เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ถือได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยสามารถทำรายได้จากการส่งออกให้กับประเทศจำนวนมาก มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว และต่อเนื่อง และมีบทบาทสำคัญในการรองรับแรงงานในภาคอุตสาหกรรมที่มีการจ้างแรงงานจำนวนมาก

ถือได้ว่าประเทศไทยมีศักยภาพในด้านปัจจัยการผลิตไม่ว่าจะเป็นด้านทรัพยากรมนุษย์ ทรัพยากรความรู้ โดยมีการพัฒนาลักษณะการผลิตสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายมากขึ้น อีกทั้งทางด้านภูมิศาสตร์ยังมีความได้เปรียบเชิงการค้าในภูมิภาคอินโดจีน และมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค จึงเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลเชิงบวกในด้านการขนส่ง อย่างไรก็ตามประเทศไทยยังขาดศักยภาพในการแข่งขันด้านนวัตกรรม หรือความหลากหลายเชิงสร้างสรรค์เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น

ทั้งนี้ ประเทศไทยมีอัตราการใช้กำลังการผลิตอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และส่วนประกอบ อยู่ที่ร้อยละ 61.48 ซึ่งยังสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้อยู่ และที่ผ่านมาสามารถส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์คิดเป็นมูลค่า 831,752.3 ล้านบาท โดยตลาดส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ จีน (ร้อยละ 19) อาเซียน (ร้อยละ 16) ยุโรป (ร้อยละ 15) ซึ่งประเทศเหล่านี้จะนำชิ้นส่วนดังกล่าวไปประกอบเป็นสินค้าสำเร็จรูป นอกจากนี้ หากพิจารณาโครงสร้างอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า พบว่าประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของบริษัทข้ามชาติ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งส่งผลให้การส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้ายังสามารถเจริญเติบโตได้

โดยในช่วงเดือนตุลาคม 2555 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมสำคัญของไทยหลายรายการขยายตัวดี เช่น เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ เป็นต้น โดยเครื่องอิเล็กทรอนิกส์มีมูลค่าการส่งออก 2,603.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวร้อยละ 23.0 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีหน้า โดยการส่งออกสินค้าสำคัญในกลุ่มอย่างเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 30.9 จากการส่งออกไปตลาดสหรัฐฯ และตลาดจีนขยายตัวร้อยละ 61.6 และ 15.3 ตามลำดับ

ขณะที่แผงวงจรไฟฟ้ามีการส่งออกขยายตัวเพียงร้อยละ 0.4 ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้ามีมูลค่าการส่งออก 1,963.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวร้อยละ 25.2 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า ทั้งนี้ มูลค่าการส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่ในระดับใกล้เคียงกับระดับเดิมก่อนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยการส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าไปยังตลาดอาเซียน สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และตลาดญี่ปุ่น ขยายตัวร้อยละ 30.3 28.0 25.4 และ 22.5 ตามลำดับ

นอกจากนี้การรวมตัวกันของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) จะช่วยเพิ่มโอกาสในการส่งออกชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์และแผงวงจร ไปยังกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซียอีกด้วย โดยสิงคโปร์เป็นประเทศหลักที่นำเข้าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของไทย ซึ่งการนำเข้าของกลุ่มประเทศอาเซียนนี้มีมูลค่าสูงเมื่อเปรียบเทียบกับมูลค่าการนำเข้าสินค้าทั้งหมด ได้แก่ ฟิลิปปินส์ (ร้อยละ 36.67) มาเลเซีย (ร้อยละ 31.2) สิงคโปร์ (ร้อยละ29.03) และอินโดนีเซีย (ร้อยละ 8.30) ทั้งยังช่วยในเรื่องการจ้างงานในประเทศ เพิ่มการลงทุนจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) ของกลุ่มประเทศสมาชิกส่งผลให้เกิด Spillover Effects สู่อุตสาหกรรมในประเทศ เช่น ทางด้านเทคโนโลยี ความรู้ใหม่ๆ และการจัดการ โดยจะทำให้ผลิตภาพแรงงานไทยเพิ่มสูงขึ้น

ที่สำคัญคือ การเปิด AEC จะทำให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์จากการลดภาษีสินค้านำเข้าสินค้า ส่งผลให้สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่นำเข้าจากกลุ่มประเทศอาเซียนมีราคาถูกลง แต่ผู้ประกอบการในประเทศอาจได้รับผลกระทบจากสภาพการแข่งขันในตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากอาจมีสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาถูกนำเข้าจากกลุ่มประเทศสมาชิกในอาเซียน เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์

ทั้งนี้ ในปี 2556 คาดการณ์ว่าการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 และการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เนื่องจากกำลังการผลิตที่เริ่มฟื้นตัวขึ้นมาของผู้ประกอบการที่ประสบอุทกภัยเมื่อปลายปี 2554 การส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ในปี 2556 จะขยายตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยประมาณ ร้อยละ 3 และการส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้ามีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ร้อยละ 2 ส่วนการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 เนื่องจากผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ประสบอุทกภัยเริ่มฟื้นตัวเดินเครื่องการผลิตได้เกือบปกติ และตลาดใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกามีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นเนื่องจากเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ส่วนตลาด EU และอาเซียนมีแนวโน้มชะลอตัวลงเนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจ EU ยังไม่จบ ในส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าน่าจะได้รับอานิสงส์จากการปรับขึ้นค่าจ้างเป็น 300 บาททั่วประเทศ ทำให้กำลังซื้อสูงขึ้น ตลาดในประเทศจะขยายตัวมากขึ้น


ข่าวที่น่าสนใจ

  • สำนักงานบริหารอุตสาหกรรมและการค้ากว่างซี (Administration for Industry And Commercial of Guangxi, 广西工商局) เปิดให้ผู้ประกอบการในกว่างซีที่จำหน่ายสินค้าและบริการผ่านระบบออนไลน์สามารถขอรับตราสัญลักษณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้ลงบนหน้าเว็บไซต์ได้แล้ว
  • สถานการณ์การซื้อขายภายในงานแสดงสินค้าส่งออกและนำเข้าของจีน หรือ แคนตั้นแฟร์ (Canton Fair) ครั้งที่ 117 ช่วงที่ 2 ไม่ได้ดีอย่างที่หลายฝ่ายคาดไว้ ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อยอดสั่งซื้อสินค้าโดยตรงคือ “ราคาที่เพิ่มขึ้น” ซึ่งสาเหตุเนื่องจากผลกระทบด้านต้นทุนแรงงานและวัตุดิบที่พุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง หลายบริษัทที่เข้าร่วมงานแคนตั้นแฟร์ให้ความเห็นตรงกันว่ายอดสั่งซื้อสินค้าภายในงานฯ ลดน้อยลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ดังนั้นผู้ประกอบการส่วนใหญ่จึงเริ่มหันมาพึ่งพาช่องทางใหม่คือ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งปัจจุบันมีส่วนสำคัญในการคงยอดขายสินค้าเอาไว้ โดยรูปแบบการขายสินค้ายังคงซื้อขายผ่านเว็บไซต์ B2C หรือ B2B ยอดนิยมต่าง ๆ ในงานแคนตั้นแฟร์ครั้งที่ 117 นี้ แม้แต่ผู้จัดงานเองยังเสริมช่องทางการแสดงสินค้าใหม่ผ่านอินเตอร์เน็ต ซึ่งมาในรูปแบบของเว็บไซต์ โดยรวบรวมผู้ประกอบการทั้งแบบที่มีสินค้าจำหน่ายทางอินเตอร์เน็ต ผู้ประกอบการที่เป็นโรงงาน และผู้ประกอบการที่เป็นตัวแทนขายสินค้า ซึ่งจะอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าจากที่ต่าง ๆ ทั่วโลก
  • หลังจากที่รัฐบาลนครฉงชิ่งได้ดำเนินการยกระดับระบบการบริการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ระหว่างประเทศเมื่อช่วงกลางปี 2557 ที่ผ่านมา ทำให้นักช็อปออนไลน์ชาวฉงชิ่งสามารถเลือกซื้อสินค้าจากต่างแดนได้อย่างสะดวกมากขึ้น พร้อมกับมีตัวเลือกวิธีการชำระเงินค่าสินค้าที่ง่ายและสะดวก ส่งผลให้จำนวนรายการสั่งซื้อสินค้านำเข้าของผู้บริโภคชาวฉงชิ่งมียอดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว 
  • กว่างซีนำเทคโนโลยี “ระบบประกันสังคมอิเล็กทรอนิกส์”(E-social security) มาใช้เพื่อการจัดการบริหารกองทุนประกันสังคมและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกันตนชาวกว่างซีได้ง่ายๆ ผ่านสมาร์ทโฟน
  • จีนปิ๊งไอเดียเจ๋ง อั่งเปาอิเล็คทรอนิกส์ ซึ่งเป็นกลยุทธ์การตลาดบริการของบริษัทธุรกรรมออนไลน์ยักษ์ใหญ่  Alibaba และ Tencent ที่กระหน่ำเพิ่มยอดผู้ใช้งานช่วงตรุษจีนที่ผ่านมา ด้วยกิจกรรมแจกอั่งเปาให้ผู้ใช้บริการ เพิ่มยอดจับจ่ายใช้สอยในประเทศอย่างทวีคูณ ทว่า ธุรกิจธนาคารกลับขาดรายในด้านค่าบริการธุรกรรมทางการเงินไปไม่น้อย

  • บริษัทผลิตคอมพิวเตอร์และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ชื่อดังอย่าง Wistron Group ได้ขยายฐานการผลิตที่นครฉงชิ่งเพิ่มขึ้น ทำให้นครฉงชิ่งกลายเป็นฐานผลิตคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คของบริษัท Wistron Group ที่ใหญ่ที่สุดในจีน
  • หน่วยงานภาครัฐในกว่างซีจับมือพัฒนาระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียว เพื่ออำนวยความสะดวกภาคเอกชนและพัฒนาบรรยากาศการค้าต่างประเทศ
  • ปัจจุบัน การบริการไปรษณีย์ส่งสินค้าแบบเร่งด่วนหรือที่รู้จักกันในภาษาจีนว่า ไคว่ตี้-快递 ได้กลายมาเป็นอีกหนึ่งอาชีพด้านการบริการที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในยุคที่พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กำลังครองเมือง โดยเฉพาะกับเมืองใหญ่ที่อยู่ในช่วงพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจอย่าง นครเฉิงตู ที่ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในการยกระดับระบบโลจิสติกส์ดังกล่าว

  • ท่านผู้อ่านอาจจะเคยได้ยินชื่อของเมืองชิงต่าวมาบ้างในด้านการเป็นเมืองท่าที่สำคัญของจีน เมืองท่องเที่ยวตากอากาศชายทะเลที่ชาวจีนนิยมไปท่องเที่ยวและเล่นน้ำทะเลกันแน่นขนัดในหน้าร้อน ในขณะที่หลายท่านก็คุ้นกับชื่อเมืองนี้จากชื่อของเบียร์ชิงต่าว ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในบ้านเราพอสมควร แต่ปัจจุบัน การพัฒนาทางเศรษฐกิจของชิงต่าวมีการปรับทิศทางใหม่เพื่อมุ่งยกระดับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ชิงต่าววางเป้าหมายจะเป็นผู้นำเศรษฐกิจทางทะเลในปี ค.ศ. 2017 เป็นฐานการค้นคว้าวิจัย วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางทะเลชั้นสูง ฐานการพัฒนาซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์ ศูนย์กลางการเงินการธนาคารและศูนย์กลางการบริหารความมั่งคั่งแห่งใหม่ของจีน ผู้นำจีนกำหนดเป้าหมายและทิศทางการพัฒนาของเมืองชิงต่าวตามนโยบาย “ปฎิรูปและเปิดประเทศ” ของรัฐบาลกลาง โดยให้เพิ่มความสำคัญของกลไกตลาด ปฏิรูประบบการทำงานของรัฐวิสาหกิจให้ทันสมัย พัฒนาภาคบริการ การเงิน และปรับโครงสร้างเศรษฐกิจโดยหันจากการเน้นภาคอุตสาหกรรมมาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยใช้เศรษฐกิจทางทะเลเป็นตัวนำ เพื่อยกระดับการพัฒนาให้ชิงต่าวเป็นเมืองทันสมัยในระดับนานาชาติ
  • ฐานอุตสาหกรรมบริการข้อมูลข่าวสารและซอฟท์แวร์ระดับชาติ ในปี ค.ศ. 2012 รัฐบาลกลางโดยกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศได้กำหนดให้ชิงต่าวเป็นหนึ่งในเมืองนำร่องจัดตั้งฐานอุตสาหกรรมบริการข้อมูลข่าวสารและซอฟท์แวร์ระดับชาติ โดยการประสานความร่วมมือของภาครัฐและสถาบันวิจัยชั้นนำในเขตอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์ เขตบ่มเพาะอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง และศูนย์วิจัยและพัฒนาในเมืองชิงต่าว