ลิงค์ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง

No. 94, Pyay Road, Dagon Township, Yangon, Republic of the Union of Myanmar
Tel: (951) 226 721, 226 728, 226 824
Fax: (951) 221 713
Email : thaiembassyygn@gmail.com
Website: www.thaiembassy.org/yangon/


ข่าวเศรษฐกิจ / เรื่องเด่น / ข่าวประชาสัมพันธ์ในศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์

  • เป็นที่รู้กันว่าไทยเป็นประเทศที่มีความโดดเด่นเรื่องการแพทย์และสาธารณสุขในระดับโลก โดยไทยสามารถดึงดูดผู้ใช้บริการจากทั่วโลกเข้ามารับการดูแลรักษาสุขภาพ โดยเฉพาะผู้มีรายได้สูงจากตะวันออกกลางและญี่ปุ่น นอกจากนี้ การเปิดประชาคม ASEAN จะเป็นตัวเร่งให้โรงพยาบาลในไทยเริ่มตื่นตัวรับกระแสดังกล่าว รวมถึงการขยายสาขาออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม กัมพูชา และเมียนมา
  • กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ได้คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจเมียนมาปีนี้จะเติบโตถึง 8.5% จะเป็นจริงมากแค่ไหน ย้อนดูผลงานทางเศรษฐกิจเมื่อปี 2558 คงจะพอบอกอะไรได้บ้าง
  • ขณะที่เมียนมาร์ได้กลายเป็นประเทศ “เนื้อหอม” สำหรับนักลงทุนทั่วโลก ชื่อ “ทวาย” ก็เริ่มเป็นที่คุ้นหูและหมายปองสำหรับนักลงทุนไทย
  • คนเมียนมาร์เข้าถึงมือถือครบ 100% ใน 6 ปี ผลสำรวจล่าสุดชี้ ชาวเมียนมาร์จะใช้มือถือครบทุกคนใน 6 ปี หลังรัฐบาลเปิดเสรีอุตสาหกรรมโทรคมนาคม
  • การปฏิรูปทางเศรษฐกิจในพม่า ส่งผลต่อการปรับบรรยากาศการลงทุนและการเปิดคลังทรัพยากรมหาศาลเพื่อรองรับกระแสทุนนิยมและโลกาภิวัตน์ที่ถาโถมเข้าใส่เมียนมาร์อย่างต่อเนื่อง
  •         ตลาดอาเซียนถือเป็นตลาดใหม่ที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับสูงและรวดเร็ว โดยเฉพาะชาติที่เพิ่งเปิดประเทศอย่าง "เมียนมาร์" ซึ่งเป็นที่จับตามองของนักลงทุนทั่วโลก เพราะเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพซึ่งนักลงทุนที่เข้าไปในเมียนมาร์มากที่สุด คือ จีน รองลงมาเป็นญี่ปุ่น และไทยที่มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน



    

สาระน่ารู้

  • ในระยะ 1-2 ปี ที่ผ่านมา เมียนมาร์มีพัฒนาการทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การนำของรัฐบาลพลเรือนที่มีนายเต็ง เส่ง หัวหน้าพรรค Union Solidarity and Development Party (USDP) เป็นประธานาธิบดี โดยได้มีความพยายามที่จะเร่งดำเนินการเพื่อปฏิรูปและพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการการปฏิรูปเศรษฐกิจ ขจัดความยากจน พัฒนาชนบทและการเกษตร ได้รับการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม
  • การลงทุนสะสมจากต่างประเทศในเมียนมาร์ (ตั้งแต่ ปี ๓๑- มิ.ย. ๕๕) มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น ๔๑,๐๒๙.๔ ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยประเทศที่ลงทุนในเมียนมาร์สูงเป็นอันดับหนึ่ง คือ จีน (คิดเป็นร้อยละ ๓๔.๔๗ ของมูลค่าการลงทุนสะสมทั้งหมด) ไทย (คิดเป็นร้อยละ ๒๓.๓๒ ของมูลค่าการลงทุนสะสมทั้งหมด) ตามด้วยฮ่องกง (คิดเป็นร้อยละ ๑๕.๕๓ ของมูลค่าการลงทุนสะสมทั้งหมด) ทั้งนี้ การลงทุนจากต่างประเทศในปีงบประมาณ ๕๓ (๑ เมษายน ๕๓ ถึง ๓๑ มีนาคม ๕๔) สูงมากเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่เมียนมาร์เปิดรับการลงทุนจากต่างชาติในปี ๓๑ โดยมีมูลค่าสูงถึงกว่า ๒ พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวสูงขึ้นจากปีงบประมาณ ๕๒ ถึง ๕๙ เท่า การลงทุนจากต่างประเทศส่วนใหญ่อยู่ในภาคพลังงานไฟฟ้า (ร้อยละ ๔๖.๔๗) รองลงมา ได้แก่ ภาคน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ (ร้อยละ ๓๔.๕๗) ภาคเหมืองแร่ (ร้อยละ ๖.๘๖)
  • การค้าระหว่างประเทศของเมียนมาร์ส่วนใหญ่เป็นการค้ากับประเทศในภูมิภาคเอเชีย โดยเมียนมาร์ส่งออกสินค้าไปในภูมิภาคเอเชียคิดเป็นร้อยละ ๗๐ ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด และเมียนมาร์นำเข้าสินค้าจากภูมิภาคเอเชียคิดเป็นร้อยละ ๙๐ ของมูลค่าการนำเข้าทั้งหมด
  • แต่เดิมรัฐบาลเมียนมาร์ได้กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนทางการไว้ที่ประมาณ ๖ จั๊ต/๑ ดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนที่ซื้อขายในตลาดเมื่อปี ๕๓ – ๕๔ ผันผวนอยู่ที่ประมาณ ๑,๐๐๐ –๘๐๐ จั๊ต/๑ ดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นรัฐบาลเมียนมาร์จึงให้ความสำคัญต่อการกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนให้เป็นอัตราเดียวโดยได้หารือกับองค์กรระหว่างประเทศ