ข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับมาตรฐานอุตสาหกรรมและการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ระหว่างประเทศในอุตสาหกรรมพลาสติกของสหรัฐฯ

ในระยะที่ผ่านมา ผู้ที่ติดตามความเคลื่อนไหวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสหรัฐฯ เกี่ยวกับการกำหนดมาตรฐานสินค้าประเภทต่าง ๆ โดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรม จะพบว่า รัฐบาลสหรัฐ ฯ ให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัย ของสินค้าแก่ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสินค้าสำหรับเด็กและทารก โดยหน่วยงานและองค์การเอกชนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ หน่วยงาน Consumer Product Safety Commission (CPSC) องค์การ American Society for Testing and Materials (ASTM) องค์การ American Society of Mechanical Engineers (ASME) สถาบัน National Institute of Standards and Technology (NIST) รวมทั้งสถาบัน American National Standards Institute (ANSI) ล้วนให้ความสำคัญต่อการพิจารณาออกกฎระเบียบและควบคุมมาตรฐานของสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ของเด็กและทารกให้รัดกุมยิ่งขึ้น ทั้งหมดนี้เป็นผลสืบเนื่องจากความกังวลของชาวสหรัฐฯ ในเรื่องความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์จากประเทศต่างๆ ในช่วงปีที่ผ่านมา

หลายมาตรฐานที่เคยเป็นมาตรฐานที่เป็นไปตามความสมัครใจ (voluntary) ของผู้ประกอบการได้รับการปรับเปลี่ยนให้เป็นมาตรฐานบังคับใช้ (mandatory) ที่ผู้ประกอบการทั้งภายในและภายนอกสหรัฐฯจะต้องปฏิบัติตาม เพื่อตอบสนองความต้องการทางด้านความปลอดภัย สุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มมากขึ้น และปัจจุบัน ได้มีหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนหนึ่งที่เข้ามาดูแลในเรื่องนี้ ได้แก่

  • Environmental Protection Agency (EPA) :
    รับผิดชอบโดยตรงเกี่ยวกับมาตรฐานที่เกี่ยวกับผลกระทบของพลาสติกและกระบวนการผลิตพลาสติกที่มีต่อสิ่งแวดล้อม รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถค้นหาได้ที่ http://www.epa.gov/lawsregs/bizsector/rubber-plastics.html หรือ “Profile of the Rubber and Plastic Industry” section VI Food and Drug Administration (FDA): มีหน้าที่กำหนดมาตรฐานของภาชนะพลาสติกที่ใช้ในการบรรจุอาหาร รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถค้นหาได้จาก Code of Federal Regulations Title 21 (Part 177&178)

  • United States Department of Agriculture (USDA):
    ร่วมมือกับ FDA ในการกำหนดมาตรฐานของภาชนะพลาสติกที่ใช้ในการบรรจุอาหาร โดยภาชนะเหล่านี้จะต้องได้รับการยอมรับจากทาง FDA

หากผู้ประกอบการประสงค์ที่จะศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรฐานเฉพาะของผลิตภัณฑ์พลาสติกบางชนิดในระดับรัฐบาลกลาง (Federal level) ท่านสามารถค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.gpoaccess.gov/cfr/index.html สำหรับกฏระเบียบทางเทคนิค ข้อมูลเกี่ยวกับสมาคมการค้า (Trade association) และมาตรฐานเฉพาะอื่นๆ ผู้ประกอบการสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.standardsportal.org/usa

อย่างไรก็ดี ในระดับมลรัฐ อาจมีการกำหนดมาตรฐานเพิ่มเติม เช่น ในกรณีของการกำหนดมาตรฐานสำหรับพลาสติกในมลรัฐแคลิฟอเนียร์ซึ่งมีการกำหนดและจำกัดปริมาณของสารเคมีต่าง ๆ ในพลาสติกตาม Toxic in Packaging Prevention Act ที่บังคับใช้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2006 และควบคุมส่วนประกอบต่างๆของพลาสติกในบรรจุภัณฑ์และภาชนะเพื่อให้ง่ายยิ่งขึ้นต่อการย่อยสลายของพลาสติกเหล่านั้นตามธรรมชาติและถูกต้องตามกฎระเบียบด้านบรรจุภัณฑ์พลาสติก ปี ค.ศ. 2005 (Rigid Plastic Packaging Container Law of 2005)
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรฐานของรัฐ แคลิฟอเนียร์ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ http://www.calrecycle.ca.gov/plastics/rppc/
ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรฐานที่ใช้ในรัฐอื่นๆ สามารถค้นหาเพิ่มเติมได้ที่ http://www.standardsportal.org/usa_en/key_information/state_level.aspx

สำหรับมาตรฐานเพิ่มเติมที่กำหนดโดยรัฐบาลสหรัฐ ฯ ในระยะ 1-5 ปีที่ผ่านมา และจะต้องได้รับการตรวจสอบจากองค์การต่าง ๆ อาทิ ASTM ประกอบด้วย

  1. มาตรฐานขนาด สี และความคงทนของท่อพลาสติกในการนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ต่างๆ
  2. มาตรฐานความปลอดภัย มาตรฐานส่วนประกอบและมาตรฐานความคงทนของพลาสติกแผ่นพลาสติกแท่ง และฟิล์มพลาสติก
  3. มาตรฐานการผลิตเก้าอี้พลาสติกประเภทต่างๆที่ใช้กลางแจ้ง
  4. มาตรฐานความแข็งและความคงทนของพลาสติกที่ใช้ในการทำฉนวนกันควานร้อน
  5. มาตรฐานผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ย่อยสลายได้ในน้ำ

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถค้นคว้ารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรฐานของผลิตภัณฑ์พลาสติกต่างๆ และสั่งซื้อได้ที่ http://www.astm.org โดยมีค่าธรรมเนียมประมาณ 30-40 ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับสินค้าที่นำเข้าสู่สหรัฐฯ จากประเทศอื่นๆ องค์กรเหล่านี้จะร่วมมือกับ US Customs and Border Protection ในการตรวจเช็คว่า สินค้าเหล่านั้นมีคุณภาพตรงตามมาตรฐานหรือไม่ รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถศึกษาได้จากเว็บไซต์ http://www.cbp.gov/xp/cgov/trade/
ในส่วนการรับรองมาตรฐานสินค้าตามมาตรฐานของ Consumer Product Safety Commission (CPSC) ตามกฏหมาย Consumer Product Safety Improvement Act of 2008 นั้น จะต้องได้รับการตรวจสอบมาตรฐานและความปลอดภัยโดยบุคคลภายนอกหรือบุคคลที่สามซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่ได้รับการยอมรับจากทาง CPSC โดยทางองค์กรเหล่านี้จะออกเอกสารรับรองมาตรฐานให้แก่ผู้ประกอบการเพื่อนำไปใช้ในการอ้างอิงกับทาง CPSC ต่อไป ทั้งนี้ เอกสารรับรองมาตรฐานดังกล่าวจะต้องมีการแปลหรือตีพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษเพื่อยื่นเสนอกับทาง CPSC ผู้ประกอบการสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยนี้ได้จาก www.cpsc.gov
นอกเหนือจากเอกสารรับรองมาตรฐาน ผู้ประกอบการจะต้องจัดตีพิมพ์ป้ายผลิตภัณฑ์เพื่อแนบไปกับสินค้าหรือตีพิมพ์โดยตรงลงบนสินค้าเพื่อแจ้งแก่ผู้บริโภคว่า สินค้าเหล่านั้นได้มาตรฐานและปลอดภัยสำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับป้ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ผู้ประกอบการสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่
Section 103 ของ Consumer Product Safety Improvement Act หรือที่ http://www.cpsc.gov/about/cpsia/sect103.html



สอท. ณ กรุงวอชิงตัน
15 พฤศจิกายน 2553

อ้างอิง http://uswatch.mfa.go.th/uswatch/th/information_business/detail.php?info=580
17 กรกฎาคม 2556

Back to the list

สาระน่ารู้อื่น ๆ