ไนจีเรียชักชวนบริษัทต่างชาติทำเหมืองแร่

นาย Mohammed Sada รัฐมนตรีพัฒนาเหมืองแร่และเหล็กเชิญชวนให้บริษัททำเหมืองแร่ระดับโลก อาทิ บริษัท Rio Tinto Plc (RIO) และบริษัท Ratel Group Ltd. เข้ามาสำรวจแหล่งแร่ธาตุ ได้แก่ ทองคำ ถ่านหิน ดีบุก และน้ำมันดิน ในไนจีเรีย ซึ่งพบในปริมาณมากที่จะสามารถดำเนินการในเชิงพาณิชย์ได้

กระทรวงพัฒนาเหมืองแร่และเหล็กของไนจีเรียมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมและเพิ่มผลผลิตจากอุตสาหกรรมเหมืองแร่ คิดเป็นร้อยละ 3 ของ GDP ของประเทศภายในปี 2558 (คิดเป็นร้อยละ 0.36 ของ GDP ในปี 2554) ซึ่งจะช่วยเพิ่มความหลากหลายของภาคเศรษฐกิจและตอบสนองนโยบายส่งเสริมการจ้างงานแก่เยาวชนด้วย ทั้งนี้ ประธานาธิบดีไนจีเรียจะแถลง road map สำหรับอุตสาหกรรมเหมืองแร่เร็วๆ นี้ ซึ่งตามแผนงานดังกล่าว นักลงทุนจะได้รับ capital allowances มากถึงร้อยละ 95 ของ qualifying expenditures ตลอดจนยกเว้นภาษีนำเข้าและภาษีศุลกากรในการนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์การทำเหมืองแร่

บริษัท Ratel Group Ltd. และบริษัท Savannah Gold Mines Ltd. มีสัญญากับรัฐบาลในการทำเหมืองแร่ในไนจีเรีย ในขณะที่บริษัท Rio Tinto Plc. กำลังอยู่ระหว่างการพูดคุยกับรัฐบาล และได้จัดทำการสำรวจเบื้องต้นแล้ว และไนจีเรียได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับจีนเมื่อวันที่ 23 มกราคม 56 โดยจีนจะสร้างห้องทดลองเหมืองแร่ (minerals laboratory) ในไนจีเรียภายในเดือนมิถุนายน และฝึกอบรมชาวไนจีเรียเกี่ยวกับเทคโนโลยีในการทำเหมืองแร่ นอกจากนี้ กระทรวงพัฒนาเหมืองแร่และเหล็กของไนจีเรียจะลงนามสัญญากับบริษัท Iron Bull Mining Co. ของออสเตรเลียในการขุดเจาะแร่เหล็กในเร็วๆ นี้

มีการค้นพบว่า ไนจีเรียมีแร่ธาตุ 34 ชนิด ปริมาณสูง ในพื้นที่ 450 แห่งทั่วประเทศ อาทิ แร่เหล็กจำนวน 2.7 พันล้านคิวบิกตัน ถ่านหิน 3 พันล้านตัน และแก้วผลึก 2.2 trillion ตัน ทั้งนี้ รัฐบาลไนจีเรียมีความคาดหวังว่า จะพัฒนาอุตสาหกรรมเหมืองแร่เพื่อส่งออก และการขยายเครือข่ายรถไฟในประเทศ อาทิ เส้นทางจากฝั่งทะเลด้านตะวันออกไปยังด้านตะวันตก ระยะทาง 673 กิโลเมตร และเส้นทางรถไฟจากรัฐ Kogi (แหล่งถ่านหิน) ไปยังกรุงอาบูจา ระยะทาง 280 กิโลเมตร จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการขนส่งแร่ธาตุไปยังเมืองท่าของไนจีเรียเพื่อส่งออก นอกเหนือจากความสะดวกรวดเร็วในการเดินทางและขนส่งสินค้าของประชาชน



18 กรกฎาคม 2556

Back to the list

สาระน่ารู้อื่น ๆ