ผักและผลไม้

ผักและผลไม้ นับเป็นสินค้าส่งออกที่ทำรายได้ให้กับประเทศอย่างมหาศาล โดยในแต่ละปีไทยมียอดการส่งออกผัก ผลไม้ ทั้งรูปของสด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง รวม 3-4 หมื่นล้านบาทต่อปี และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 15-20% ซึ่งเป็นเพราะผลผลิตผักผลไม้ของไทยมีความหลากหลาย และต่อเนื่องตลอดปี ทำให้มีความได้เปรียบด้านประเภทสินค้า และมีความยืดหยุ่นด้านปริมาณการส่งออก ทั้งยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ รสชาติดีเป็นที่นิยม และได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคในต่างประเทศ

ทั้งนี้ ตลาดส่งออกที่สำคัญของสินค้าผักและผลไม้ไทย ได้แก่ จีน เวียดนาม อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และฮ่องกง คิดเป็นสัดส่วนรวม 79% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด ขณะเดียวกันก็มีตลาดอื่นที่มีอัตราการขยายตัวสูง เช่น พม่า ที่ตลาดมีการขยายตัวถึง 45% และเกาหลีใต้ ที่ตลาดมีการขยายตัวอยู่ที่ 20%

ในส่วนของตลาดจีน แม้ว่าปัจจุบันจีนจะมีฐานะเป็นประเทศคู่แข่งในตลาด ผักและผลไม้ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นผู้บริโภครายใหญ่ และหลายมณฑลยังเป็นศูนย์กลางในการกระจายสินค้าอีกด้วย โดยผลไม้ที่ได้รับความนิยมในจีน ได้แก่ ลำไย มังคุด ทุเรียน กล้วยไข่ เงาะ รวมถึงมะม่วง และชมพู่ ซึ่งมีวางจำหน่ายอยู่ทั่วไปตั้งแต่ในซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ไปจนถึงร้านขายผลไม้ขนาดเล็ก

นอกเหนือจากตลาดในจีนและอาเซียนแล้ว ผักและผลไม้ของไทยยังได้รับความนิยมในตลาดอาหรับ เช่น คูเวต บาห์เรน และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ด้วยเนื่องจากผลไม้ไทย เช่น มะม่วง เงาะ มังคุด เป็นที่นิยม และที่รู้จักของผู้บริโภคท้องถิ่นประกอบกับไม่สามารถหาสินค้าพื้นเมืองทดแทนได้ และในบางประเทศมีภูมิอากาศแห้งแล้งไม่สามารถเพาะปลูกได้ จึงส่งผลให้มีความต้องการนำเข้าผักและผลไม้อย่างต่อเนื่อง

ในตลาดยุโรป เช่น กรีซ และ สวิตเซอร์แลนด์ สับปะรดแห้ง และสับปะรดแช่อิ่ม จากไทยได้รับความนิยมค่อนข้างสูง เนื่องจากมีคุณภาพ และรสชาติดี แต่เนื่องจากสับปะรดนำเข้าจากไทยมีราคาสูงกว่าที่นำเข้าจากภูมิภาคอเมริกาใต้ หรือแอฟริกา จึงทำให้ส่วนแบ่งตลาดในสวิตเซอร์แลนด์ ยังไม่มากนัก

สำหรับตลาดในสหรัฐอเมริกานั้น ผลไม้ไทยที่เป็นที่ต้องการของตลาดสหรัฐอเมริกา ฝั่งตะวันตก ได้แก่ มังคุด, ลำไย และเงาะ ขณะที่ตลาดในรัฐแคลิฟอร์เนีย และรัฐใกล้เคียงมีความต้องการบริโภคมะม่วงที่สูงมาก นอกจากนี้ มะพร้าวอ่อนน้ำผลไม้กระป๋องเพื่อสุขภาพ เช่น น้ำลำไย, น้ำมังคุด หรือน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพจากโครงการหลวง ก็มีการส่งไปจำหน่ายในสหรัฐฯ เช่นกัน และมีศักยภาพที่จะขยายตัวได้ แต่ยังไม่เป็นที่แพร่หลายเท่าที่ควร ส่วนมะม่วงจากไทยยังไม่สามารถแข่งขันกับมะม่วงจากเม็กซิโกได้ เนื่องจากต้นทุนค่าขนส่งทางอากาศที่สูงและคุณภาพมะม่วงที่ไม่มีความทนทานกับการขนส่งที่ใช้เวลาทางเรือได้

ในภาพรวมการส่งออกผักและผลไม้ของไทยยังมีปัญหา และอุปสรรคที่สำคัญคือเรื่องความแปรปรวนของสภาพอากาศที่กระทบต่อการผลิต พื้นที่เพาะปลูกมีขนาดเล็กทำให้ต้นทุนการจัดการ และควบคุมคุณภาพการผลิตมีราคาสูงกว่าประเทศคู่แข่ง เช่น ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย รวมถึงขาดระบบขนส่ง และโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ตลาดส่งออกหลายแห่งยังมีการออกกฎระเบียบที่ทำให้การส่งผักและผลไม้ไปจำหน่ายทำได้ยากขึ้น เช่น สหภาพยุโรปที่มีการออกกฎระเบียบให้มีการตรวจสินค้าผักไทย เพื่อตรวจยาฆ่าแมลงตกค้าง การปนเปื้อนทางจุลชีววิทยา และแมลงศัตรูพืชอย่างเข้มงวด เป็นต้น


ข่าวที่น่าสนใจ

  • เม็กซิโกได้พัฒนาสายพันธุ์ผลไม้คล้ายของไทยได้แล้วหลายชนิด โดยล่าสุด สามารถปลูกมะม่วงเขียวเสวยและน้ำดอกไม้ที่มีรสชาติไม่แพ้มะม่วงจากเมืองไทย ข้อมูลจากสถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครลอสแองเจลิส
  • โปรตุเกสเปิดตัวกางเกงยีนส์ที่มีกลิ่นผลไม้เป็นคอลเลคชั่นแรกของโลก...
  • สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ และคณะผู้ไทยประจำสหภาพยุโรป (EU) แจ้งว่าคณะกรรมาธิการยุโรปด้านสุขอนามัยและการคุ้มครองผู้บริโภค (DG Sanco) ของ EU เตรียมปรับปรุงระดับการสุ่มตรวจผักนำเข้าจากไทย โดยหลังจากที่ EU ประเมินรอบ 3 เดือนครั้งล่าสุดตามเกณฑ์การวัดระดับความเสี่ยงทางสุขอนามัย ฝ่าย EU ได้ถอนผักกลุ่มดอกกะหล่ำออกจากรายการผักที่ต้องผ่านการสุ่มตรวจแล้ว แต่ยังมีสินค้าผักของไทยหลายชนิดที่จะต้องขนส่งผ่านช่องทางนำเข้าพิเศษ (specific Designated Points of Entry – DPE) เพื่อผ่านการสุ่มตรวจอย่างเข้มงวดและลงบันทึกโดยละเอียด ด้วยอัตราการสุ่มตรวจที่ค่อนข้างสูงคืออย่างน้อยในร้อยละ 10 ของปริมาณผักที่นำเข้า
  • นางจิรวรรณ แย้มประยูร รองปลัดกระ ทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการโคเด็กซ์ สาขาผักและผลไม้สด ครั้งที่ 18 ซึ่งประเทศไทยโดยกระทรวงเกษตรฯ ได้รับเกียรติจากโครงการมาตรฐานอาหาร ภายใต้ความร่วมมือระหว่างองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ และองค์การอนามัยโลก ให้เป็นเจ้าภาพร่วมกับประเทศเม็กซิโก จัดการประชุมขึ้นที่ จ.ภูเก็ต ระหว่างวันที่ 24-28 กุมภาพันธ์ 2557 นั้น มีการพิจารณากำหนดมาตรฐานผักและผลไม้ 3 ชนิด ได้แก่ มาตรฐานทุเรียน เสาวรสสีทอง และกระเจี๊ยบเขียว และทบทวนข้อกำหนดเกี่ยวกับความแก่และความหวานขององุ่นในมาตรฐานองุ่น พร้อมทบทวนรูปแบบของมาตรฐานของผักและผลไม้สด...
  • กระทรวงเกษตรอินโดนีเซียได้ออกกฎกระทรวงว่าด้วยการออกหนังสือรับรองการอนุญาตนำเข้าผลิตภัณฑ์พืชสวนจากต่างประเทศ
  • อีกหนึ่งข่าวดีต้อนรับปีใหม่สำหรับนครฉงชิ่ง หลังจากเมื่อวันที่ 18 ธ.ค.56 ที่ผ่านมา สำนักงานควบคุมคุณภาพตรวจสอบและกักกันโรค นครฉงชิ่งได้ออกมาเปิดเผยว่า “ท่าอากาศยานนานาชาติเจียงเป่ย” และ “เขตสินค้าทัณฑ์บน เหลี่ยงลู่ชุ่นทาน” ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลกลาง ในโครงการจัดตั้งด่านตรวจสอบคุณภาพและกักกันโรคสินค้าจำพวก “ผลไม้” สำหรับการนำเข้า-ส่งออกโดยตรงของนครฉงชิ่งโดยเฉพาะ ซึ่งนับเป็นด่านตรวจสอบคุณภาพฯ ผลไม้ สองแห่งแรกในนครฉงชิ่ง
  • นายดำรงค์ จิระสุทัศน์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวถึงการส่งออกสินค้าฝรั่ง ชมพู่ และมะม่วง ไปยังสหภาพยุโรป (อียู) ว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2556 เป็นต้นมา อียูได้แจ้งเตือนการตรวจพบศัตรูพืชในผลไม้ 3 ชนิดที่นำเข้าจากไทยแล้ว จำนวน 4 ครั้ง เป็นการตรวจพบหนอนแมลงวันผลไม้ในสินค้าฝรั่ง 2 ครั้ง และมะม่วง 2 ครั้ง ซึ่งยังไม่เกินโควตาตามที่อียูได้กำหนดมาตรการจำกัดการนำเข้ากรณีตรวจพบศัตรูพืชในผลไม้ 3 ชนิดมากกว่า 5 ครั้ง/ปี ปัจจุบันประเทศไทยยังสามารถส่งออกสินค้าฝรั่ง ชมพู่ และมะม่วงไปยังอียูได้ไม่มีปัญหา...
  • โซนการค้าน้ำมันพืชซึ่งเป็นโครงการเฟสสองของตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรจินเฉียวนครหนานหนิง ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วต่อจากโซนการค้าพืชผักและผลไม้สดที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อไม่นานมานี้
  • อานิสงส์จากเขตการค้าเสรีจีน-อาเซียนช่วยให้ปริมาณการนำเข้าส่งออกผลไม้ระหว่างจีนกับอาเซียนขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
  • ช่วงหน้าเทศกาลในจีนแผ่นดินใหญ่ถือเป็นช่วงที่ผลไม้มียอดจำหน่ายสูงสุด ช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์และวันชาติจีนที่กำลังมาถึงนับเป็นอีก ช่วงเวลาทอง ของผู้ค้าผลไม้ในกว่างซี