การจัดตั้งธุรกิจร้านอาหาร
ธุรกิจร้านอาหารถือเป็นธุรกิจที่ใช้เวลา ทำการประมาณ 10 - 15 ชั่วโมงต่อวัน ผู้ประกอบการจำต้องหมั่นพัฒนาและปรับปรุงสม่ำเสมอในด้านฝีมือการปรุงอาหาร การจัดเสนออาหาร การบริการ การจัดการต้นทุน การจัดเก็บวัตถุดิบ การถนอมอาหาร การจัดจ้างพนักงาน การตลาด และการประชาสัมพันธ์  อีกทั้งยังต้องคำนึงถึงกฏหมายต่างๆที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบอนุญาตประกอบการ ใบอนุญาตการจัดซื้อ หรือเช่าซื้อสถานที่ประกอบการ

    ประเภทธุรกิจร้านอาหาร แบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ
    1. ร้านอาหาร Traditional - มักจะเป็นอาหารหลากหลายประเภท กลุ่มลูกค้าหลากหลาย
    2. ร้านอาหาร Ethnic - จะเน้นอาหารประจำท้องถิ่น ประเทศต่างๆ
    3. ร้านอาหาร Specialty - จะเน้นอาหารที่มีการจัดเตรียมแตกต่างจากอาหรทั่วไป เช่น มังสวิรัต
    4. ร้านอาหาร Coffee Shop - จะเน้นอาหารว่าง และเครื่องดื่มเป็นหลัก
    5. ร้านอาหาร Fast Food - มักจะเป็นอาหารที่จัดเตรียมง่าย ใช้เวลาน้อย เมนูจำกัด นิยมจัดการในรูปแบบ Franchise
    6. ร้านอาหาร Cafeteria - มักจะเป็นอาหารที่จัดเตรียมมาแล้ว ผู้บริโภคมีจำนวนมาก
    7. ร้านอาหาร Self-Serve - มักจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก ไม่มีพนักงานเสริฟ ลูกค้ามักจะบริการตัวเอง

    สิ่งที่ควรคำนึงในการการจัดตั้งธุรกิจร้านอาหาร
    1. Licenses เช่น ใบประกอบการธุรกิจท้องถิ่น ใบประกอบการธุรกิจอาหาร ใบประกอบการดนตรี ใบประกอบการเครื่องดื่ม เป็นต้น
    2. Permits เช่น ใบอนุญาตค้าขาย ใบอนุญาตอาคารสถานที่
    3. Regulations เช่นกฏระเบียบเกี่ยวกับสุขอนามัย (Health Regulations) กฏระเบียบเกี่ยวกับความปลอดภัย กฏระเบียบเกี่ยวกับภาษี  การจัดแบ่งพื้นที่ทำการ (Zoning by-laws)  กฏหมายว่าด้วยอาหารและยา  กฏระเบียบการควบคุมการสูบบุหรี่ เป็นต้น

      การขอใบอนุญาตประกอบการธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม

            (Food-Primary Licence Restaurants)

* การขอใบอนุญาตดังกล่าวนี้จะเน้นสำหรับจังหวัด British Columbia เป็นหลัก

       ใบ อนุญาตประเภทนี้เหมาะสำหรับร้านอาหารที่เน้นขายอาหารเป็นหลัก และอนุญาตให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นรายได้เสริม  โดยร้านอาหารจะขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ทุกประเภทให้ลูกค้าแต่จะต้องขาย พร้อมกันกับอาหาร 
สำหรับร้านอาหารที่มีขนาด 50 ที่นั่งหรือมากกว่าสามารถจัดแบ่งบริเวณแยกต่างหาก (Lounge) และขอใบอนุญาตขายแต่เฉพาะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้
ร้านอาหารอาจจะเปิด บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถขายได้ในช่วง 9:00 - 4:00 นาฬิกาเท่านั้น (การเปิดให้บริการในเวลากลางคืน หรือหลังเที่ยงคืน ผู้ประกอบการจะต้องขออนุญาตจากภาครัฐท้องถิ่นก่อน)  ร้านอาหารที่มี Food-Primary Licence นี้สามารถเปิดให้บริการกับเด็กๆได้

ธุรกิจร้านอาหารที่ไม่สามารถขอ Food-Primary Licence ได้มีดังต่อไปนี้
1. ร้านอาหารที่อยู่ในศูนย์อาหาร (Mall Food Fairs)
2. ร้านอาหารที่เน้นการขายโดยลูกค้าโทรมาสั่ง และนำกลับไปทานนอกร้าน
3. ร้านอาหารที่เน้นการรับจัดเลี้ยง โดยไม่มีห้องครัวประกอบอาหาร
4. ร้านอาหารเคลื่อนที่ หรือรถเข็น

ขั้นตอนในการขอใบอนุญาต Food-Primary Licence

มีดังต่อไปนี้

ขั้นตอนที่ 1 หลักเกณฑ์พิจารณาว่าผู้ประกอบการมีสิทธิ์ในการขอใบอนุญาตหรือไม่
1. ผู้ประกอบการจะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 19 ปี
2. ผู้ ประกอบการจะต้องพำนักอยู่ในท้องถิ่น (British Columbia) เป็นสัญชาติแคนาดา (Canadian) หรือเป็นผู้อยู่อาศัยถาวร (Permanent Resident) ในแคนาดา  หากเป็นธุรกิจประเภทนิติบุคคล และผู้ประกอบการไม่ได้อยู่ในท้องถิ่นนั้น  ผู้ประกอบการจะต้องแต่งตั้งผู้จัดการร้านขึ้น (Resident Manager)
ผู้ ประกอบการหรือผู้จัดการร้าน (Resident Manager) จะต้องยื่นใบประวัติอาชญากรรม (Criminal Record) หากผู้ประกอบการเคยมีใบอนุญาต Food-Primary Licence มาก่อน และมีประวัติบันทึกการบริหารงานที่ไม่ดี ก็อาจทำให้การอนุมัติครั้งใหม่นี้ยากขึ้น

ขั้นตอนที่ 2  เอกสารต่างๆที่ต้องเตรียม
1. ใบสมัครขออนุญาต Food-Primary Licence
2. แบบวาดแผนผังร้านอาหาร*
3. ใบประวัติอาชญากรรม (Criminal Record)
4. ค่าธรรมเนียมโดยประมาณ CAD$ 475 (non refundable)
5. สำเนาใบขับขี่ หนังสือเดินทาง หรือบัตรประจำตัวอื่นๆ
6. สำเนาเมนูอาหาร
7. รายการเครื่องใช้ในครัวต่างๆที่ใช้งาน รวมถึงจาน ชาม ช้อน ส้อม มีด
8. ตัวอย่างรูปแบบป้ายร้านอาหาร
* แผนผังร้านอาหาร – จะต้องแสดงในอัตราส่วนย่อขนาดที่ถูกต้อง แสดงจำนวนผู้เข้าใช้บริการได้มากที่สุดกี่คน และได้รับการอนุมัติรับรองจากสถานีตำรวจดับเพลิงประจำท้องที่นั้น

หาก ผู้ประกอบการต้องการเปิดให้บริการหลังเที่ยงคืน หรือให้บริการความบันเทิงต่างๆ เช่น เต้นรำ หรือร้องเพลงคาราโอเกะ จะต้องได้รับอนุญาตจากภาครัฐส่วนท้องถิ่นด้วย
 
ใน British Columbia In ผู้ประกอบการร้านอาหาร หรือพนักงานอย่างน้อย 1 คนจะต้องมีใบประกาศนียบัตร FOODSAFE และ Serving It Right Certificate ด้วย

ขั้นตอนที่ 3  ค่าธรรมเนียมต่างๆ
นอก เหนือจากค่าธรรมเนียมโดยประมาณ CAD$ 475 (non refundable) แล้ว เมื่อได้รับการอนุมัติผู้ประกอบการจะต้องเสียค่าธรรมเนียมประจำปีสำหรับปี แรก CAD$ 475 ส่วนในปีต่อๆไปค่าธรรมเนียมจะแตกต่างขึ้นอยู่กับจำนวนแอลกอฮอล์ที่สั่งซื้อ ในปีนั้นๆ

จำนวนแอลกอฮอล์ที่สั่งซื้อต่อปี

ค่าธรรมเนียม

$12,500 หรือน้อยกว่า

$275

มากกว่า $12,500 แต่ไม่เกิน $20,000

$550

มากกว่า $20,000 แต่ไม่เกิน $45,000

$825

มากกว่า $45,000 แต่ไม่เกิน $100,000

$1100

มากกว่า $100,000 แต่ไม่เกิน $250,000

$1200

มากกว่า $250,000

$1400

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมสามารถค้นหาเพิ่มเติมได้ที่ www.hsd.gov.bc.ca/lclb/docs-forms/LCLB010.pdf หากผู้ประกอบการขอต่ออายุ Food-Primary Licence หลังจากที่หมดอายุแล้วแต่ไม่เกิน 30 วัน จะถูกปรับ $200 แต่หากเกิน 30 วันแล้วการขอต่ออายุ Food-Primary Licence อาจถูกปฏิเสธได้

ขั้นตอนที่ 4  ใบสมัครขออนุญาต Food-Primary Licence
แบบฟอร์มใบสมัครขออนุญาต Food-Primary Licence สามารถขอได้จาก Liquor Control and Licensing Branch Head Office หรือดาว์โหลดได้จาก
www.hsd.gov.bc.ca/lclb/docs-forms/LCLB001B.pdf
แบบฟอร์มใบประวัติอาชญากรรม (Criminal Record) สามารถดาว์โหลดได้จาก www.hsd.gov.bc.ca/lclb/docs-forms/LCLB004.pdf และ www.hsd.gov.bc.ca/lclb/docs-forms/GR3584.pdf หากผู้ประกอบการพำนักอยู่นอกประเทศแคนาดาแต่เคยอยู่ในประเทศไม่เกิน 5 ปี หรือเคยมีประวัติอาชญากรรมมาก่อนจะต้องยื่นแบบฟอร์ม Statutory Declaration ซึ่งต้องได้รับการรับรองจากทนายความ Notary Public หรือ Commissioner for Taking Affidavitsโดยตัวอย่างสามารถดาว์ โหลดได้จาก www.hsd.gov.bc.ca/lclb/docs-forms/SampleStatutoryDec.rtf

ขั้นตอนที่ 5  ขั้นตอนการพิจารณา
เมื่อผู้ประกอบการได้ยื่นใบขออนุญาตจดทะเบียน Food-Primary Licence แล้ว ขั้นตอนการพิจารณาแบ่งออกดั้งนี้
1. ทาง Liquor Control and Licensing Branch จะตรวจสอบเอกสารต่างๆว่าครบถ้วนหรือไม่  หากไม่ครบถ้วนเอกสารทุกอย่างจะถูกส่งกลับมาพร้อมจดหมายแจ้งว่าเอกสารชุดใด บ้างที่ผู้ประกอบการจะต้องส่งเพิ่มเติม
2. เมื่อเอกสารครบถ้วนแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จะพิจารณาดูว่าผู้ประกอบการมีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนดหรือไม่ หากคุณสมบัติตรงตามที่กำหนด ผู้ประกอบการจะได้รับจดหมายแจ้งให้ติดต่อ Local Liquor Inspector เพื่อทำการตรวจสอบสถานที่ประกอบการภายใน 30 วัน  Local Liquor Inspector จะตรวจดูชื่อร้าน และป้ายชื่อร้านให้ถูกต้องตามกำหนด
3. ผู้ประกอบการ หรือหนึ่งในผู้ถือหุ้น หรือผู้จัดการร้านจะต้องแสดงตัวขณะที่เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบสถานที่ประกอบ การ  และจะต้องเตรียมแบบวาดแผนผังร้านอาหารขนาดใหญ่หนึ่งชุด ขนาดเล็กหนึ่งชุด (8.5” x 11”) และ สำเนา Serving It Right Certificate
4. ทาง Liquor Control and Licensing Branch จะประเมินผลจากตรวจสอบทุกอย่างรวมถึงเอกสารการจดทะเบียนผู้เสียภาษี และออกใบ Food-Primary Licence ในที่สุด


27 กันยายน 2556

Back to the list

สาระน่ารู้อื่น ๆ