เอเปคแนะแนว ทำธุรกิจสีเขียวอย่างไรให้รุ่งในตลาดโลก 12 ก.ค. นี้
เอเปคแนะแนว ทำธุรกิจสีเขียวอย่างไรให้รุ่งในตลาดโลก 12 ก.ค. นี้
         เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) และธุรกิจสีเขียว (Green Business) กำลังเป็นกระแสโลก (Global Megatrend) ที่ร้อนแรง ธุรกิจทั่วโลกหันมามุ่งเน้นการผลิตสินค้าและบริการด้วยกระบวนการและการใช้วัตถุดิบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน การบรรลุข้อตกลงระดับนานาชาติเพื่อต่อสู้กับภาวะโลกร้อนและส่งเสริมอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในงานการประชุม COP 21 ณ กรุงปารีส ตอกย้ำถึงความสำคัญของเศรษฐกิจสีเขียวในเวทีโลกได้เป็นอย่างดี

          กรอบเอเปค (Asia-Pacific Economic Cooperation - APEC) ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจและธุรกิจสีเขียวและพยายามผลักดันให้มีความร่วมมือด้านเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง เอเปคส่งเสริมสินค้าสีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการลดภาษีสินค้าและบริการด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Goods and Services) และในปี 2559 ที่เปรูเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปค ได้มีข้อเสนอที่จะจัดทำยุทธศาสตร์ Green Micro, Small and Medium Enterprises หรือ Green MSMEs ให้เป็นผลลัพธ์สำคัญของปีนี้ เพราะเห็นความสำคัญของวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 97 ของธุรกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก นับเป็นกำลังสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้

          กระทรวงการต่างประเทศดำเนินนโยบายเศรษฐกิจเชิงรุก เร่งนำยุทธศาสตร์เอเปคในเรื่องนี้มาเชื่อมโยงให้ภาคเอกชนไทยตื่นตัวและดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับเทรนด์ธุรกิจสีเขียวของโลกแต่เนิ่น ๆ

          กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จะจัดการประชุมระหว่างประเทศ APEC Forum on Greening MSMEs: A Pathway Towards Sustainable Economic Growth in the Region ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2559 เวลา 9.00-17.00 น. ณ โรงแรม Crowne Plaza ลุมพินีพาร์ค กรุงเทพฯ

          การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ MSMEs รวมถึงหน่วยงานภาครัฐที่สนใจได้เรียนรู้เกี่ยวกับประโยชน์และความสำคัญของการประกอบธุรกิจสีเขียว ผู้จัดการประชุมได้เชิญผู้เชี่ยวชาญจากองค์การระหว่างประเทศ อาทิ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) ตลอดจนผู้ประกอบการไทยที่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจสีเขียวอย่าง “PLANTOYS” เข้าร่วมถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้แก่ผู้ประกอบการไทย

          PLANTOYS เป็นบริษัทขนาดกลาง ผลิตของเล่นจากไม้ยางพาราสัญชาติไทย มีความโดดเด่นด้านกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีการทำตลาดโดยใช้แนวคิดสีเขียว อีกทั้งยังผ่านเกณฑ์กำหนดอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับที่ 3 (Green System) จากกระทรวงอุตสาหกรรม จนประสบความสำเร็จในการส่งออกของเล่นไปยังตลาดมากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก

          SCG ก็เป็นอีกบริษัทหนึ่งที่ผสมผสานแนวคิดสีเขียวกับนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว (Green Procurement) เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ควบคุมมาตรฐานสีเขียวของซับพลายเออร์หรือ MSMEs ดังนั้น ในยุคนี้ ซัพพลายเออร์ไม่ว่ารายใหญ่หรือรายเล็กจึงต้องเรียนรู้และปรับตัวกับเทรนด์สีเขียวเพื่อให้ไม่สูญเสียโอกาสทางธุรกิจกับบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง SCG

          การประชุมครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และถ่ายทอดแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practices) ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ จากทั้งในไทยและสมาชิกเอเปค และที่สำคัญ ไทยจะผลักดันให้ผลลัพธ์ของการประชุมครั้งนี้ได้นำไปต่อยอดในการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 24 ณ กรุงลิมา ประเทศเปรู ในเดือนพฤศจิกายน

          แม้การนำแนวทางสีเขียวมาปรับใช้กับธุรกิจของ MSMEs จะไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เนื่องจากต้องใช้เทคโนโลยีและต้นทุนสูง แต่ในขณะเดียวกัน การเป็นธุรกิจสีเขียวสามารถสร้างโอกาสในเชิงเศรษฐกิจและเชิงพาณิชย์แก่ MSMEs ได้ ทั้งการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการมีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุปทานสีเขียว (Green Supply Chain)

          ผู้ประกอบการ MSMEs ที่สนใจสามารถดูกำหนดการประชุมฯ ดาวน์โหลดได้ที่เอกสารแนบด้านล่าง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและลงทะเบียนได้ที่ apecdesk@mfa.go.th โทร 0 2203 5000 ต่อ 14251

***ดาวน์โหลดกำหนดการประชุมฯ คลิกที่นี่
***ลงทะเบียนเข้าร่วมการประชุมฯ คลิกที่นี่

25 มิถุนายน 2559


Back to the list

กิจกรรมสำหรับท่าน