บราซิลรุกพัฒนาระบบคมนาคม เสริมแรงตำแหน่งพี่ใหญ่ในลาติน
บราซิลรุกพัฒนาระบบคมนาคม เสริมแรงตำแหน่งพี่ใหญ่ในลาติน

บราซิลรุกพัฒนาระบบคมนาคม เสริมแรงตำแหน่งพี่ใหญ่ในลาติน


        เมื่อพูดถึงบราซิล หลายคนมองเห็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลกกับบทบาทแกนนำกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในสหประชาชาติ และบราซิลที่เป็นโต้โผกลุ่มประเทศกําลังพัฒนาที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วที่เรียกว่า BRICS (บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้) แต่เมื่อมองลึกลงไปถึงหลังบ้าน จะพบว่าบราซิลยังติดข้อจำกัดด้านระบบคมนาคมขนส่งที่ส่งผลให้การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไม่เป็นไปตามเป้าหมายเท่าที่ควร ซึ่งบราซิลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เร่งออกนโยบายพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศอย่างต่อเนื่อง
     
        ความด้อยประสิทธิภาพของระบบคมนาคมที่ว่านั้น ดูได้จากที่ในปัจจุบัน บราซิลยังไม่มีรถไฟความเร็วสูงเชื่อมระหว่างรัฐ มีเพียงรถไฟที่ใช้ในการขนส่งสินค้าเท่านั้น ชาวบราซิลส่วนใหญ่ยังคงเดินทางข้ามรัฐโดยเครื่องบินเป็นหลัก บางส่วนก็นิยมเดินทางโดยรถประจำทาง ปริมาณยานพาหนะบนท้องถนนมีค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับขนาดพื้นที่ที่ใกล้เคียงกับสหรัฐอเมริกา (8.5 ล้านตารางกิโลเมตร) รัฐบาลบราซิลตระหนักถึงข้อจำกัดเหล่านี้

        ระบบคมนาคมขนส่งทางถนนของบราซิล แม้ว่าจะครอบคลุมพื้นที่กว่า 2 ล้านกิโลเมตรแล้วทั่วประเทศ แต่กลับมีทางหลวง (Highway) ที่ปรับปรุงแล้วเสร็จเพียง 200,000 กิโลเมตร หรือร้อยละ 10 ของถนนทั้งหมด ถนนส่วนใหญ่ของประเทศยังไม่ได้มาตรฐานนัก ส่งผลให้ความสะดวกในการเดินทางของประชาชนและการขนส่งเชิงพาณิชย์อยู่ในระดับต่ำ รัฐบาลบราซิลในปัจจุบันวางเป้าหมายการขยายเส้นทางหลวงเพิ่มอีก 7,500 กิโลเมตร วางเครือข่ายคมนาคมให้ทันสมัยและครบวงจร ตั้งเป้าลดต้นทุนการขนส่งสินค้าลงอย่างน้อยร้อยละ 30 ภายในปี 2020

        ทางรถไฟที่มีความสำคัญตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันในการขนส่งสินค้าและวัตถุดิบต่าง ๆ ภายในประเทศ และเพื่อเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างอาร์เจนตินา โบลิเวีย และอุรุกวัย ที่ผ่านมา ไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร และเมื่อผลผลิตสินค้าโภคภัณฑ์ลดต่ำลง เส้นทางรถไฟหลายสายจึงไม่ได้ใช้งานและต้องปิดเส้นทางไป

        รัฐบาลบราซิลได้หันกลับมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบทางรถไฟอีกครั้ง โดยตั้งเป้าหมายสร้างทางรถไฟระยะทาง 12,000 กิโลเมตร ให้แล้วเสร็จภายในปี 2020 นอกจากนี้ รัฐบาลบราซิลสร้างความร่วมมือด้านระบบรางสามฝ่ายระหว่างจีน-บราซิล-เปรู เพื่อพัฒนาและเชื่อมโยงระบบขนส่งสินค้าระหว่างฝั่งตะวันออกกับฝั่งตะวันตกของภูมิภาคลาตินอเมริกา จากเมืองรีโอ เด จาเนโร ไปยังพื้นที่ทางตอนเหนือของเปรู

        ไม่เพียงเท่านี้ รัฐบาลบราซิลยังเร่งแผนการพัฒนาระบบขนส่งทั้งทางเรือและทางอากาศควบคู่ไปด้วย อาทิ การให้สัมปทานการก่อสร้างท่าเรือแห่งใหม่ซึ่งครอบคลุมถึงการก่อสร้างท่าเรือส่วนตัว รวมมูลค่ากว่า 6 แสนล้านบาท รัฐบาลแซมบ้ายังได้ให้สัมปทานการก่อสร้างสนามบินใหม่จำนวน 2 แห่ง คือ สนามบิน Galeao ในเมืองรีโอเดจาเนโร และสนามบิน Confins ในเมือง Belo Holizonte รวมทั้งอนุมัติแผนการลงทุนภายใต้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อพัฒนาเครือข่ายสนามบินในประเทศ มูลค่ากว่า 1.2 ล้านล้านบาท ทั้งหมดนี้เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านโลจิสติกส์ของบราซิล

        ดูจากคำมั่นของรัฐบาลบราซิลในยุคนี้ที่จะเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน คงอีกไม่นานที่งบลงทุนในโครงข่ายคมนาคมจะผลิดอกออกผลกลายเป็นโอกาสทางธุรกิจด้วยต้นทางด้านโลจิสติกส์ที่ลดต่ำลง
ภาคเอกชนที่สนใจภูมิภาคลาตินอเมริกาควรติดตามการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมของพี่ใหญ่อย่างบราซิลอย่างใกล้ชิด สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย ได้จัดทำข้อมูล “ระบบการคมนาคมขนส่งและโครงสร้างพื้นฐานของบราซิล” ไว้ให้ศึกษาอย่างละเอียด เพื่อประกอบการพิจารณาหาโอกาสในตลาดนี้แต่เนิ่น ๆ 

 

ท่านสามารถอ่านข้อมูลการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของบราซิลเพิ่มเติมได้ที่ CLICK HERE

แหล่งข้อมูลอ้างอิง : สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย 

************************************
2 ธันวาคม 2558

Back to the list

สาระน่ารู้อื่น ๆ