คำแนะนำนักท่องเที่ยวสำหรับการเดินทางไปประเทศบราซิล
คำแนะนำนักท่องเที่ยวสำหรับการเดินทางไปประเทศบราซิล
ข้อมูลทั่วไป
  • ประเทศบราซิลมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก เท่า ๆ กับสหรัฐฯ มีประชากรประมาณ 190 ล้านคน แบ่งเป็น 26 รัฐ กับ 1 เขตนครหลวง เมืองสำคัญในบราซิล ได้แก่ กรุงบราซิเลีย (เมืองหลวง) นครเซาเปาลู (ศูนย์กลางทางธุรกิจ/การค้า และที่ตั้งโรงงานต่าง ๆ) และนครรีโอเดจาเนโร (เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง) เป็นต้น
  • ภาษาราชการ คือ ภาษาโปรตุเกส คนบราซิลส่วนใหญ่ไม่เข้าใจภาษาอังกฤษเลย ฉะนั้น ผู้ที่จะเดินทางมาบราซิลควรหาคู่มือภาษาโปรตุเกสพื้นฐานไว้ในกรณีที่ต้อง สื่อสารกับคนท้องถิ่น
  • หน่วยเงินตราที่ใช้ในบราซิล คือ เฮอัล (อัตราแลกเปลี่ยนในปัจจุบัน คือ 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับประมาณ 1.95 เฮอัล) นักท่องเที่ยวสามารถแลกเปลี่ยนเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐเป็นเงินสกุลเฮอัล ได้ตามสถานที่ต่างๆ อาทิ โรงแรม ธนาคาร และร้านรับแลกเปลี่ยนเงินตรา (casa de câmbio) การใช้บัตรเครดิตเป็นที่ยอมรับตามโรงแรม ภัตตาคาร และห้างสรรพสินค้าทั่วไป
    สภาพทั่วไปของกรุงบราซิเลีย
  • กรุงบราซิเลียเป็นเมืองหลวงของบราซิลตั้งแต่ ปี 1960  มีขนาดประมาณ 5,800 ตร. กม. จำนวนประชากรประมาณ 2.5 ล้านคน เป็นที่ตั้งของสถานที่ราชการต่าง ๆ รวมถึงทำเนียบประธานาธิบดี และรัฐสภา มีชื่อเสียงเรื่องสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ซึ่งออกแบบโดย Oscar Niemeyer สถาปนิกชื่อดังชาวบราซิล ระบบ   รถโดยสารสาธารณะ รวมถึงรถไฟใต้ติดยังไม่ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ สถานที่ต่าง ๆ กระจายอยู่ในบริเวณกว้าง จึงจำเป็นต้องใช้รถยนต์


สภาพทั่วไปของนครเซาเปาลู

  • นครเซาเปาลูมีขนาดประมาณ 7,900 ตร. กม. จำนวนประชากรประมาณ 19 ล้านคน ในตัวเมืองแบ่งเป็นเขตย่อย 31 เขต เป็นมหานครที่มีจำนวนประชากรมากเป็นอันดับ 8  ของโลก เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุด    ในบราซิล และมีขนาดใหญ่และจำนวนประชากรมากเป็นอันดับสองในภูมิภาคลาตินอเมริกา รองจาก          กรุงเม็กซิโก เป็นเมืองศูนย์กลางทางธุรกิจของภูมิภาคลาตินอเมริกา การคมนาคมสะดวก มีบริการรถไฟใต้ดินทั่วถึง การเดินทางโดยรถยนต์ควรเผื่อเวลาให้มากเนื่องจากปัญหาการจราจรติดขัดโดย เฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน ด้วยขนาดของเมือง ปัญหาการจราจร และการกระจุกตัวของผู้ที่มีฐานะมั่งคั่งในบราซิล ทำให้มีบริการแท็กซี่ด้วยเฮลิคอปเตอร์มากที่สุดในโลก  

สภาพทั่วไปของนครรีโอเดจาเนโร

  •   นครรีโอฯ เป็นเมืองชายทะเลที่มีทัศนียภาพสวยงาม เนื่องจากอยู่ติดกับภูเขา และมีพื้นที่สีเขียวค่อนข้างมาก มีพื้นที่เฉพาะในตัวเมืองมีขนาดประมาณ 1,200 ตร. กม. (เล็กกว่ากรุงเทพฯ เล็กน้อย) จำนวนประชาการทางการ 6 ล้านคน นครรีโอฯ แบ่งเป็นโซนเหนือ โซนตะวันตก โซน Centro และโซนใต้ โซน Centro เป็นย่านการค้าและธุรกิจ ส่วนโซนใต้ (Zona Sul) เป็นโซนที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เนื่องจากเป็นย่านชาดหาดชื่อดัง ของบราซิลอย่าง Copacabana และ Ipanema เป็นที่ตั้งของโรงแรมส่วนใหญ่ รวมถึงที่พักของคณะผู้แทนไทย ทุกโซนสามารถเดินทางติดต่อกันได้สะดวกทั้งโดยรถยนต์ รถประจำทาง และรถไฟใต้ดิน




การเดินทางเข้าประเทศ

  •   ผู้เดินทางต้องมีหนังสือเดินทางที่ยังมีอายุเกิน 6 เดือน และต้องฉีดยาป้องกันไข้เหลือง เนื่องจากประเทศบราซิลยังเป็นเขตระบาดของไข้เหลือง และสายการบินต้นทางอาจปฏิเสธไม่ให้ขึ้นเครื่องหากไม่มีใบรับรองการฉีดวัคซีน ไข้เหลืองไปแสดง หรืออาจถูกปรับเมื่อเดินทางถึงบราซิล ทั้งนี้ ควรสอบถามจาก สถานเอกอัครราชทูตบราซิลประจำประเทศไทย สายการบินที่ใช้เดินทางและหน่วยงานด้านสาธารณสุขของไทยก่อนเดินทาง
  • ประเทศไทยและประเทศบราซิลมีความตกลงยกเว้นการตรวจลงตรา (วีซ่า) ระหว่างกัน บุคคลสัญชาติไทยสามารถเดินทางเข้าประเทศบราซิลเพื่อการท่องเที่ยวได้โดยไม่ ต้องขอรับการตรวจลงตราและจะได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศบราซิลได้ไม่เกิน 90 วัน
  • คนไทยที่จะเดินทางเข้าไปยังประเทศบราซิลระยะยาวเพื่อศึกษาหรือทำงาน ต้องขอรับการตรวจลงตรา (วีซ่า) จากสถานเอกอัครราชทูตบราซิลประจำประเทศไทย ที่กรุงเทพ ฯ

    ข้อควรรู้เกี่ยวกับสนามบิน
  • ชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าบราซิลต้องผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและ พิธีการทางศุลกากรที่เมืองแรกที่เดินทางถึงบราซิล นครเซาเปาลูและนครรีโอเดจาเนโรเป็นสองเมืองหลักที่สายการบินระหว่างประเทศจะ ลง จอดเป็นเมืองแรก อีกนัยหนึ่ง ผู้เดินทางจากต่างประเทศเข้าบราซิลทุกคนจะต้องนำกระเป๋าออกไปผ่านพิธีการ ศุลกากร รวมทั้งผู้ที่จะเดินทางต่อไปยังเมืองอื่น ๆ ในบราซิล ถึงแม้ว่าสายการบินจะให้ข้อมูลว่า ผู้โดยสารสามารถรับกระเป๋าและผ่านพิธีการศุลกากรที่เมืองปลายทางเลยก็ตาม
  • ที่สนามบินต่าง ๆ มักจะไม่มีการสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษ และใช้เวลามากในกระบวนการตรวจ        คนเข้าเมือง รอสัมภาระ และผู้โดยสารที่ต่อเครื่องบิน มักจะต้อง check-in กับสายการบินอีกครั้ง ดังนั้น      หากจำเป็นต้องเดินทางต่อโดยเครื่องบินควรเผื่อเวลาในการต่อเครื่องบินไว้ไม่ ต่ำกว่า 2 - 3 ชั่วโมง
  • เที่ยวบินในประเทศของบราซิลมักเปลี่ยนประตูขึ้นเครื่อง (gate) บ่อยครั้งโดยไม่ประกาศให้ทราบ หรือประกาศเป็นภาษาโปรตุเกส ผู้โดยสารควรตรวจสอบหมายเลขประตูขึ้นเครื่องเป็นระยะระหว่างที่นั่งรอเวลา เครื่องขึ้นจากจอภาพและสอบถามเจ้าหน้าที่สนามบินก่อนขึ้นเครื่อง
    การแต่งกาย ประชาชนชาวบราซิลนิยมแต่งกายลำลอง เว้นสถานที่ราชการและในสำนักงานธุรกิจผู้ชายจะสวมสูทเป็นส่วนใหญ่ สำหรับสตรีจะสวมสูทกระโปรงหรือกางเกง

อาชญากรรม เมืองใหญ่ของบราซิลโดยเฉพาะนครเซาเปาลู นครรีโอเดจาเนโร เมืองซัลวาดอร์ และกรุงบราซิเลีย เป็นต้น มักปรากฏข่าวอาชญากรรมรุนแรงอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในเรื่องของการปล้นจี้ ลักขโมย และแม้กระทั่งการลักพาตัว นอกจากนี้ ในเขตย่านชุมชนแออัดโดยเฉพาะที่นครรีโอเดจาเนโร มักปรากฏข่าวการปะทะกันรุนแรงระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและกลุ่มอิทธิพล ขบวนการค้ายาเสพติด ฯลฯ

นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปบราซิลควรดำเนินการ ดังนี้

  •  สอบถามจากโรงแรมถึงความปลอดภัยของสถานที่ต่างๆ ที่ต้องการจะไปท่องเที่ยวก่อนเสมอ
  • ควรระมัคดระวังตัวเป็นพิเศษบริเวณสนามบินก่อน check-in เนื่องงจากมีรายงานการลักขโมยทรัพย์สินและหนังสือเดินทางบ่อยครั้ง
  • มีความระมัดระวังเป็นพิเศษในการเก็บรักษาเงิน เครื่องประดับ สิ่งของมีค่า และเอกสารการเดินทางต่างๆ ไม่ควรนำเงินติดตัวจำนวนมากระหว่างเดินทาง ควรใช้บัตรเครดิตเป็นหลัก และไม่ควรใส่เครื่องประดับใดๆ
  • การเดินทางไปตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ โดยเฉพาะตามชายหาด ควรนำสิ่งของติดตัวเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ไม่ควรมีเครื่องประดับ หรือใช้หรือพกแว่นตา และ/หรือนาฬิกาที่มีราคาแพง และควรพกสำเนาหนังสือเดินทางแทนการถือหนังสือเดินทางเล่มจริง
  • หลีกเลี่ยงการเดินบนชายหาดในเวลากลางคืน
  • การวางกระเป๋าถือ และ/หรือกระเป๋าเดินทาง ควรให้อยู่ในที่ไม่มีผู้ใดสามารถฉกฉวยไปได้ง่ายและควรให้อยู่ในสายตาตลอดเวลา
  • ไม่ควรเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ โดยลำพัง โดยเฉพาะในเวลากลางคืน
  • ควรเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ของโรงแรมมากกว่าการเรียกรถแท็กซี่จาก ตามท้องถนน ที่บราซิลมีบริการเรียกแท็กซี่ทางโทรศัพท์ สามารถขอให้ร้านที่ใช้บริการเรียกรถแท็กซี่ให้ได้
  • เมื่อเกิดเหตุอาชญากรรมต่างๆ ควรแจ้งความที่สถานีตำรวจท้องถิ่นและติดต่อสถานเอกอัครราชทูต         ณ กรุงบราซิเลียในโอกาสแรก การดำเนินคดีทางกฎหมายเป็นเรื่องของทางการบราซิล สถานเอกอัครราชทูตสามารถให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นที่จำเป็น เช่น การออกหนังสือเดินทางใหม่ การเข้าถึงการรักษาพยาบาลในกรณีที่บาดเจ็บ การติดต่อญาติและช่องทางการติดต่อทางการท้องถิ่น เป็นต้น

    วิธีการใช้โทรศัพท์
    -    รหัสประเทศของบราซิล คือ 55 รหัสนครรีโอฯ คือ 21 รหัสนครเซาเปาลู คือ 11 รหัส กรุงบราซิเลีย คือ 61
    -    โทรศัพท์สาธารณะ (Orelhão) จาเป็นต้องซื้อบัตรโทรศัพท์ (cartões telefônicos) ซึ่งมีขายตามร้านขายหนังสือตามหัวมุมถนนและที่ทาการไปรษณ์ทั่วไป ราคาตั้งแต่ 5 – 50 เฮอัล สามารถใช้โทรได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

    วิธีการใช้โทรศัพท์

    โทรถึงหมายเลขโทรศัพท์ในเมืองเดียวกัน กดหมายเลขโทรศัพท์แปดหลักได้เลย
    โทรระหว่างรัฐกด (021) (รหัสเมือง) (หมายเลขโทรศัพท์แปดหลัก)
    โทรไปต่างประเทศกด (0021) (รหัสประเทศ) (รหัสเมือง) (หมายเลขโทรศัพท์) ตัวอย่าง โทรไปกรุงเทพฯ กด 0021 66 2 หมายเลขโทรศัพท์เจ็ดหลัก
  • สามารถใช้โทรศัพท์สาธารณะแบบเรียกเก็บเงินปลายทางภายในบราซิลโดยไม่ ต้องใช้บัตรโทรศัพท์ได้ ดังนี้ หากโทรถึงหมายเลขโทรศัทพ์ภายในนครรีโอฯ กด 9090 - หมายเลขโทรศัพท์แปดหลัก หากโทรถึงหมายเลขโทรศัพท์ระหว่างรัฐ กด 90 - รหัสเมือง - หมายเลขโทรศัพท์แปดหลัก

โทรศัพท์มือถือ ควรเปิด roaming มาจากประเทศไทย เนื่องจากชาวต่างชาติจะซื้อซิมการ์ดประเภทเติมเงินได้ยากในบราซิล เนื่องจากกฎหมายระบุให้ผู้ซื้อต้องแจ้งหมายเลขประจาตัวผู้เสียภาษี อนึ่ง ในกรุงบราซิเลียไม่มีเครือข่ายรองรับผู้ใช้เครือข่าย Dtac
หมายเลขติดต่อ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย เวลาราชการ +55 61 3224 6943 เฉพาะกรณีฉุกเฉินนอกเวลาราชการ +55 61 9919 8763 หากโทรศัพท์จากตู้โทรศัพท์สาธารณะ ในกรณีฉุกเฉินสามารถยกหูแล้วกด 90 61 9919 8763 ได้เลย เพื่อโทรแบบเรียกเก็บเงินปลายทางจากสถานเอกอัครราชทูต ฯ



ระบบไฟฟ้ำและปลั๊กไฟ

บราซิลใช้ไฟฟ้าสองระบบคือ 110V และ 220V ปลั๊กเสียบโดยทั่วไปมีสองประเภท คือ

ซึ่งแบบ (2) ช่องเสียบจะมีขนาดแคบกว่าปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปที่นามาจากประเทศ ไทย      จึงแนะนำให้เตรียมหัวแปลงปลั๊กไฟแบบสากล (universal plug adaptor) ไปด้วย
ปัญหายาเสพติด ในปัจจุบัน มีหญิงไทยจำนวนมากถูกหลอกลวงและตกเป็นเครื่องมือในการขนยาเสพติด   เข้ามายังบราซิล ในการนี้ ผู้ที่จะเดินทางไปยังบราซิลควรมีความระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อมิให้ตกเป็น เครื่องมือของขบวนการลักลอบค้ายาเสพติดดังกล่าว

สาธารณสุข

  • ในบางพื้นที่ของบราซิล อาทิ เขตลุ่มน้ำอาเมซอน ยังคงมีการระบาดของโรคไข้เหลือง และโรคมาลาเรีย และตามเมืองใหญ่ๆ ของบราซิล อาทิ กรุงบราซิเลีย และนครรีโอเดจาเนโร ยังคงปรากฏข่าวการระบาดของโรคไข้เลือดออกอยู่เป็นครั้งคราว
  • โรงพยาบาลและคลีนิคตามเมืองใหญ่ๆ ของบราซิล อาทิ นครเซาเปาลู นครรีโอเดจาเนโร และกรุงบราซิเลีย จัดได้ว่าได้มาตรฐานแต่มีราคาสูงมาก อย่างไรก็ตาม ในหลายพื้นที่ของบราซิลโดยเฉพาะตามชนบท ยังคงขาดการสาธารณสุขและโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน
    อาหาร
  • อาหารที่เป็นนิยมของชาวบราซิลคืออาหารประเภทบาร์บีคิว (churassco) โดยเน้นเนื้อวัวและไก่  ส่วนอาหารมื้อหลักประจำวันมักประกอบด้วยข้าวราดถั่วดำต้ม รับประทานกับอาหารชนิดอื่นๆ ผักผลไม้ส่วนใหญ่เป็นชนิดเดียวกันกับที่มีในประเทศไทย
  • ร้านอาหารประเภทบริการตนเอง คือเลือกและตักอาหารด้วยตัวเองแล้วจึงนำไปชั่งเพื่อจ่ายค่าอาหารตามน้ำหนัก ที่ตักมา ได้รับความนิยมสูงทั่วบราซิล โดยมีราคาแตกต่างกันไปตามคุณภาพและสถานที่ที่ตั้งของร้านอาหาร
  • นักท่องเที่ยวควรรับประทานอาหารในร้านอาหารหรือโรงแรม ซึ่งจะสะอาดและปลอดภัยกว่าอาหารที่ขายตามท้องถนน ควรดื่มน้ำที่บรรจุขวด ไม่ควรดื่มน้ำจากก๊อกน้ำโดยตรง

ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ณ ขณะนี้ ไม่มีเหตุการณ์ที่อาจกระทบการท่องเที่ยว
กฎหมายบราซิล นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางไปบราซิลต้องปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่น บทลงโทษกรณีการดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับรถรุนแรงมาก

ที่มา : thaiembassybrazil.com/index.php?option=com_content&view=article&id=65&Itemid=84

19 กันยายน 2556

Back to the list

สาระน่ารู้อื่น ๆ