รัฐสภายุโรปมีมติเรื่องการลดการใช้ถุงพลาสติกที่มีความหนาน้อยกว่า 50 ไมครอน
รัฐสภายุโรปมีมติเรื่องการลดการใช้ถุงพลาสติกที่มีความหนาน้อยกว่า 50 ไมครอน
รัฐสภายุโรปมีมติเรื่องการลดการใช้ถุงพลาสติก โดยได้ตั้งเป้าหมายให้ลดการใช้ถุงพลาสติกที่มีความหนาน้อยกว่า 50 ไมครอนลงร้อยละ 50 ภายในปี 2017 (เมื่อเทียบกับปี 2010) และลดลงร้อยละ 80 ภายในปี 2019 ยกเว้นพลาสติกประเภทที่บางมากที่ใช้สำหรับห่ออาหาร อาทิ เนื้อดิบ ปลา และผลิตภัณฑ์จากนม โดยเสนอให้ใช้มาตรการต่างๆ อาทิ การเก็บภาษี การจำกัดทางการตลาด และการห้ามใช้ อย่างไรก็ดี จะไม่บังคับประเทศสมาชิกในการออกกฎหมายห้ามใช้ถุงพลาสติก แต่จะอนุญาตให้ออกกฎหมายในลักษณะที่ไม่ละเมิดกฎเกณฑ์การเป็นตลาดเดียว
         สำหรับถุงพลาสติกที่ใช้ห่ออาหาร อาทิ ผลไม้ ผัก และขนม ได้เสนอให้ทดแทนด้วยการใช้ถุงที่ทำจากกระดาษรีไซเคิล หรือ ถุงที่ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ภายในปี 2019 ทั้งนี้ ฝ่ายอุตสาหกรรมพลาสติกก็ได้แสดงความไม่พอใจ โดยกล่าวว่า ถุงที่ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาตินั้น ไม่สามารถย่อยสลายได้เองอย่างสมบูรณ์ในการฝังกลบ และไม่สามารถย่อยสลายในน้ำได้ นอกจากนี้ European waste-treatment association ยังได้กล่าวว่า ถึงที่ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ สร้างความยุ่งยากให้กับผู้จัดการรีไซเคิล
         มติดังกล่าว ทำให้ผู้ประกอบการต้องศึกษาข้อมูลของแต่ละประเทศสมาชิกอียูที่จะเป็นเป้า หมายของการส่งออกถุงพลาสติก เนื่องจากจากมติดังกล่าว บางประเทศอาจออกกฎหมายห้ามใช้ถุงพลาสติกที่มีความหนาน้อยกว่า 50 ไมครอน ในขณะที่บางประเทศอาจไม่ห้าม




แหล่งข้อมูลอ้างอิง : สนับสนุนข้อมูลโดย สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงบรัสเซลส์
8 พฤษภาคม 2557

Back to the list

สาระน่ารู้อื่น ๆ