ผู้เชี่ยวชาญได้มีการเร่งให้หลายๆบริษัทดำเนินตามกฎระเบียบข้อบังคับตามมาตรฐานใหม่ทางด้านสุขภาพและโภชนาการของออสเตรเลีย

ผู้ผลิตสินค้าอาหารและเครื่องดื่มในประเทศออสเตรเลีย ต่างต้องรีบเร่งดำเนินการเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับกฎหมายใหม่ว่าด้วยการโฆษณาและติดฉลากที่บ่งบอกสรรพคุณด้านสุขภาพและโภชนาการ ตาม Standard Nutrition content claims and health claims 1.2.7 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในปี 2559

มาตรฐานใหม่นี้จะช่วยลดความเสี่ยงด้านการกล่าวอ้างสรรพคุณอาหารที่ไม่ถูกต้อง ส่งเสริมให้ธุรกิจสินค้าอาหารพัฒนาและให้ทางเลือกอาหารสุขภาพแก่ผู้บริโภคมากขึ้น รวมถึงเป็นการให้ข้อมูลที่ชัดเจนของสินค้ากับผู้บริโภค

ทั้งนี้มาตรฐานใหม่ได้ประกาศเป็นกฎหมายตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2559 โดยบรรดาบริษัทผู้ผลิตสินค้าอาหารและเครื่องดื่มทั้งหลายในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ มีเวลาในการเตรียมความพร้อม 3 ปี เพื่อปฎิบัติตามกฏข้อบังคับของกฎหมาย ซึ่งครอบคลุมการให้ข้อมูลทางโภชนาการและสุขภาพในฉลากหรือในการโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับอาหาร

สรุปสาระสำคัญของมาตรฐานใหม่ ดังนี้

1. การระบุสรรพคุณทางด้านโภชนาการ (Nutrition content claims) คือการระบุคุณค่าของสารอาหารต่างๆที่ประกอบอยู่ในอาหาร เช่น ‘Low in fat’ หรือ ‘good source of calcium’ ซึ่งจะต้องตรงตามมาตรฐานที่กำหนด เช่น หากระบุว่าเป็น “good source of calcium” สินค้าจะต้องมีปริมาณแคลเซียมสูงกว่าปริมาณขั้นต่ำที่กำหนดไว้ในมาตรฐาน

2.การระบุสรรพคุณด้านสุขภาพ (Health claims) คือความสัมพันธ์ระหว่างอาหารและสุขภาพไม่ใช่แค่การระบุส่วนประกอบในอาหาร โดยแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ

  • General level health claims คือ การระบุผลของสารอาหารหรือส่วนประกอบสำคัญในอาหารที่มีผลต่อสุขภาพ เช่น “แคลเซียม เป็นสารอาหารที่ดีต่อกระดูกและฟัน”
  • Hight level health claims คือการระบุสารอาหารหรือส่วนประกอบสำคัญในอาหารที่ส่งผลต่อการเกิดโรคร้ายแรงหรือสิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคร้ายแรง เช่น “Phytosterols may reduce blood cholesterol”

ธุรกิจด้านอาหารที่ต้องการระบุสรรพคุณด้านสุขภาพในระดับทั่วไป (General level health claims) สามารถอ้างอิงข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่างอาหารกับสุขภาพที่ระบุไว้ในมาตรฐานได้กว่า 200 รายการ หรือพิสูจน์เองตามข้อกำหนดที่ระบุไว้ในมาตรฐาน (ข้อมูลเพิ่มเติมตามเอกสารแนบ) ส่วนการกล่าวอ้างสรรพคุณด้านสุขภาพในระดับสูง (Hight level health claims) สามารถอ้างอิงจากความสัมพันธ์ระหว่างอาหารและสุขภาพ จากรายการที่ Food Standards Australia New Zealand ได้อนุมัติไว้แล้วโดยปัจจุบันมี 13 รายการ ทั้งนี้ การระบุสรรพคุณด้านสุขภาพจะทำได้กับอาหารที่ตรงตามข้อกำหนด Nutrient profiling scoring criterion (NPSC) เท่านั้น เช่น อาหารที่มีไขมันอิ่มตัว เกลือหรือน้ำตาล ในปริมาณสูง ไม่สามารถอ้างสรรพคุณด้านสุขภาพได้

เนื่องจากภายในวันที่ 18 มกราคม ปี 2559 สินค้าอาหารที่ระบุสรรพคุณและวางจำหน่ายในออสเตรเลียจะต้องสอดคล้องกับระเบียบใหม่นี้ ดังนั้นผู้ส่งออกไทยที่มีการระบุสรรพคุณอาหารบนฉลากผลิตภัณฑ์จะต้องเตรียมความพร้อมเพื่อให้สินค้าที่วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 18 ม.ค. 2559 ตรงตามกฎหมายระเบียบใหม่

ผู้เชี่ยวชาญออสเตรเลียมีความคิดเห็นว่า จะเป็นโอกาสที่ดีของบางโรงงานอุตสาหกรรมที่จะได้ใช้มาตรการใหม่ๆที่กำหนดขึ้น เป็นเครื่องมือในการปรับปรุงสินค้าของตนให้มีความหลากหลายและแปลกใหม่ นอกจากนี้สินค้าบางชนิดยังได้รับการงดเว้นในเรื่องของการควบคุมทางด้านส่วนประกอบของสินค้าที่น้อยลงกว่ากฎระเบียบเดิมที่ใช้อยู่ในปัจจุบันอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ข้อเรียกร้องของมาตรฐานใหม่ที่บังคับให้มีการเปลี่ยนปรับปรุงฉลากของสินค้าต่างๆก็อาจส่งผลกระทบในเรื่องของความสับสนของผู้บริโภคในเรื่องของการปรับเปลี่ยนรูปแบบของฉลากของสินค้าแต่ละยี่ห้อ ซึ่งอาจทำให้ (Brand-Royalty) ของผู้บริโภคเปลี่ยนไป และก่อให้เกิดผลเสียต่อเจ้าของแบรนด์ของสินค้า

สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก Standard 1.2.7. Nutrition, Health and Related Claims. www.comlaw.gov.au/Details/F2013L0054



สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ ซิดนีย์
พฤษภาคม 2556
ที่มา กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
จาก http://www.ditp.go.th/index.php/market/main-south-pacific/south-pacific-country-name/south-pacific-au?aid=75466
19 พฤษภาคม 2556

Back to the list

สาระน่ารู้อื่น ๆ