557 ชวาฝั่งตะวันออกมีอัตราการเติบโตสูงที่สุดของเกาะชวา โดยมี GDP 5.86 รองลงมาคือ ชวากลางร้อยละ 5.42 และชวาฝั่งตะวันตกร้อยละ 5.06 ตามลำดับ และจากสถิติไตรมาสแรกของ ปี 2558 นั้น ชวาฝั่งตะวันออกก็ยังคงมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงเป็นอันดับหนึ่งเช่นกัน คือ ร้อยละ 5.25 


        ด้านการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) นั้น นักลงทุนจากประเทศมาเลเซีย เป็นนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนในชวาฝั่งตะวันออกมากที่สุด เงินลงทุนสะสม 4.57 ล้านล้านรูเปีย (ประมาณ 32,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) รองลงมา คือสหราชอาณาจักร เงินลงทุนสะสม 2.95 ล้านล้านรูเปีย (ประมาณ 21,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) และสิงคโปร์ เงินลงทุนสะสม 1.09 ล้านล้านรูเปีย (ประมาณ 7,600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) ตามลำดับ ชวาฝั่งตะวันออกมีศักยภาพในด้านการเป็นศูนย์กลางการขนส่งและการกระจายสินค้าไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก มีท่าเรือสำคัญคือ TANJUNG PERAK PORT ชวาฝั่งตะวันออกยังสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึง 8,860 เมกะวัตต์ เพียงพอต่อความต้องการและยังมีส่วนเกินอีก 1,199 เมกะวัตต์ โดยส่งให้ชวาฝั่งตะวันตก ชวากลาง รวมทั้งเกาะบาหลีอีกด้วย สำหรับปี 2558 ค่าแรงขั้นต่ำในเมืองขนาดใหญ่ เช่น สุราบายาอยู่ที่ 204 เหรียญสหรัฐฯ ต่อเดือน ส่วนค่าแรงที่ต่ำสุดอยู่ที่ 87 เหรียญสหรัฐฯ ต่อเดือน อุตสาหกรรมที่ต้องการให้นักลงทุนเข้ามาลงทุน คือ การสร้างถนน การท่องเที่ยว พลังงาน การเดินเรือ อุตสาหกรรมการผลิต เช่น การแปรรูปพืชผลทางการเกษตร สิ่งทอ ชิ้นส่วนยานยนต์ เหล็กและหินอ่อน

*****************

ขอขอบคุณข้อมูลจากวารสารส่งเสริมการลงทุน (BOI) โดย ช่อแก้ว ประสงค์สม

2 กุมภาพันธ์ 2559

Back to the list

สาระน่ารู้อื่น ๆ