EU เตรียมปรับปรุงระดับการสุ่มตรวจผักนำเข้าจากไทย
EU เตรียมปรับปรุงระดับการสุ่มตรวจผักนำเข้าจากไทย
         สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ และคณะผู้ไทยประจำสหภาพยุโรป (EU) แจ้งว่าคณะกรรมาธิการยุโรปด้านสุขอนามัยและการคุ้มครองผู้บริโภค (DG Sanco) ของ EU เตรียมปรับปรุงระดับการสุ่มตรวจผักนำเข้าจากไทย โดยหลังจากที่ EU ประเมินรอบ 3 เดือนครั้งล่าสุดตามเกณฑ์การวัดระดับความเสี่ยงทางสุขอนามัย ฝ่าย EU ได้ถอนผักกลุ่มดอกกะหล่ำออกจากรายการผักที่ต้องผ่านการสุ่มตรวจแล้ว แต่ยังมีสินค้าผักของไทยหลายชนิดที่จะต้องขนส่งผ่านช่องทางนำเข้าพิเศษ (specific Designated Points of Entry – DPE) เพื่อผ่านการสุ่มตรวจอย่างเข้มงวดและลงบันทึกโดยละเอียด ด้วยอัตราการสุ่มตรวจที่ค่อนข้างสูงคืออย่างน้อยในร้อยละ 10 ของปริมาณผักที่นำเข้า ได้แก่
1. ถั่วฝักยาว ตรวจสารพิษฆ่าแมลงตกค้างในร้อยละ 20 ของปริมาณนำเข้า
2. มะเขือยาว ตรวจสารพิษฆ่าแมลงตกค้างในร้อยละ 20 ของปริมาณนำเข้า
3. โหระพา ตรวจสารพิษฆ่าแมลงตกค้างและตรวจการปนเปื้อนของแบคทีเรีย Salmonella ในร้อยละ 10 ของปริมาณนำเข้า
4. ผักชี ตรวจสารพิษฆ่าแมลงตกค้างและตรวจการปนเปื้อนของแบคทีเรีย Salmonella ในร้อยละ 10 ของปริมาณนำเข้า
5. ใบสะระแหน่ ตรวจการปนเปื้อนของแบคทีเรีย salmonella ร้อยละ 10 ของปริมาณนำเข้า
6. พริกไทย ตรวจสารพิษฆ่าแมลงตกค้างร้อยละ 10 ของปริมาณนำเข้า
        อย่างไรก็ตาม  EU กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาเพิ่มใบชะพลู (betel leaves) เข้าไปในรายการผักที่จะถูกสุ่มตรวจการปนเปื้อนของแบคทีเรีย salmonella ร้อยละ 10 ของปริมาณนำเข้าเพิ่มเติมด้วย
        แม้ EU จะพอใจที่ผักในกลุ่มดอกกะหล่ำของไทยผ่านการตรวจสอบด้านสุขอนามัย แต่ก็ยังคงมีความกังวลอย่างต่อเนื่องในผักชนิดอื่นๆ โดยได้เพิ่มผักชนิดใหม่เข้ามาในบัญชีด้วย ผู้ประกอบการไทยจึงยังคงจะต้องติดตามมาตรการตรวจสอบของ EU และปรับปรุงกระบวนการผลิตตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานอย่างเคร่งครัดต่อไป




แหล่งข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ และคณะผู้ไทยประจำสหภาพยุโรป
28 มีนาคม 2557

Back to the list

สาระน่ารู้อื่น ๆ