ส่องกลยุทธ์จีนบุกเหมืองแร่เหล็กในแอฟริกา
ส่องกลยุทธ์จีนบุกเหมืองแร่เหล็กในแอฟริกา
               การสร้างความเชื่อใจระหว่างผู้เข้าไปลงทุนกับชาวท้องถิ่นเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่จีนใช้ในการบุกธุรกิจเหมืองแร่ในดินแดนแอฟริกา นับว่าน่าสนใจไม่น้อยสำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการพิชิตตลาดต่างประเทศ

          เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัทจีนได้เข้าซื้อกิจการเหมืองแร่เหล็กในทวีปแอฟริกาที่อยู่ในภาวะตกต่ำ นาย Henry Tugendhat จาก Institute of Development Studies วิเคราะห์ว่าบริษัทจีนใช้กลยุทธ์ ‘stick-at-it’ ที่สร้างความน่าเชื่อถือและสร้างความไว้วางใจจากชาวท้องถิ่น โดยการแสดง “น้ำใจ” ยื่นมือเข้ามาอุ้มอุตสาหกรรมสำคัญภายในทวีปในช่วงวิกฤต

         แม้ว่าจะต้องขาดทุนในระยะสั้นก็ตาม บริษัท African Minerals เจ้าของเหมืองเหล็กที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของทวีป ในเมือง Tonkolili ประเทศเซียร์ราลีโอน ประกาศปิดเหมืองหลังต้องเผชิญกับสถานการณ์ราคาแร่เหล็กตกต่ำและการแพร่ระบาดของเชื้ออีโบลา ในสถานการณ์เช่นนี้คงไม่มีใครคิดอยากจะซื้อกิจการเหมืองเหล็กนี้ต่อ แต่บริษัทของรัฐบาลจีน ‘Shandong Iron and Steel Group’ กลับซื้อเหมืองดังกล่าวในเดือนเมษายนที่ผ่านมา 

           นอกจากบริษัทของรัฐบาลจีนแล้ว บริษัท Hebei Iron and Steel Group เป็นอีกบริษัทหนึ่งที่เทคโอเวอร์บริษัทเหล็กกล้าสัญชาติสวิส แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของจีนที่เริ่มคืบคลานเข้าไปในอุตสาหกรรมแร่เหล็กทวีปแอฟริกา

         ขณะที่บริษัทจีนที่ทำเหมืองแร่ทองแดงในประเทศแซมเบียเป็นเพียงบริษัทเดียวที่ไม่ปลดคนงานออกเมื่อเกิดวิกฤตเหมืองแร่ในปี 2009 เพราะพวกเขาเชื่อว่าขาลงของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ในครั้งนี้จะสามารถฟื้นคืนและกลับมาแข็งแกร่งได้อีกครั้งพร้อมกับความเชื่อใจของชาวพื้นเมืองที่มีต่อบริษัทเอง 

         กลยุทธ์การบริหารบริษัทของจีนวิธีนี้ เป็นหนึ่งในวิธีที่น่าสนใจเพราะนอกจากจะสามารถพิชิตใจกลุ่มคนงานแอฟริกาในพื้นที่แล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทางอ้อม ทำให้ธุรกิจหลายภาคส่วนในแอฟริกาเปิดรับการลงทุนจากจีนมากขึ้น เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการไทยที่จะนำกลยุทธ์นี้ไปปรับใช้ให้เข้ากับการทำธุรกิจในแอฟริกาหรือในประเทศต่างแดนอื่น ๆ

ที่มา : The Economist, http://www.economist.com/node/21657626
1 กันยายน 2558

Back to the list

สาระน่ารู้อื่น ๆ